Juvederm กับ Belotero เป็นฟิลเลอร์สองยี่ห้อดังที่หลายคนลังเลก่อนฉีด ว่าจริง ๆ แล้วแตกต่างกันยังไง และควรเลือกฉีดอันไหนดีกว่ากัน เพราะทั้ง Juvederm และ Belotero เป็นฟิลเลอร์แท้ที่ได้รับความนิยมสูง ใช้ฉีดได้หลายตำแหน่ง ทั้งใต้ตา ร่องแก้ม ปาก และปรับรูปหน้า แต่เนื้อฟิลเลอร์ ความนิ่ม ความฟู และผลลัพธ์ที่ได้ก็ไม่เหมือนกัน บทความนี้จะพาไปเปรียบเทียบ Juvederm กับ Belotero แบบเข้าใจง่าย บอกข้อดี ข้อแตกต่าง และช่วยให้เลือกฟิลเลอร์ที่เหมาะกับหน้าแต่ละแบบได้ง่ายขึ้น
主要内容
- 什么是乔雅登? ฟิลเลอร์จากประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งผลิตโดยบริษัท Allergan และมีการใช้เทคโนโลยีเฉพาะของ Allergan อย่าง Hylacross และ Vycross ส่งผลให้ฟิลเลอร์แต่ละตัวมีความแตกต่าง และมีความหลากหลาย จึงเหมาะกับทุกสภาพผิว
- Belotero คือ ? ฟิลเลอร์จากประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ที่มีการใช้เทคโนโลยี CPM (Cohesive Polydensified Matrix) สำหรับขั้นตอนการผลิต ทำให้เนื้อฟิลเลอร์มีความแน่นหนา เรียบเนียน มีความยืดหยุ่น และไม่เป็นก้อน รวมถึงผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติ
- ฟิลเลอร์ Juvederm และ Belotero แตกต่างกันอย่างไร ? เช่น เนื้อฟิลเลอร์ เทคโนโลยีที่ใช้ในขั้นตอนการผลิต และการคงอยู่ของผลลัพธ์ เป็นต้น
- ฟิลเลอร์ Juvederm และ Belotero เหมาะกับใคร ? Juvederm เหมาะกับบุคคลที่ต้องการปรับโครงหน้า เช่น ยกโหนกแก้ม หรือสร้างกรอบหน้า หรือต้องการแก้ไขเรื่องริ้วรอยร่องลึกระดับปานกลาง ถึงมาก เป็นต้น Belotero เหมาะกับบุคคลที่ต้องการแก้ปัญหาเรื่องริ้วรอยตื้น ๆ เช่น หางตา หน้าผาก และใต้ตา หรือต้องการเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิว เป็นต้น
内容列表
- 什么是乔雅登?
- Belotero คือ ?
- ฟิลเลอร์ Juvederm และ Belotero แตกต่างกันอย่างไร ?
- ฟิลเลอร์ Juvederm และ Belotero ทำงานอย่างไร ?
- ฟิลเลอร์ Juvederm และ Belotero เหมาะกับใคร ?
- Juvederm 填充剂的优缺点
- ข้อดี-ข้อเสีย ฟิลเลอร์ Belotero
- ฟิลเลอร์ Juvederm และ Belotero ฉีดด้วยกันได้ไหม ?
什么是乔雅登?

Juvederm คือ ฟิลเลอร์จากประเทศสหรัฐอเมริกา ที่ถูกผลิตโดยบริษัท 艾尔建 และสำหรับประเทศไทยบริษัท Allergan Thailand (DSKH) เป็นผู้นำเข้า ซึ่งฟิลเลอร์ Juvederm ได้รับการรับรองความปลอดภัย และผ่านมาตรฐานจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ด้วยเทคโนโลยีเฉพาะของ Allergan อย่าง Hylacross และ Vycross ทำให้ฟิลเลอร์แต่ละตัวมีคุณสมบัติที่มีความแตกต่าง และมีความหลากหลาย จึงหมาะสำหรับทุกสภาพผิว และทุกปัญหาที่เกิดขึ้น
โดยฟิลเลอร์ Juvederm ที่มีถึง 6 รุ่น ดังนี้
- Juvederm รุ่น Ultraplus XC : เนื้อเจลจะมีความแน่น และนิ่ม เนื่องจากมีการใช้เทคโนโลยี Hylacross สำหรับการผลิต ทำให้เนื้อฟิลเลอร์มีความเรียบเนียน คงตัวได้ดี ไม่ไหล จึงเหมาะสำหรับการฉีดเพื่อปรับรูปหน้า โดยผลลัพธ์จะอยู่ได้ประมาณ 1 ปี
- Juvederm รุ่น Voluma : โมเลกุลมีขนาดที่ใหญ่ เนื้อฟิลเลอร์จะมีความแน่น เรียบเนียน มีความยืดหยุ่นสูง และฟิลเลอร์มีอายุของตัวยา 18 เดือน จึงเหมาะสำหรับการเติมเต็มร่องแก้ม แก้มตอบ คาง และขมับ โดยผลลัพธ์จะอยู่ได้ประมาณ 1 ปี
- Juvederm รุ่น Volift : เนื้อฟิลเลอร์จะมีความนิ่ม และมีความละเอียด จึงเหมาะสำหรับบุคคลที่มีร่องลึกไม่มาก หรือบุคคลที่มีผิวบาง อายุตัวยาจะอยู่ได้ประมาณ 1 ปี
- Juvederm รุ่น Volite : เนื้อฟิลเลอร์จะมีความเบาบาง เรียบเนียน มีคุณสมบัติในการเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิวหนัง และเพิ่มความอิ่มฟู รวมถึงให้ผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติ จึงนิยมฉีดตรงบริเวณใต้ตา และปาก อายุตัวยาจะอยู่ได้ประมาณ 8 – 12 เดือน
- Juvederm รุ่น Volbella : เนื้อฟิลเลอร์จะมีความละเอียด และนิ่มมากที่สุด จึงทำให้สามารถฉีดเข้าสู่ผิวหนังได้ง่าย ไม่เป็นก้อน และให้ผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติ จึงเหมาะสำหรับการฉีดบริเวณหน้าผาก และริ้วรอยตื้น ๆ บริเวณใต้ตา อายุตัวยาจะอยู่ได้ประมาณ 1 ปี
- Juvederm รุ่น Volux : เป็นฟิลเลอร์ที่มีกระบวนการผลิตด้วยเทคโนโลยี VYCROSS เช่นเดียวกับ Juvederm รุ่น Voluma , Volbella และ Volift ส่งผลให้ฟิลเลอร์สามารถขึ้นรูปได้ง่าย มีความคงตัวสูง จึงนิยมนำไปฉีดเพื่อการปรับโครงสร้างหน้า ยกพยุงหน้า และเติมเต็มส่วนบกพร่องในชั้นลึก ผลลัพธ์จะอยู่ได้ประมาณ 18-24 เดือน
Belotero คือ ?

贝洛特罗 คือ ฟิลเลอร์จากประเทศสวิตเซอร์แลนด์ โดยฟิลเลอร์ Belotero มีการใช้เทคโนโลยี CPM (Cohesive Polydensified Matrix) สำหรับกระบวนการการผลิต ส่งผลให้เนื้อฟิลเลอร์มีความแน่นหนา เรียบเนียน มีความยืดหยุ่น และไม่เป็นก้อน รวมถึงผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติ สำหรับประเทศไทยบริษัท Merz Aesthetic Thailand เป็นผู้นำเข้า และผู้จัดจำหน่าย
โดย Belotero ที่มีถึง 6 รุ่น ดังนี้
- Belotero Soft (กล่องสีเหลือง) : เนื้อฟิลเลอร์มีความนิ่ม ละเอียด และโมเลกุลมีขนาดที่เล็ก ทำให้สามารถกลืนเข้ากับผิวง่าย จึงเหมาะสำหรับการเติมริ้วรอยตื้น ๆ ตรงบริเวณหน้าผาก ใต้ตา หางตา และริมฝีปาก ผลลัพธ์จะอยู่ได้ประมาณ 6 – 12 เดือน
- Belotero Balance (กล่องสีส้ม) : เนื้อฟิลเลอร์จะมีความนิ่มปานกลาง จึงเหมาะสำหรับการเติมเต็มร่องลึกระดับปานกลาง ตรงบริเวณหน้าผาก ร่องแก้ม และบริเวณรอบปาก ผลลัพธ์จะอยู่ได้ประมาณ 12 – 18 เดือน
- Belotero Intense (กล่องสีชมพู) : เนื้อฟิลเลอร์มีความยืดหยุ่น คงตัวสูง และสามารถขึ้นรูปได้ดี จึงเหมาะสำหรับการเติมเต็มร่องที่ลึกมาก ผลลัพธ์จะอยู่ได้ประมาณ 18 เดือน
- Belotero Volume (กล่องสีม่วง) : เนื้อฟิลเลอร์มีความยืดหยุ่น และคงตัวสูง จึงนิยมฉีดเพื่อเพิ่มมิติ และเพิ่มวอลลุ่ม รวมถึงแก้ไขการทรุดตัวของกระดูก ผลลัพธ์จะอยู่ได้ประมาณ 18 เดือน
- Belotero Revive (กล่องสีเขียว) : เป็นฟิลเลอร์ที่มีการผสมผสานระหว่าง HA และ Glycerol จึงนิยมฉีดเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้น เพิ่มวอลลุ่ม และความอิ่มฟูให้กับผิว นอกจากนี้ยังฉีดเพื่อกระชับรูขุมขน และปรับผิว ผลลัพธ์จะอยู่ได้ประมาณ 9 เดือน
- Belotero lips (กล่องสีแดง) : เป็นฟิลเลอร์ที่เหมาะสำหรับการฉีดปาก โดยจะเพิ่มวอลลุ่ม และเติมความอวบอิ่มให้กับริมฝีปาก ผลลัพธ์จะอยู่ได้ประมาณ 6 – 18 เดือน
ฟิลเลอร์ Juvederm และ Belotero แตกต่างกันอย่างไร ?
| 特征 | 乔雅登 | 贝洛特罗 |
| เนื้อฟิลเลอร์ | เนื้อฟิลเลอร์จะมีความเข้มข้นสูง อุ้มน้ำได้ดี และตัวยามีการเกาะกลุ่มได้ดี | เนื้อฟิลเลอร์จะมีความละเอียดสูง มีความยืดหยุ่น และสามารถกระจายตัวได้ดี |
| เทคโนโลยีที่ใช้สำหรับขั้นตอนการผลิต | มีการใช้เทคโนโลยี Hylacross และ Vycross | มีการใช้เทคโนโลยี CPM (Cohesive Polydensified Matrix) |
| จุดเด่นของฟิลเลอร์ | Juvederm จะเน้นเรื่องการยกกระชับ และเติมวอลลุ่ม | Belotero จะเน้นเรื่องความเรียบเนียน และไม่จับตัวเป็นก้อน |
| ตำแหน่งที่ฉีด | บริเวณร่องแก้มลึก ขมับ คาง ริมฝีปากที่ต้องการความอวบอิ่ม และยกกระชับหน้า | บริเวณใต้ตา และริ้วรอยเล็ก ๆ รอบปาก |
| 成果持久 | 12 – 24 เดือน | 6 – 18 เดือน |

ฟิลเลอร์ Juvederm และ Belotero ทำงานอย่างไร ?
สำหรับ Juvederm มีการใช้เทคโนโลยี Hylacross และ Vycross สำหรับขั้นตอนการผลิต ทำให้การเชื่อมต่อของโมเลกุล HA มีความแข็งแรง เพื่อเข้าไปเติมเต็มช่องว่างในผิว และสร้างแรงสำหรับการพยุงโครงสร้างหน้าให้เกิดความกระชับ ส่งผลให้เกิดความเรียบเนียน และสามารถคงตัวได้นานกว่า HA ทั่วไป
ส่วน Belotero มีการใช้เทคโนโลยี CPM (Cohesive Polydensified Matrix) สำหรับขั้นตอนการผลิต ซึ่งจะมีการทำงานโดยการแทรกตัว และกลืนเข้าไปกับเนื้อเยื่อของผิว ส่งผลให้เนื้อฟิลเลอร์มีความหนาแน่น สามารถกระจายตัวได้ดี ไม่เป็นก้อน และกลืนเข้ากับผิวได้ดี
ฟิลเลอร์ Juvederm และ Belotero เหมาะกับใคร ?
| Juvederm 填充剂 | Belotero 填充料 |
| บุคคลที่ต้องการปรับโครงหน้า เช่น ยกโหนกแก้ม หรือสร้างกรอบหน้า บุคคลที่ต้องการแก้ไขเรื่องริ้วรอยร่องลึกระดับปานกลาง ถึงมาก เช่น ร่องแก้ม ร่องน้ำหมาก ขมับตอบ หรือแก้มตอบที่มีสาเหตุมาจากกระดูกทรุด บุคคลที่ต้องการเพิ่มวอลลุ่ม และความอวบอิ่มให้กับริมฝีปาก บุคคลที่ต้องการฟื้นฟูสภาพผิว และแก้ปัญหาเรื่องรูขุมขนกว้าง | บุคคลที่ต้องการแก้ปัญหาเรื่องริ้วรอยตื้น ๆ เช่น หางตา หน้าผาก และใต้ตา บุคคลที่ต้องการฟื้นฟูสภาพผิวให้เกิดความเรียบเนียน และเพิ่มความชุ่มชื้น บุคคลที่มีปัญหาเกี่ยวกับใต้ตา และต้องการผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติ บุคคลที่ต้องการปรับรูปทรงของริมฝีปาก |
Juvederm 填充剂的优缺点
力量
- Juvederm 安全有效。经美国FDA认证安全,符合美国食品药品管理局 (FDA)
- Juvederm 采用两种技术制造:Hylacross 和 VYCROSS,这使得填充物更加细腻。而且不会硬成一团
- Juvederm 成分稳定,不会流动,注射后外观自然。
- Juvederm 具有高度的灵活性。具有极好的抵抗面部运动的能力
- Juvederm 注射后不需要恢复时间。无需手术
- Juvederm มีอายุอยู่ได้นานถึง 12 เดือน ขึ้นอยู่กับการดูแล โดยสามารถอ่าน 注射填充剂前后的禁忌症 明白了
- Juvederm 是可生物降解的。
弱点
- 可能会出现发红、肿胀和瘀伤等副作用。
- 可能比其他填充剂品牌更贵
- อาจต้องฉีดซ้ำทุก ๆ 12 เดือน
ข้อดี-ข้อเสีย ฟิลเลอร์ Belotero
力量
- Belotero มีการใช้เทคโนโลยี CPM (Cohesive Polydensified Matrix) สำหรับการผลิต ทำให้เนื้อฟิลเลอร์มีความยืดหยุ่นสูง สามารถเนียนเข้ากับผิวได้ดี ไม่จับตัวเป็นก้อน และไม่ฟูจนเกินไป
- Belotero สามารถเข้ากับผิวได้ดี ทำให้ผลลัพธ์ที่ได้ดูเป็นธรรมชาติ และดูไม่แข็ง
- Belotero ปัจจุบันมีทั้งหมด 6 รุ่น จึงสามารถแก้ไขปัญหาได้หลากหลาย เช่น Belotero Revive เหมาะสำหรับการฟื้นฟูผิว และเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิว หรือ Belotero lips เหมาะสำหรับการฉีดปาก
- Belotero มีความปลอดภัยสูง เนื่องจากได้รับรองมาตรฐานจากทั้ง US FDA (อเมริกา), CE mark (ยุโรป) และ อย. ไทย
弱点
- Belotero ไม่เหมาะสำหรับบุคคลที่ต้องการปรับรูปหน้าให้คมชัด
- หลังจากการฉีดอาจเกิดผลข้างเคียง เช่น อาการบวมแดง หรือตุ่มนูนเล็กน้อย
ฟิลเลอร์ Juvederm และ Belotero ฉีดด้วยกันได้ไหม ?
อย่างที่ทราบ Juvederm และ Belotero มีส่วนประกอบของสาร Hyaluronic Acid (HA) เหมือนกัน จึงทำให้สามารถฉีดร่วมกันได้ แต่แพทย์ที่ทำการฉีดต้องมีการเลือกใช้ฟิลเลอร์ที่มีคุณสมบัติต่างกันไปตามแต่ละตำแหน่งที่ทำการฉีด เช่น Juvederm จะฉีดเพื่อการยกกระชับ หรือยกโหนกแก้ม ส่วน Belotero จะฉีดเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้น และต้องการผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติ





