เท้าเหม็น เหงื่อออกเยอะ เป็นปัญหากวนใจที่หลายคนเจอ พอใส่รองเท้านาน ๆ แล้วอับ มีกลิ่น จนเสียความมั่นใจ หลายคนพยายามแก้ด้วยสเปรย์หรือแป้ง แต่ก็ยังไม่หาย ซึ่งปัญหาเท้าเหม็น เหงื่อออกเท้าเยอะ มีวิธีแก้ไขหลายวิธี ซึ่งหนึ่งในวิธีที่กำลังได้รับความสนใจคือการฉีดโบท็อกซ์ฝ่าเท้า บทความนี้จะพาไปทำความรู้จักการฉีดโบท็อกซ์ฝ่าเท้า ว่าช่วยลดเหงื่อ ลดกลิ่นได้อย่างไร และเหมาะกับใครบ้าง
Main content
- เท้าเหม็น เหงื่อเยอะ เท้าเปียกง่าย สาเหตุเกิดจากการที่เหงื่อออกมาก การสะสมของเชื้อแบคทีเรีย อารมณ์ และความเครียด เป็นต้น
- ฉีดโบท็อกซ์ลดเหงื่อและกลิ่นที่เท้าได้จริง เนื่องจากโบท็อกซ์จะเข้าไปยับยั้งการทำงานของต่อมเหงื่อ ทำให้เหงื่อลดน้อยลง ส่งผลให้เท้าแห้งสบายมากขึ้น รวมถึงลดความอับชื้น และลดกลิ่นที่เท้า
- ฉีดโบท็อกซ์ฝ่าเท้าแล้วเดินได้ แต่ต้องเดินเบา ๆ ไม่ควรลงเท้าหนัก เพื่อป้องกันไม่ให้ตัวยาเกิดการเคลื่อนตัว
เท้าเหม็น เหงื่อเยอะ เท้าเปียกง่าย สาเหตุเกิดจาก
อาการเหงื่อที่ฝ่าเท้าสามารถเกิดขึ้นได้บ่อย เนื่องจากภายในร่างกายมีอุณหภูมิที่สูงขึ้น ที่มีสาเหตุมาจากการทำกิจกรรมกลางแจ้งอย่างหนัก และความเครียด ซึ่งการที่เหงื่อออกที่ฝ่าเท้า จะส่งให้เกิดการอับชื้น และมีกลิ่นได้ โดยสาเหตุของเท้าเหม็น เหงื่อเยอะ เท้าเปียกง่าย มีดังนี้
- เหงื่อออกมาก เป็นสภาวะที่ระบบประสาทมีการสั่งการให้ต่อมเหงื่อ มีการทำงานที่หนักเกินความจำเป็น แม้จะอยู่ในสภาพอากาศที่ไม่ร้อน จึงทำให้เกิดความอับชื้น พอรวมเข้ากับแบคทีเรียที่สะสมอยู่ ส่งผลให้เท้าเหม็นได้
- อารมณ์ และความเครียด เมื่อเกิดอาการตื่นเต้น ประหม่า หรือความเครียด ระบบประสาทซิมพาเทติกจะเกิดการกระตุ้น ส่งผลให้เหงื่อออกที่ฝ่ามือ และฝ่าเท้ามากขึ้น จนทำให้เกิดความอับชื้น และกลิ่นได้
- การสะสมของเชื้อแบคทีเรีย เหงื่อที่มีการสะสมอยู่ตรงบริเวณถุงเท้า หรือรองเท้า จะทำให้เกิดการรวมของเชื้อแบคทีเรีย และกลิ่นที่ไม่พึงประสงค์
- การสวมรองเท้า และถุงเท้า การใส่รองเท้าที่ทำมาจากวัสดุที่ระบายอากาศไม่ดี เช่น หนังเทียม พลาสติก หรือถุงเท้าใยสังเคราะห์ จะกักเก็บความร้อน และเหงื่อเอาไว้
- ฮอร์โมน และการรับประทานอาหาร เมื่ออายุเพิ่มมากขึ้นจะเกิดการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน และการรับประทานอาหารที่มีรสจัด มีส่วนประกอบของเครื่องเทศที่มีกลิ่นฉุน หรือคาเฟอีน จะกระตุ้นให้เกิดการสร้างเหงื่อได้
- การดูแลสุขอนามัยเท้าที่ไม่เพียงพอ การล้างเท้าไม่สะอาด การเช็ดเท้าไม่แห้ง และการใส่ถุงเท้า หรือถุงเท้าคู่เดิมเป็นประจำ อาจจะทำให้เกิดกลิ่นได้
- Skin Disease หรือการมีบาดแผลที่เท้า การเกิดเชื้อจุลินทรีย์ที่มีสาเหตุจากโรคทางผิวหนัง เช่นโรคเท้าเปื่อย โรคเท้าหูดที่เท้า อาจจะทำให้เกิดกลิ่นที่รุนแรงได้

ฉีดโบท็อกซ์ฝ่าเท้า ลดเหงื่อ ลดกลิ่น ได้อย่างไร
ฉีดโบท็อกซ์ฝ่าเท้า ลดเหงื่อ ลดกลิ่น เป็นการรักษาโดยการฉีดสารโบทูลินัมท็อกซินชนิด A ลงตรงบริเวณฝ่าเท้า เพื่อลดเหงื่อที่มีการออกมาแบบผิดปกติ ซึ่งโบท็อกซ์จะเข้าไปยับยั้งการทำงานของสารสื่อประสาท ที่มีชื่อว่า อะเซทิลโคลีน (Acetylcholine) ที่ทำหน้าที่ในการส่งสัญญาณจากเส้นประสาทไปยังต่อมเหงื่อ เมื่อสัญญาณประสาทถูกบล็อก ต่อมเหงื่อก็จะมีการทำงานที่ลดลง ดังนั้นเมื่อเหงื่อลดลง ความอับชื้น และการสะสมของแบคทีเรียก็ลดลงด้วย ส่งผลให้กลิ่นเท้าลดลง และฝ่าเท้าจะรู้สึกสบายขึ้น รวมถึงช่วยลดอาการที่อาจเกี่ยวข้องกับภาวะเหงื่อออกมากได้ เช่นโรคเชื้อรา หรือผิวหนังเปื่อย
หลังจากการฉีดโบท็อกซ์จะเริ่มเห็นผลภายใน 3 – 7 วันหลังจากการฉีด แล้วจะเริ่มเห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจนที่สุดภายใน 14 วัน ซึ่งผลลัพธ์จะอยู่ได้ประมาณ 4 – 12 เดือนขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล และจะช่วยลดเหงื่อได้มากกว่า 80-90% ในตรงบริเวณที่ฉีด
วิธีดูแลหลังฉีดโบท็อกฝ่าเท้า
การดูแลตัวเองหลังจากการฉีดโบท็อกซ์อย่างถูกวิธี จะทำให้ตัวยามีการออกฤทธิ์อย่างเต็มที่ และได้ผลลัพธ์ที่ตรงต่อความต้องการ รวมถึงลดโอกาสการเกิดผลข้างเคียง และการคงอยู่ของผลลัพธ์ที่ยาวนาน
วิธีดูแลหลังฉีดโบท็อกฝ่าเท้า มีดังนี้
- หลีกเลี่ยงการนวด กด บีบคลึง และสัมผัสตรงบริเวณฝ่าเท้า อย่างน้อย 2 วัน เพราะอาจจะทำให้ตัวยาเกิดการกระจายไปยังกล้ามเนื้อเท้าส่วนอื่น ส่งผลให้เกิดอาการเท้าล้า หรือเดินลำบากชั่วคราว
- หลีกเลี่ยงการเดินหนัก ๆ หรือการยืน อย่างน้อย 24 ชั่วโมงแรกหลังการฉีด เพื่อลดการกดทับตรงบริเวณที่ทำการฉีด
- หลีกเลี่ยงการออกกำลังกายหนัก เช่นการวิ่ง หรือกิจกรรมที่ต้องมีการใช้เท้าเยอะ ๆ อย่างน้อย 1 – 2 วัน เพราะจะเป็นการเพิ่มการไหลเวียนเลือด ส่งผลให้โบท็อกมีการสลายตัวได้เร็วขึ้น หรือการกระจายตัวไปยังบริเวณอื่น
- หลีกเลี่ยงความร้อน เช่นการแช่เท้าในน้ำอุ่น ซาวน่า และการอบไอน้ำ เป็นเวลา 2 วัน เพราะความร้อนจะทำให้โบท็อกเสื่อมสภาพไวขึ้น
- หลีกเลี่ยงการสวมถุงเท้า หรือรองเท้าที่รัดแน่น ควรใส่รองเท้าแตะ หรือรองเท้าที่สบาย เป็นเวลา 24 ชั่วโมงแรก เพื่อไม่ให้เกิดแรงกดทับ หรือความร้อนสะสมตรงบริเวณฝ่าเท้า
- การรักษาความสะอาด เช่นการล้างเท้าด้วยสบู่อ่อน ๆ แล้วเช็ดให้แห้งสนิท โดยเฉพาะตรงบริเวณง่ามนิ้วเท้า เพื่อป้องกันการติดเชื้อ
- งดการใช้ผลิตภัณฑ์ระงับเหงื่อ เป็นเวลา 1 – 2 วันหลังจากการฉีด
ฉีดโบท็อกซ์ลดเหงื่อและกลิ่นที่เท้า ได้จริงไหม ?

ฉีดโบท็อกซ์ลดเหงื่อ และกลิ่นที่เท้าได้จริง โดยโบท็อกซ์จะเข้าไปยับยั้งการทำงานของต่อมเหงื่อ ทำให้เหงื่อลดน้อยลง ส่งผลให้เท้าแห้งสบายมากขึ้น นอกจากนี้ยังลดความอับชื้น และลดกลิ่นที่เท้า แต่ผลลัพธ์ของแต่ละคนอาจมีความแตกต่างกันไป ซึ่งถ้าเกิดกรณีมีเหงื่อตรงบริเวณอื่น และมีกลิ่นร่วมด้วย ก็สามารถฉีดโบท็อกซ์ลดกลิ่นตัวตรงบริเวณอื่นได้
ฉีดโบท็อกซ์ฝ่าเท้าแล้วเดินได้ไหม
หลังจากการฉีดโบท็อกซ์ฝ่าเท้าสามารถเดินได้ แต่ต้องเดินเบา ๆ ห้ามเดินลงเท้าหนัก หรือออกกำลังกายที่ต้องใช้แรงเยอะ ๆ เป็นเวลา 24 – 48 ชั่วโมง เพื่อป้องกันไม่ให้โบท็อกซ์เกิดการกระจายตัวไปยังบริเวณอื่น หรือสลายตัวเร็วกว่าปกติ รวมถึงลดความเสี่ยงการเกิดรอยช้ำ





