What's the difference between blunt and sharp filler needles? Which one is less painful and causes less swelling?

ใครที่กำลังคิดจะฉีดฟิลเลอร์ อาจเคยได้ยินคำว่า ฟิลเลอร์เข็มทู่ กับ เข็มแหลม แล้วสงสัยว่ามันต่างกันยังไง แล้วแบบไหนเจ็บน้อยกว่า บวมน้อยกว่า หรือปลอดภัยกว่ากัน จริง ๆ แล้วอุปกรณ์ที่ใช้ฉีดมีผลต่อทั้งความรู้สึกตอนทำ ผลลัพธ์หลังฉีด และโอกาสเกิดรอยช้ำได้พอสมควร หลายคนเลือกผิดเพราะยังไม่เข้าใจข้อดีข้อจำกัดของแต่ละแบบ บางเคสเหมาะกับเข็มทู่ แต่บางตำแหน่งก็ต้องใช้เข็มแหลมถึงจะได้ผลดี บทความนี้จะอธิบายแบบเข้าใจง่ายว่า ฟิลเลอร์เข็มทู่กับเข็มแหลมต่างกันยังไง แบบไหนไม่เจ็บ ไม่บวม และควรเลือกแบบไหนให้เหมาะกับตัวเอง ก่อนตัดสินใจฉีดจริง

Main content

  • เข็มปลายแหลม (Sharp Needle) เป็นเข็มที่ถูกออกแบบมาให้สามารถตัดผ่านชั้นเนื้อเยื่อของผิวหนังได้อย่างแม่นยำ และใช้งานได้ง่าย โดยปลายเข็มจะถูกเจียรให้มีความคม และลาดเอียง เพื่อลดแรงต้านขณะที่ทิ่มเข็มลงผิวหนัง
  • เข็มปลายทู่ (Cannula / Blunt Needle) เป็นเข็มที่มีความโค้งมนตรงส่วนปลาย ไม่คมตัด ส่งผลให้เวลาที่เข็มเคลื่อนที่ผ่านชั้นเนื้อเยื่อ มันจะทำการผลักเส้นเลือด และเส้นประสาทให้เกิดการเบี่ยงตัวออกไป แทนการตัด หรือเจาะทะลุเหมือนกับเข็มปลายแหลม 
  • เข็มปลายทู่จึงเหมาะกับการเติมฟิลเลอร์ตรงบริเวณที่บอบบาง และพื้นที่บริเวณกว้าง รวมถึงลดโอกาสการเกิดรอยช้ำ ส่วนเข็มปลายแหลมเหมาะกับการเติมเฉพาะจุด และต้องการความแม่นยำ
  • เทคนิคฉีดฟิเลอร์เข็มทู่ เป็นวิธีที่เน้นความปลอดภัย และลดโอกาสในการฉีดโดนเส้นเลือด และเส้นประสาท ที่อาจก่อให้เกิดผลข้างเคียงที่รุนแรง รวมถึงลดการเกิดอาการบวมช้ำ และสามารถฉีดได้ครอบคลุมในพื้นที่บริเวณกว้าง โดยการเปิดแผลเพียงจุดเดียว

เข็มปลายแหลม (Sharp Needle)

เข็มปลายแหลม (Sharp Needle) จะเป็นเข็มที่ถูกออกแบบมาให้สามารถตัดผ่านชั้นเนื้อเยื่อของผิวหนังได้อย่างแม่นยำ และใช้งานได้ง่าย โดยปลายเข็มจะถูกเจียรให้มีความคม และลาดเอียง เพื่อลดแรงต้านขณะที่ทิ่มเข็มลงผิวหนัง ส่วนรูตรงกลางเข็มจะมีขนาดต่างกันตามเบอร์ของเข็ม สำหรับเข็มปลายแหลมยิ่งขนาดเบอร์เยอะเท่าไรเข็มจะมีขนาดเล็ก

ข้อดีของฟิลเลอร์เข็มแหลม

  • มีความแม่นยำสูง และสามารถฉีดเข้าถึงทุกชั้นผิว นอกจากนี้หากต้องการเปลี่ยนตำแหน่งการฉีด สามารถถอนเข็มแล้วแทงเข้าใหม่ได้ทันทีโดยไม่ต้องทำการเปิดแผลนำทาง เข็มปลายแหลมเหมาะกับตัวยาที่มีความหนืด เช่น โบท็อกซ์ หรือวิตามินต่างๆ ทำให้คนไข้มีอาการเจ็บน้อยลง รวมถึงการฉีดตรงบริเวณที่ต้องการความแม่นยำสูง อย่างริมฝีปาก จมูก หรือร่องแก้ม 
https://encrypted-tbn0.gstatic.com/images?q=tbn:ANd9GcRHS9um-e0jKYKQJcPHFvDZSu82C1Hiv86u2A&s

เข็มปลายทู่ (Cannula / Blunt Needle)

เข็มปลายทู่ (Cannula / Blunt Needle) จะเป็นเข็มที่มีความโค้งมนตรงส่วนปลาย ไม่คมตัด ส่งผลให้เวลาที่เข็มเคลื่อนที่ผ่านชั้นเนื้อเยื่อ มันจะทำการผลักเส้นเลือด และเส้นประสาทให้เกิดการเบี่ยงตัวออกไป แทนการตัด หรือเจาะทะลุเหมือนกับเข็มปลายแหลม นอกจากนี้ท่อส่งตัวยาจะอยู่ด้านข้าง ซึ่งจะช่วยให้ตัวยาสามารถกระจายตัวได้อย่างสม่ำเสมอ และสามารถควบคุมทิศทางได้ดี รวมถึงเข็ม Cannula มักจะมีความยาวมากกว่าเข็มทั่วไป ประมาณ 25-70 มม. และมีความยืดหยุ่นสูง สามารถโค้งงอได้ตามโครงสร้างของใบหน้า

ข้อดีของฟิลเลอร์เข็มทู่

  • ช่วยลดโอกาสที่เข็มจะแทงทะลุเข้าไปถึงเส้นเลือด ซึ่งอาจเป็นสาเหตุของการเกิดเนื้อตาย หรือทำให้ตาบอดได้ นอกจากนี้ยังลดอาการบวมช้ำ เนื่องจากไม่ได้ตัดผ่านเส้นเลือดฝอยจำนวนมากเหมือนเข็มปลายแหลม และสามารถฉีดได้ครอบคลุมพื้นที่กว้าง เข็มปลายทู่จึงเหมาะกับการเติมฟิลเลอร์บริเวณกว้าง เช่น แก้ม ขมับ หรือใต้ตา 

ฟิลเลอร์เข็มทู่ vs เข็มแหลม

sectionเข็มปลายแหลม (Sharp Needle)เข็มปลายทู่ (Cannula / Blunt Needle)
ลักษณะเข็มปลายเข็มจะถูกเจียรให้มีความคม และลาดเอียง เพื่อลดแรงต้านขณะที่ทิ่มเข็มลงผิวหนัง ส่วนรูตรงกลางเข็มจะมีขนาดต่างกันตามเบอร์ของเข็มเข็มที่มีความโค้งมนตรงส่วนปลาย ไม่คมตัด และรูยาจะอยู่ตรงด้านข้าง เพื่อให้ตัวยาสามารถกระจายตัวได้อย่างสม่ำเสมอ และสามารถควบคุมทิศทางได้ดี
ตำแหน่งที่เหมาะสมริมฝีปาก จมูก หรือร่องแก้มแก้ม ขมับ หรือใต้ตา 
ระดับความเจ็บจะรู้สึกเจ็บน้อยกว่าในตอนแทง แต่จะเจ็บสะสมหากเกิดการแทงหลายจุดจะเจ็บตอนทำการเปิดผิวในครั้งแรก แต่ขณะฉีดยาจะรู้สึกตึง ๆ มากกว่าปวด
ระดับความบอบช้ำมีโอกาสเกิดรอยเขียวช้ำได้มากกว่า เนื่องจากเข็มมีความคม อาจตัดโดนเส้นเลือดเล็ก ๆมีโอกาสการเกิดรอยช้ำน้อยมาก เนื่องจากปลายเข็มมีความมน ทำให้เกิดการผลักเส้นเลือด และเส้นประสาทให้เบี่ยงตัวออก
ความแม่นยำความแม่นยำสูงความแม่นยำปานกลาง
safetyมีความเสี่ยงสูง เพราะปลายเข็มมีความคม จึงสามารถแทงทะลุเข้าเส้นเลือดได้ง่ายมีความปลอดภัยสูง

ดังนั้น เข็มปลายทู่จึงเหมาะกับการเติมฟิลเลอร์ตรงบริเวณที่บอบบาง และเป็นวงกว้าง รวมถึงลดโอกาสการเกิดรอยช้ำ ส่วนเข็มปลายแหลมเหมาะกับการเติมเฉพาะจุด และต้องการความแม่นยำ

เทคนิคฉีดฟิลเลอร์เข็มทู่

เทคนิคฉีดฟิเลอร์เข็มทู่ เป็นวิธีที่เน้นเรื่องความปลอดภัย และลดโอกาสในการฉีดโดนเส้นเลือด และเส้นประสาท ที่อาจก่อให้เกิดผลข้างเคียงที่รุนแรง รวมถึงลดการเกิดอาการบวมช้ำ และสามารถฉีดได้ครอบคลุมในพื้นที่บริเวณกว้าง โดยการเปิดแผลเพียงจุดเดียว

  • ต้องเลือกขนาดของเข็มทู่ให้มีความเหมาะสมกับความหนืดของฟิลเลอร์ และตำแหน่งในการฉีด เช่น 22G – 23G เหมาะสำหรับฟิลเลอร์ที่มีเนื้อแข็ง หรือฉีดชั้นลึก หรือ 27G เหมาะสำหรับฟิลเลอร์ที่มีเนื้อละเอียดในชั้นตื้น
  • การฉีดฟิลเลอร์เข็มทู่ แพทย์จะทำการฉีดยาชาเข้าไปตรงบริเวณนั้นก่อน โดยจะฉีดทิ้งไว้ 3 – 5 นาที ซึ่งยาชาจะมีลักษณะเป็นน้ำ จะช่วยให้เส้นเลือดลื่น และลดโอกาสที่เข็มทู่จะเข้าเส้นเลือด
  • เข็มทู่จะไม่มีปลายแหลมคม สำหรับการเจาะผิวหนัง ทำให้ต้องมีการใช้เข็มปลายแหลมเพื่อเปิดรู จากนั้นค่อยสอดเข็มทู่เข้าไป
  • ก่อนดันยาทุกครั้ง แพทย์จะต้องมีการทดสอบด้วยการดูดเข็มเข้ามาก่อน เพื่อให้เกิดความมั่นใจว่าจะไม่เจาะโดนเส้นเลือด ซึ่งจะมีการดูดค้างทิ้งไว้อย่างน้อย10 วินาที หากเข็มมีการตัดโดนเส้นเลือดจะมีเลือดผสม แต่ถ้าไม่โดนเส้นเลือด แพทย์จะเริ่มฉีดฟิลเลอร์
  • ขณะที่กำลังฉีดฟิลเลอร์ แพทย์จะมีการคลำปลายเข็ม เพื่อเป็นการตรวจสอบทุกครั้งว่าฟิลเลอร์ออกจากปลายเข็ม คล้ายกับการเป่าลมลูกโป่ง แล้วลูกโป่งเกิดการพองขึ้น จะได้มั่นใจว่าฟิลเลอร์ไม่ได้เข้าหลอดเลือด
  • ระหว่างที่แพทย์มีการทำหัตถการ แพทย์จะต้องคอยสังเกตที่สีผิวของคนไข้ หากฟิลเลอร์เข้าหลอดเลือด สีผิวจะซีดลง หรือแดงขึ้นเป็นบริเวณกว้าง เผื่อเกิดเหตุฉุกเฉินจะได้แก้ไขได้ทันเวลา
  • การฉีดฟิลเลอร์เข็มทู่ แพทย์จะมีการเดินยาช้า เพื่อป้องกันให้เกิดแรงดันน้อยที่สุด ไม่เกินจุดละ 0.1 CC เผื่อเกิดเหตุฉุกเฉินจะได้แก้ไขได้ทันเวลา