ปัญหาหน้ามัน รูขุมขนกว้าง เป็นเรื่องกวนใจของหลายคน โดยเฉพาะคนที่แต่งหน้าไม่ติด หน้ามันเยิ้มระหว่างวัน จนต้องคอยซับหน้าบ่อย ๆ ช่วงหลังมานี้หลายคนเริ่มสนใจ “โบท็อกซ์ลดหน้ามัน” ที่เคลมว่าช่วยลดความมัน คุมมัน และทำให้รูขุมขนดูกระชับขึ้นได้จริง แต่โบท็อกซ์ช่วยลดหน้ามัน ลดรูขุมขนกว้างได้จริงไหม ? เหมาะกับใครบ้าง และมีวิธีป้องกันไม่ให้หน้ามัน รูขุมขนกว้างกลับมาอีกหรือเปล่า บทความนี้มีคำตอบแบบเข้าใจง่าย ไม่ซับซ้อนแน่นอน

主要内容
- หน้ามัน เกิดจากการที่ต่อมไขมันใต้ผิวหนังมีการผลิตน้ำมันออกมามากจนเกินไป และยังสามารถเกิดได้อีกหลายปัจจัย เช่น พันธุกรรม อายุ ฮอร์โมน และการรับประทานอาหาร เป็นต้น
- โบท็อกซ์ลดหน้ามัน ลดรูขุมขนกว้าง เหมาะกับบุคคลที่มีปัญหาเรื่องผิวหน้ามันมัน หรือบุคคลที่มีปัญหาเรื่องสิวอุดตันซ้ำซาก รวมถึงบุคคลที่ต้องการใบหน้าที่เรียบเนียน เป็นต้น
- โบท็อกซ์ลดหน้ามันได้ เนื่องจากโบท็อกซ์จะเข้าไปลดการทำงานของต่อมไขมัน ส่งผลให้น้ำมันมีการผลิตที่น้อยลง ให้ใบหน้ามีความมันลดลง และทำให้รูขุมขนกระชับยิ่งขึ้น
- วิธีป้องกัน ควบคุม ความมันบนใบหน้า เช่นการเลือกรับประทานอาหารที่เป็นประโยชน์ การดื่มน้ำให้เพียงพอ การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวหน้า และการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมกับสภาพผิว เป็นต้น
หน้ามันเกิดจากอะไร

หน้ามัน มักเกิดจากการที่ต่อมไขมัน (Sebaceous Glands) ใต้ผิวหนังมีการผลิตน้ำมัน (Sebum) ออกมามากจนเกินไป ซึ่งน้ำมันมีคุณสมบัติช่วยปกป้อง และรักษาความชุ่มชื้นให้กับผิว ถึงแม้น้ำมันจะเป็นประโยชน์ แต่ถ้ามีการผลิตออกมามากเกินไป จะทำให้ผิวหน้าเกิดความมัน รูขุมขนกว้าง เกิดการอุดตันบนใบหน้า และทำให้เป็นสิวได้
หน้ามัน เกิดจากปัจจัยเหล่านี้
- 遗传 เป็นการถ่ายทอดลักษณะบางอย่างจากรุ่นพ่อแม่สู่รุ่นลูก ดังนั้นหากพ่อแม่มีรูขุมขนกว้าง หรือมีผิวหน้ามัน ก็มีความเป็นไปได้สูงที่ลูกจะมีผิวหน้ามันได้
- 年龄 ช่วงวัยรุ่นเราจะมีผิวหน้าที่มัน แต่เมื่อเรามีอายุที่เพิ่มมากขึ้น ร่างกายจะเริ่มมีการผลิตคอลลาเจน และน้ำมันน้อยลง ส่งผลให้คนที่มีอายุเยอะมีผิวแห้ง และเกิดริ้วรอย
- 激素 เมื่อคนเราเกิดความเครียด ร่างกายจะเกิดการหลั่งฮอร์โมนที่มีชื่อว่า corticotropin-releasing hormone ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่สามารถจับกับต่อมไขมันที่อยู่ตรงบริเวณรูขุมขนบนใบหน้า ทำให้มีการผลิตน้ำมันออกมามาก การที่บนใบหน้ามีน้ำมันมากจะทำให้เกิดการอุดตัน และเป็นสิว
- 气候 อากาศร้อน และมีความชื้นสูง จะกระตุ้นให้ต่อมไขมันมีการทำงานที่มากขึ้น เพื่อระบายความร้อน และเป็นการรักษาความสมดุลของผิว
- การล้างหน้าบ่อยเกินไป ทำให้ผิวหน้าสูญเสียความสมดุล จนร่างกายต้องสั่งให้ผลิตน้ำมันออกมาชดเชยมากกว่าปกติ ซึ่งการล้างที่เหมาะสมไม่ควรล้างเกินวันละ 2 ครั้ง
- การใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงที่ไม่เหมาะสมกับผิว การมีผิวหน้ามันไม่ควรใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของน้ำมัน หรือครีมบำรุงที่มีเนื้อหนักเกินไป
- การไม่ใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิว เมื่อผิวหน้าขาดน้ำ ผิวจะเริ่มมีการสร้างน้ำมันออกมาชดเชย เพื่อกักเก็บความชุ่มชื้น ทำให้หน้าดูมันเยิ้ม แต่ภายในแห้ง
- การรับประทานอาหารที่มีน้ำตาลสูง เช่น น้ำตาล ข้าวขาว หรือขนมหวาน จะทำให้ร่างกายมีการหลั่ง growth hormones ออกมา ส่งผลให้ต่อมไขมันมีการผลิตน้ำมันเพิ่มขึ้น
- การสวมหน้ากากอนามัยเป็นเวลานาน จะทำให้อุณหภูมิ และความชื้นใต้หน้ากากสูงขึ้น ซึ่งเป็นภาวะที่ต่อมไขมันชอบ ส่งผลให้ใบหน้ามัน และเกิดการอุดตันได้ง่าย
- การใช้เครื่องสำอางที่กันน้ำ หรือติดทนเกินไป จะมีส่วนผสมที่เน้นการเกาะผิวหนาแน่น ถ้าหากล้างออกไม่หมด จะทำให้เกิดการสะสม และรบกวนการระบายน้ำมันออกตามธรรมชาติ ส่งผลให้รูขุมขนกว้าง และหน้าดูมันกว่าเดิม
ฉีดโบท็อกซ์รูขุมขนคืออะไร
ฉีดโบท็อกซ์รูขุมขน คือ การฉีดสาร Botulinum Toxin Type A เข้าตรงบริเวณกล้ามเนื้อ และต่อมไขมันตรงบริเวณที่มีรูขุมขนกว้าง โดยหลังจากการฉีดโบท็อกซ์จะเข้าไปยับยั้งการทำงานของต่อมไขมัน (Sebaceous Glands) ให้มีการผลิตน้ำมันออกมาน้อยลง นอกจากนี้ยังช่วยให้กล้ามเนื้อเล็ก ๆ ที่ยึดติดกับรูขุมขนเกิดการคลายตัว และหดเล็กลง ส่งผลให้ผิวหน้าดูเรียบเนียน และผิวดูละเอียดขึ้น
การฉีดโบท็อกซ์รูขุมขน จะเริ่มเห็นผลของการเปลี่ยนแปลงเรื่องความมันลดลงภายใน 3 – 7 วัน แล้วจะเริ่มเห็นผลลัพธ์อย่างชัดเจนภายใน 14 วัน และผลลัพธ์จะอยู่ในประมาณ 3 – 6 เดือน
โบท็อกซ์ลดหน้ามัน ลดรูขุมขนกว้าง เหมาะกับใคร
โบท็อกซ์ลดหน้ามัน ลดรูขุมขนกว้าง จะมีการออกฤทธิ์ช่วยยับยั้งการทำงานของต่อมไขมัน ให้มีการผลิตลดลง และช่วยให้กล้ามเนื้อเล็ก ๆ ที่มีการยึดติดกับรูขุมขนเกิดการคลายตัว และกระชับขึ้น ส่งผลให้ใบหน้าเรียบเนียน และความมันลดลง การฉีดโบท็อกซ์ลดหน้ามัน ลดรูขุมขนกว้างจึงเหมาะกับบุคคลที่ปัญหาเรื่องผิวหน้ามันมาก บุคคลที่มีปัญหาเรื่องสิวอุดตันซ้ำซาก และบุคคลที่มีปัญหาเรื่องรูขุมขนกว้าง รวมถึงบุคคลที่อยากมีใบหน้าที่เรียบเนียน และบุคคลที่แต่งหน้าไม่ติด
ฉีดโบท็อกซ์ลดหน้ามัน ได้จริงไหม ?

ฉีดโบท็อกซ์ลดหน้ามันได้ โดยหลังจากการฉีดโบท็อกซ์จะเข้าไปลดการทำงานของต่อมไขมัน ส่งผลให้น้ำมันมีการผลิตที่น้อยลง ทำให้ผิวหน้ามีความมันลดลง และทำให้รูขุมขนกระชับยิ่งขึ้น การฉีดโบท็อกซ์ลดหน้ามันจะเริ่มเห็นผลของการเปลี่ยนแปลงภายใน 1 สัปดาห์ และผลลัพธ์อยู่ได้ประมาณ 3 – 6 เดือน
วิธีป้องกัน ควบคุม ความมันบนใบหน้า
ความมันบนใบหน้า อาจส่งผลเสียในหลายด้าน เช่นทำให้ใบหน้าเกิดการอุดตัน ใบหน้าเกิดสิวซ้ำซาก และเวลาแต่งหน้าเครื่องสำอางไม่ติดทน ดังนั้นเราสามารถป้องกัน ควบคุม ความมันบนใบหน้า ได้ด้วยวิธีเหล่านี้
การเลือกรับประทานอาหารที่เป็นประโยชน์
เช่นธัญพืชไม่ขัดสี วิตามินเอ วิตามินบี2 และผักผลไม้ ซึ่งจะช่วยลดกระบวนการการผลิตความมันบนใบหน้า นอกจากนี้ควรงดรับประทานประเภทของมัน ของทอด อาหารที่มีรสชาติจัดจ้าน และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพราะอาหารจำพวกนี้จะทำให้หลอดเลือดเกิดการขยายตัว และร่างกายจะมีการขับเหงื่อออกมามากกว่าปกติ รวมถึงทำให้ร่างกายเกิดภาวะขาดน้ำ
喝足够的水
น้ำ เป็นส่วนประกอบสำคัญของร่างกาย โดยน้ำจะช่วยลดความมันบนใบหน้า และช่วยทำให้ผิวหนังเกิดความชุ่มชื่น รวมถึงช่วยขับของเสียภายในร่างกายอีกด้วย ดังนั้นเราควรมีการดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ 7 – 8 แก้ว
การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวหน้า
ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดควรมีส่วนผสมของกรดซาลิไซลิก (salicylic acid) หรือกรดไกลโคลิก (glycolic acid) ซึ่งมีคุณสมบัติช่วยละลายความมันที่จะเข้าไปอุดตันในรูขุมขน และป้องกันไม่ให้เกิดสิว
การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมกับสภาพผิว
ควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ไม่มีส่วนผสมของน้ำมัน (oil-free) หรือน้ำมันที่ไม่ทำให้เกิดการอุดตันในรูขุมขน เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดสิว และความมันส่วนเกินบนใบหน้า
避免阳光照射
แสงแดด เป็นตัวการสำคัญที่คอยทำร้ายผิว เมื่อเราโดนแสงแดดเป็นประจำ จะทำให้ผิวหน้าแห้งลง และทำให้ขาดความสมดุลในผิว ซึ่งส่งผลให้ผิวเกิดการผลิตน้ำมันมากเกินความจำเป็น ดังนั้นก่อนออกแดดทุกครั้ง ควรทาครีมกันแดดที่มีค่า SPF 30++ และไม่มีส่วนผสมของน้ำมัน เพื่อป้องกันความมันบนหน้า และปัญหาผิว
การไม่ล้างหน้าบ่อยเกินไป
การล้างหน้าเกิน 2 ครั้งต่อวัน จะเป็นการทำลายเกราะป้องกัน และน้ำมันธรรมชาติที่จำเป็นบนผิวหน้า ซึ่งการล้างหน้าที่เหมาะสมควรเลือกใช้โฟมล้าหน้า ที่มีส่วนผสมของ Salicylic Acid ที่คอยควบคุมความมัน และควรล้างหน้าด้วยน้ำอุ่นที่จะช่วยเปิดรูขุมขนแล้วตามด้วยน้ำเย็น เพื่อช่วยกระชับรูขุมขน
การใช้แผ่นซับมัน
การใช้แผ่นซับมันเมื่อรู้สึกถึงความมันบนใบหน้า จะช่วยดูดซับน้ำมันส่วนเกินบนใบหน้า โดยไม่ทำให้ผิวหน้าเกิดความระคายเคือง แต่ไม่ควรใช้บ่อยจนเกินไป เพราะจะทำให้ผิวหน้าแห้ง และเกิดสิว
避免触摸你的脸。
การสัมผัสใบหน้าด้วยมือเป็นประจำ จะทำให้เชื้อแบคทีเรีย และน้ำมันจากมือซึมเข้าสู่ผิวหน้า ที่เป็นสาเหตุของการอุดตันในรูขุมขน
การสคับผิว
การสคับผิวหน้าควรทำแค่ 1 – 2 ครั้งต่อสัปดาห์ จะช่วยขจัดเซลล์ผิวที่ตายไปแล้ว และสิ่งสกปรกที่สะสมที่อยู่ในรูขุมขน แต่ไม่ควรสคับผิวบ่อยจนเกินไป
การใช้มาสก์เพื่อช่วยดูดซับความมัน
เช่น มาสก์โคลน โดยโคลนจะช่วยดูดซับความมันส่วนเกินบนใบหน้า และช่วยทำความสะอาดรูขุมขน รวมถึงทำให้ใบหน้าดูสดชื่น และไม่มัน





