我做了眼部填充,但现在表面凹凸不平。我该怎么解决这个问题?这样做有危险吗?

ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาไปแล้วหวังว่าจะดูสดใสขึ้น แต่กลับมาเจอเป็นก้อนนูนๆ แทน บางคนเห็นชัดเวลายิ้มหรือขยับหน้า จนรู้สึกกังวลและไม่มั่นใจไปเลย ปัญหานี้เกิดขึ้นได้บ่อยกว่าที่คิด ไม่ว่าจะมาจากเทคนิคการฉีด ปริมาณที่มากเกินไป หรือการดูแลหลังฉีดที่ไม่ถูกต้อง แต่ก็ไม่ต้องตกใจไป เพราะส่วนใหญ่สามารถแก้ไขได้ มาดูกันว่าถ้าเป็นก้อนแบบนี้ควรทำยังไง แล้วอันตรายมากน้อยแค่ไหน

  • ความอันตรายของการฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาแล้วเป็นก้อน อาจต้องมองจากสาเหตุของการเกิดก้อนใต้ตา เช่น เกิดจากการเลือกฟิลเลอร์ที่ไม่เหมาะสม แบบนี้ถือว่าไม่อันตราย 
  • เมื่อฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาแล้วเป็นก้อน สามารถแก้ไขด้วยการฉีดสลายฟิลเลอร์ การขูดฟิลเลอร์ การเจาะออก การฉีดแต่ง และการศัลยกรรมผ่าตัด 
  • ลดความเสี่ยงที่จะเกิดอาการเป็นก้อนบริเวณใต้ตาหลังฉีดฟิลเลอร์ เช่น การเลือกคลินิกที่ได้มาตรฐาน ฉีดกับแพทย์ที่มีประสบการณ์ และความเชี่ยวชาญสูง การเลือกใช้ฟิลเลอร์ที่เหมาะสม  และเทคนิคการฉีด เป็นต้น

ฟิลเลอร์ใต้ตา คือ

眼底填充物 คือ การเติมเต็มสารประเภทไฮยาลูรอนิกแอซิด (Hyaluronic Acid) เข้าตรงบริเวณใต้ตา เพื่อทดแทนไขมัน คอลลาเจน และกระดูกที่ยุบตัวลงเมื่ออายุเพิ่มขึ้น แก้ปัญหาริ้วรอยร่องลึก แก้ไขโครงสร้างเบ้าตาที่ลึกตั้งแต่กำเนิด ซึ่งสาร HA มีคุณสมบัติอุ้มน้ำได้ดี ส่งผลให้หลังจากการฉีดร่องใต้ตาดูตื้นขึ้น ผิวมีความเรียบเนียน ทำให้ใบหน้าดูสดใส ดูอ่อนเยาว์ และช่วยกระจายแสงให้รอยคล้ำใต้ตาดูสว่างขึ้น

ฟิลเลอร์ใต้ตาจะเห็นผลการเปลี่ยนแปลงทันทีหลังการฉีด แล้วเริ่มเห็นผลลัพธ์อย่างชัดเจนภายใน 2 สัปดาห์ และผลลัพธ์จะอยู่ได้ประมาณ 1 – 2 ปี แต่ระยะเวลาอาจมีการเปลี่ยนแปลงขึ้นอยู่กับการดูแลตัวเอง

ทำไม ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาแล้วเป็นก้อน

เมื่อฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาแล้วเป็นก้อน จะมีลักษณะเป็นก้อนเล็ก ๆ นูนขึ้นมา จนมองเห็นได้ชัดเจนเวลายิ้ม หรือแสดงสีหน้า ซึ่งบางกรณีจะเห็นใต้ตาเป็นสีม่วงเข้มขึ้น ที่ไม่ใช้รอยช้ำ แต่เกิดจากการฉีดฟิลเลอร์ลงไปตรงชั้นที่ตื้นเกินไป และเป็นชั้นกล้ามเนื้อที่มีการเคลื่อนไหวไปมา

สาเหตุที่ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาแล้วเป็นก้อน มีดังนี้

  • แพทย์ที่ทำการฉีดขาดความเชี่ยวชาญ : การฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาต้องอาศัยประสบการณ์ แพทย์ต้องมีความรู้เกี่ยวกับโครงสร้างทางกายวิภาคบนใบหน้า และเทคนิคเฉพาะทาง หากแพทย์ขาดความเชี่ยวชาญ อาจทำให้ฉีดผิดชั้นผิว หรือฉีดผิดตำแหน่ง  ส่งผลให้เกิดเป็นก้อน บวม หรือไม่สมส่วน
  • ฉีดตื้นเกิน หรือลึกเกิน : เนื่องจากผิวหนังตรงบริเวรใต้ตาจะมีความบางมาก หากแพทย์ทำการฉีดตื้นเกินไป ฟิลเลอร์จะอยู่ใกล้กับผิวชั้นบน ส่งผลให้เห็นเป็นก้อนชัดเจน หรือเกิด Tyndall Effect ที่เป็นภาวะที่แสงสะท้อนกับฟิลเลอร์ จนทำให้ผิวดูเป็นสีฟ้าหม่น แต่กลับกันหากฉีดลึกเกินไป ฟิลเลอร์อาจไปกองรวมกันอยู่ใต้ผิว โดยไม่กระจายตัวทั่ว จนเกิดเป็นก้อนแข็ง หรือแน่นตึง
  • การฉีดฟิลเลอร์ในปริมาณที่มากเกินไป : บริเวณใต้ตาสามารถรับฟิลเลอร์ได้จำกัด เพราะมีโครงสร้างไขมันน้อย หากฉีดมากเกินไป ผิวจะไม่สามารถรองรับปริมาณฟิลเลอร์ได้ ส่งผลให้ฟิลเลอร์จับตัวเป็นก้อน หรือเกิดการบวมขึ้นมา
  • การเลือกฟิลเลอร์ที่ไม่เหมาะกับบริเวณใต้ตา : หากต้องการแก้ปัญหาใต้ตา ควรใช้ฟิลเลอร์ที่มีเนื้อละเอียด เบาบาง นิ่ม และสามารกระจายตัวได้ดี จะทำให้ฟิลเลอร์ไม่จับตัวเป็นก้อน และเรียบเนีบน แต่หากฟิลเลอร์ที่ใช้มีเนื้อแน่นเกินไป จะทำให้ฟิลเลอร์ไม่กระจายตัวไปตามแนวใต้ตา และอาจจับตัวเป็นก้อนแข็ง
  • ฟิลเลอร์ที่ใช้ไม่ได้มาตรฐาน : ฟิลเลอร์ที่ไม่ผ่านการรับรองจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) อาจมีส่วนผสมของซิลิโคนเหลว หรือพาราฟิน ซึ่งไม่สามารถสลายได้เอง อาจจับตัวเป็นก้อนแข็ง เกิดการอักเสบ อาการแพ้ หรือไหลย้อยผิดรูป
  • ปฏิกิริยาตอบสนองของร่างกายต่อฟิลเลอร์ เช่น การบีบตัวของกล้ามเนื้อ หรือเกิดพังผืดหลังฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา ทำให้ฟิลเลอร์จับตัวเป็นก้อนแข็ง และเกิดการเคลื่อนที่จากตำแหน่งเดิม

ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาแล้วเป็นก้อน อันตรายไหม

ความอันตรายของการฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาแล้วเป็นก้อน อาจต้องมองจากสาเหตุของการเกิดก้อนใต้ตา เช่น เกิดจากการเลือกฟิลเลอร์ที่ไม่เหมาะสม แบบนี้ถือว่าไม่อันตราย แต่หากเกิดจากการใช้ฟิลเลอร์ปลอม การฉีดผิดตำแหน่ง หรือฉีดโดนเส้นเลือด โดยเฉพาะการฉีดกับหมอกระเป๋า และคลินิกที่ไม่ได้มาตรฐาน อาจทำให้ตาบอด เพราะฟิลเลอร์ปลอมไม่สามารถสลายได้ ทำให้เกิดการตกค้าง เกิดการอักเสบ เกิดการไหลย้อน และเป็นพังผืดเกาะกับเนื้อเยื่อ

แก้ไขยังไง เมื่อฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาแล้วเป็นก้อน

เมื่อฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาแล้วเป็นก้อน อย่างแรกควรเข้าพบแพทย์ เพื่อให้แพทย์ประเมินอาการ ก่อนเลือกวิธีการแก้ไขที่เหมาะสม

การฉีดสลายฟิลเลอร์ใต้ตา

เป็นวิธีที่สลายฟิลเลอร์ได้เร็วที่สุด โดยแพทย์จะทำการฉีดสารเอนไซม์ไฮยาลูโรนิเดส (Hyaluronidase หรือ Hyalase) เข้าตรงบริเวณใต้ตาที่เป็นก้อน ส่งผลให้ฟิลเลอร์เกิดการละลาย และค่อย ๆ สลายออกไปจากร่างกาย ซึ่งการฉีดสลายฟิลเลอร์ใต้ตา จะทำให้ผิวบริเวณใต้ตาที่เป็นก้อน กลับมาเรียบเนียน

填料刮除

เป็นวิธีแก้ไขสำหรับบุคคลที่ฉีดฟิลเลอร์ปลอม ฟิลเลอร์แบบถาวร หรือกึ่งถาวร ซึ่งไม่สามารถฉีดสลายฟิลเลอร์ได้ โดยแพทย์จะใช้เข็ม หรือเครื่องมือเฉพาะสำหรับขุด หรือดูดฟิลเลอร์ออก การขูดฟิลเลอร์จะสามารถนำออกได้ประมาณ 60% – 70% เพราะตัวฟิลเลอร์ปลอมอาจเข้าไปทำลายเนื้อเยื่อ หรือฝังอยู่ในกล้ามเนื้อ

เจาะออก

วิธีการนี้เหมาะสำหรับฟิลเลอร์ที่เป็นก้อนนิ่ม ไม่แข็งมาก และไม่มีพังผืดเกาะ โดยจะทำในบุคคลที่ฉีดฟิลเลอร์ประเภท Polyamine (Aqualift) หรือ Hydrofilic gel แต่วิธีนี้ไม่สามารถเอาฟิลเลอร์ออกได้หมด จะทำได้เพียง 50-70%

การฉีดเติมแต่ง

วิธีนี้สามารถใช้ได้ในบางกรณี ซึ่งแพทย์จะเป็นผู้ประเมินก่อน โดยเติมเพื่อปรับให้ก้อนตรงนั้นเรียบเนียนขึ้น เกลี่ยผิวให้ดูสมูทขึ้น หรือเติมบริเวณรอบด้านให้บาลานซ์กับส่วนที่เป็นก้อน แต่วิธีนี้จะต้องมีการวางแผนการรักษาอย่างแม่นยำ ไม่อย่างนั้นก้อนอาจใหญ่ขึ้นกว่าเดิม

การศัลยกรรมผ่าตัด

เป็นวิธีแก้ไขฟิลเลอร์จับตัวเป็นก้อน มีขนาดใหญ่ และมีความแข็งมาก ซึ่งเกิดจากการปล่อยให้ฟิลเลอร์ปลอมอยู่ในร่างกายเป็นเวลานาน จนเกิดพังผืดขึ้นมา การผ่าตัดจึงไม่สามารถเอาออกได้หมด

วิธีลดความเสี่ยงที่จะเกิดอาการเป็นก้อนบริเวณใต้ตาหลังฉีดฟิลเลอร์

  • การเลือกคลินิกที่ได้มาตรฐาน สะอาด และปลอดเชื้อ โดยคลินิกต้องมีใบอนุญาตสถานพยาบาล และเลขที่อนุญาตจำนวน 11 หลัก อย่างชัดเจน สามารถตรวจสอบได้ รวมถึงต้องมีอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ครบถ้วน และมีการฆ่าเชื้ออุปกรณ์อย่างเคร่งครัดตามหลักการแพทย์
  • เลือกฉีดกับแพทย์ที่มีประสบการณ์ และความเชี่ยวชาญสูง เนื่องจากบริเวณใต้ตามีความบอบบางสูง โดยแพทยืที่ทำการฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาต้องสามารถประเมินปัญหาผิวบริเวณรอบดวงตาอย่างละเอียด พร้อมกับวางแผนฉีดให้เหมาะสม เพื่อผลลัพธ์ที่สวยงาม และเรียบเนียนเป็นธรรมชาติ
  • การเลือกใช้ฟิลเลอร์ที่เหมาะสม ฟิลเลอร์สำหรับใต้ตาโดยเฉพาะ เช่น Restylane Vital Light , Belotero Soft หรือ Juvederm Volbella ที่มีคุณสมบัติไม่ดูดน้ำ ไม่ฟู ไม่เคลื่อนที่ และสามารถเข้ากับผิวที่มีความบางได้ดี ควรหลีกเลี่ยงฟิลเลอร์ที่มีเนื้อแน่นเกินไป ซึ่งอาจจับตัวเป็นก้อน หรือทำให้เกิด Tyndall effect
  • เทคนิคการฉีด เช่นการใช้เข็มทู่ จะลดโอกาสการเกิดอาการช้ำ เส้นเลือดเกิดการฉีดขาด หรือฟิลเลอร์เกิดการกระจายตัวผิดจุด หรือการฉีดทีละจุดเล็ก ๆ ช้า ๆ  และกระจายชั้นผิวให้เหมาะสม จะลดการกองตัวของฟิลเลอร์เป็นก้อน
  • การปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัดหลังฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา เช่น หลีกเลี่ยงการสัมผัสตรงบริเวณที่ทำการฉีด เป็นเวลา 7 – 14 วัน หรือการนอนคว่ำ นอนตะแคง หลีกเลี่ยงความร้อนจัด กิจกรรมที่อาจเกิดแรงกระแทก งดดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และงดสูบบุหรี่ เพื่อฟิลเลอร์ได้ทำงานอย่างเต็มประสิทธิภาพ
  • หลังจากการฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาแล้วพบความผิดปกติ เช่น ฟิลเลอร์จับตัวเป็นก้อนแข็ง เกิดอาการอักเสบ หรือฟิลเลอร์มีการเคลื่อนตัวผิดตำแหน่ง ควรรีบเข้าพบแพทย์ทันที