什么原因会导致手脚出汗?如何预防和治疗?

เหงื่อออกมือ ออกเท้า จนรู้สึกอายทุกครั้งที่ต้องจับมือคนอื่น หรือถอดรองเท้าในที่สาธารณะ เชื่อว่าหลายคนเจอปัญหานี้อยู่แต่ไม่รู้จะแก้ยังไง บางคนคิดว่าเป็นเรื่องปกติ บางคนก็ทนมาเป็นสิบปีโดยไม่เคยรู้เลยว่ามันมีสาเหตุและวิธีแก้ไขได้จริง ๆ จะเป็นเพราะพันธุกรรม ความเครียด หรือฮอร์โมนแปรปรวน ปัญหานี้มีชื่อเรียกจริง ๆ ว่า “ภาวะเหงื่อออกมากผิดปกติ” และที่สำคัญคือ รักษาได้ บทความนี้รวบรวมสาเหตุ วิธีป้องกัน และแนวทางแก้ไขมาให้ครบ อ่านจบแล้วไม่ต้องเป็นกังวลอีกต่อไป

要点

  • เหงื่อออกมือและเท้ามาก มักเกิดจากการที่ต่อมเหงื่อในร่างกายถูกกระตุ้นให้มีการทำงานแบบผิดปกติ ส่งผลให้ต่อมเหงื่อมีการขับเหงื่อออกมามากกว่าปกติ นอกจากนี้อาจเกิดจากปัจจัยอื่น เช่น ความเครียด และความวิตกกังวล การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน ความผิดปกติของระบบประสาทอัตโนมัติ ภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ เป็นต้น
  • เหงื่อออกมือและเท้ามาก จะส่งผลกระทบทางด้านจิตใจ  ด้านการทำงาน และการเข้าสังคม  ด้านภาพลักษณ์ ด้านกิจกรรม  และด้านสุขภาพ
  • วิธีป้องกันเหงื่อออกมือ และเท้าด้วยตัวเอง เป็นวิธีการที่สามารถทำได้ง่าย และไม่เสียค่าใช้จ่าย เช่นการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสม และการทำความสะอาดร่างกายอย่างสม่ำเสมอ ก็จะช่วยลดอาการเหงื่อออกมากได้
  • วิธีรักษาเหงื่อออกมือ เท้า แบบเร่งด่วน เช่น การฉีดโบท็อกซ์ การรับประทานยาในกลุ่มแอนตีโคลิเนอร์จิก (Anticholinergic) การทายา การรักษาด้วยคลื่นไมโครเวฟ (MiraDry) และการผ่าตัดตัดเส้นประสาท 

สาเหตุของเหงื่อออกมือและเท้ามาก

เหงื่อออกมือ และเท้ามาก หรือทางแพทย์จะเรียกว่า “ภาวะเหงื่อออกมากเกิน” มักจะเกิดจากการที่ต่อมเหงื่อในร่างกายถูกกระตุ้นให้มีการทำงานแบบผิดปกติ ส่งผลให้ต่อมเหงื่อมีการขับเหงื่อออกมามากกว่าปกติ โดยไม่สอดคล้องกับสภาพแวดล้อม หรืออุณหภูมิ แต่อาจจะเกิดจากโรคแทรกซ้อน ที่อาจส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน สาเหตุของเหงื่อออกมือและเท้ามาก มีดังนี้

  • ความเครียด และความวิตกกังวล เมื่อร่างกายเกิดความเครียด หรือวิตกกังวล สมองจะส่งสัญญาณผ่านระบบประสาทซิมพาเทติก ให้ต่อมหมวกไตหลั่งฮอร์โมน Adrenaline และ Cortisol ออกมา ฮอร์โมนเหล่านี้จะกระตุ้นต่อมเหงื่อโดยตรง โดยเฉพาะตรงบริเวณฝ่ามือ และเท้า
  • การเปลี่ยนแปลงฮอร์โมน เช่นช่วงวัยรุ่น การเปลี่ยนแปลงฮอร์โมนในช่วงวัยรุ่นจะกระตุ้นให้ต่อมเหงื่อทำงานมากขึ้น หรือช่วงหมดประจำเดือน จะทำให้ฮอร์โมนเอสโตรเจนลดลง ส่งผลให้ระบบที่ควบคุมอุณหภูมิในร่างกายมีการทำงานแบบผิดปกติ จนเกิดอาการร้อนวูบวาบ และเหงื่อออกมาก รวมถึงต่อมไทรอยด์ทำงานเกิน จะทำให้ระบบเมตาบอลิซึมในร่างกายทำงานเร็วกว่าปกติ ส่งผลให้ร่างกายผลิตความร้อนมากขึ้น และการระบายความร้อนออกทางเหงื่อมากขึ้น
  • ความผิดปกติของระบบประสาทอัตโนมัติ สาเหตุเกิดจากการที่ระบบประสาทซิมพาเทติก (Sympathetic Nervous System) มีการทำงานไวเกินไป ซึ่งส่งสัญญาณไปกระตุ้นต่อมเหงื่อ ส่งผลให้ต่อมเหงื่อมีการขับเหงื่อออกมามากกว่าปกติ แม้จะอยู่ในสภาวะที่อุณหภูมิร่างกายคงที่ หรือไม่ได้ทำกิจกรรมที่ใช้แรงเยอะ
  • ภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ เมื่อระดับน้ำตาลในเลือดต่ำกว่าปกติ ร่างกายจะเกิดการหลั่งฮอร์โมน Adrenaline เพื่อกระตุ้นให้ตับมีการปล่อยน้ำตาลออกมา สำหรับกระบวนการนี้จะมีผลข้างเคียงคือ การกระตุ้นต่อมเหงื่อให้มีการทำงานที่มากขึ้น โดยเฉพาะตรงบริเวณมือ และเท้า ซึ่งมักจะมาพร้อมกับอาการใจสั่น มือสั่น และหน้ามือ
  • โรคเบาหวาน สำหรับผู้ป่วยเบาหวานที่มีการควบคุมระดับน้ำตาลไม่ดี อาจจะเกิดภาวะน้ำตาลต่ำ นอกจากนี้ในระยะยาวเบาหวานอาจจะทำลายเส้นประสาทอัตโนมัติ ซึ่งทำหน้าที่ควบคุมการทำงานของต่อมเหงื่อ ส่งผลให้เหงื่อออกมามากผิดปกติ หรือบางรายอาจจะไม่มีเหงื่อเลย
  • โรคหัวใจ และโรคหลอดเลือด เมื่อหัวใจทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ ร่างกายจะเกิดการกระตุ้นระบบประสาทซิมพาเทติกเพื่อชดเชย ส่งผลให้เกิดเหงื่อออกมากที่เท้า และมือ โดยเฉพาะในบุคคลที่มีภาวะหัวใจล้มเหลว หรือหลอดเลือดหัวใจตีบ เหงื่อออกมือ และเท้ามากอาจจะเป็นหนึ่งสัญญาณเตือนของโรคหัวใจ
  • ผลข้างเคียงที่เกิดจากยา ยาบางชนิดมีผลกระตุ้นต่อมเหงื่อโดยตรง หรือผ่านทางระบบประสาท เช่น ยาแก้ซึมเศร้า ยาลดความดันโลหิต ยาแก้ปวด หรือยารักษามะเร็ง
  • การติดเชื้อ และไข้ เมื่อร่างกายเกิดการติดเชื้อ ระบบภูมิคุ้มกันจะเกิดการหลั่งสารไพโรเจน ซึ่งจะกระตุ้นให้ไฮโปทาลามัสในสมองปรับอุณหภูมิร่างกายให้สูงขึ้น เพื่อยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อโรค แต่เมื่อไข้ลดร่างกายจะระบายความร้อนออก ผ่านทางการขับเหงื่อออกมาเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะมือ และเท้า

ภาวะ Hyperhidrosis คืออะไร? แตกต่างจากเหงื่อออกปกติอย่างไร

ภาวะ Hyperhidrosis คือ ภาวะที่ร่างกายมีการหลั่งเหงื่อออกมามากเกินความจำเป็น เพื่อรักษาอุณหภูมิของร่างกาย โดยต่อมเหงื่อจะมีการทำงานแบบผิดปกติแม้ขณะอยู่ในห้องแอร์ พักผ่อน และไม่ได้อยู่ในสภาวะเครียด ซึ่งมีความแตกต่างจากเหงื่อออกปกติ ตามตารางด้านล่าง

部分เหงื่อออกปกติภาวะ Hyperhidrosis
สาเหตุของการเกิดเมื่ออุณหภูมิสูงร่างกายจะมีการระบาย หรือการออกกำลังกาย กินอาหารที่มีรสชาติเผ็ด และเกิดความเครียดระบบประสาทสั่งการต่อมเหงื่อทำงานไวแบบผิดปกติ
บริเวณที่มีเหงื่อทั่วร่างกายมักจะเกิดที่บริเวณฝ่ามือ ฝ่าเท้า รักแร้ หรือใบหน้า
ปริมาณเหงื่อที่มีการหลั่งออกมาปริมาณพอเหมาะเพื่อระบายความร้อนเหงื่อจะมีการหลั่งออกมามากจนเปียกชุ่ม หยดเป็นเม็ด หรือทำให้ผิวเปื่อย
ระยะเวลาการหลั่งเหงื่อจะไหลออกมาเมื่อร่างกายต้องการระบายความร้อนเหงื่อจะไหลออกตลอดเวลา แม้จะอยู่ในอากาศที่เย็น
ผลกระทบไม่ส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันอาจส่งผลกระทบต่อการทำงาน การเข้าสังคม และสูญเสียความมั่นใจ

เหงื่อออกมือและเท้ามากส่งผลกระทบอะไรบ้าง

เมื่อมีเหงื่อออกมือ และเท้ามาก อาจจะไม่ใช่เพียงปัญหาเรื่องสุขอนามัย หรือสร้างความรำคาญใจชั่วคราว แต่มันกลับสร้างผลกระทบในด้านอื่น เช่น 精神的 ทำให้สูญเสียความมั่นใจ และสร้างความวิตกกังวลเมื่อมือเปียก ด้านการทำงาน และการเข้าสังคม ทำให้ดูเหมือนเป็นบุคคลที่มีบุคลิกไม่ดี หรือดูห่างเหิน เนื่องจากต้องหลีกเลี่ยงการจับมือกับผู้อื่น ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการทำความรู้จัก หรือติดต่อธุรกิจ ด้านภาพลักษณ์ การเลือกใส่รองเท้าที่ปิดมิดชิดเพื่อซ่อนความเปียก แล้วไม่สามารถใส่รองเท้าแตะได้ เพราะเท้าจะเกิดการลื่นไถลออกจากรองเท้าได้ ด้านกิจกรรม เวลาจับปากกาเขียนหนังสืออาจลำบาก เนื่องจากมือเปียกชุ่ม หรือเวลาเล่นกีฬา เช่นการจับไม้แบดมินตัน ไม้เทนนิส หรือการยกน้ำหนัก อาจจะเกิดอันตราย เพราะความลื่น และการเล่นโยคะ ยิมนาสติกที่ต้องใช้การยึดเกาะพื้นผิว อาจจะทำได้ยาก รวมถึง健康 อาจมีเรื่องกลิ่นที่ไม่พึงประสงค์ โดยเฉพาะตรงบริเวณเท้า เมื่อเวลาเหงื่อผสมกับแบคทีเรียในรองเท้าที่อับชื้น จะทำให้เกิดกลิ่นเหม็นที่รุนแรง และโรคผิวหนัง เมื่อผิวหนังที่เปียกชื้นอยู่ตลอดเวลา จะทำให้ผิวเปื่อยยุ่ย และอ่อนแอ ทำให้เกิดเชื้อรา หรือเชื้อแบคทีเรียได้ง่ายกว่าปกติ รวมถึงการเกิดผดผื่นคันได้บ่อย

เหงื่อออกมือเท้า เกี่ยวข้องกับโรคอะไรได้บ้าง?

โรคต่อมไทรอยด์เป็นพิษ

เกิดจากการที่ต่อมไทรอยด์ที่ควบคุมการเผาผลาญ เมื่อการทำงานมากเกินไป จนทำให้ร่างกายเกิดความร้อน และมีการขับเหงื่อออกมามาก พร้อมกับอาการมือสั่น ผมร่วง หรือกระหายน้ำบ่อยร่วมด้วย

โรคเบาหวาน

เมื่อมีการควบคุมระดับน้ำตาลไม่ดี อาจจะทำให้เกิดภาวะน้ำตาลต่ำ นอกจากนี้ในระยะยาวเบาหวานอาจจะทำลายเส้นประสาทอัตโนมัติ ซึ่งทำหน้าที่ควบคุมการทำงานของต่อมเหงื่อ ส่งผลให้เหงื่อออกมามากผิดปกติ หรือบางรายอาจจะไม่มีเหงื่อเลย

โรคหัวใจ และหลอดเลือด

เมื่อหัวใจทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ ร่างกายจะเกิดการกระตุ้นระบบประสาทซิมพาเทติกเพื่อชดเชย ส่งผลให้เกิดเหงื่อออกมากที่เท้า และมือ ร่วมกับอาการใจสั่น เหนื่อยหอบ  โดยเฉพาะในบุคคลที่มีภาวะหัวใจล้มเหลว หรือหลอดเลือดหัวใจตีบ เหงื่อออกมือ และเท้ามากอาจจะเป็นหนึ่งสัญญาณเตือนของโรคหัวใจ

โรคความเครียด และวิตกกังวล

เมื่อร่างกายเกิดความเครียด หรือวิตกกังวล สมองจะส่งสัญญาณผ่านระบบประสาทซิมพาเทติก ให้ต่อมหมวกไตหลั่งฮอร์โมน Adrenaline และ Cortisol ออกมา ฮอร์โมนเหล่านี้จะกระตุ้นต่อมเหงื่อโดยตรง โดยเฉพาะตรงบริเวณฝ่ามือ และเท้า

皮肤病

เมื่อผิวหนังมีเหงื่อออกมาจะเกิดความชื้น ส่งผลให้เกิดเชื้อราได้ง่าย รวมถึงติดเชื้อแบคทีเรียได้ง่าย และมีผื่นคัน

วิธีป้องกันเหงื่อออกมือและเท้าด้วยตัวเอง

วิธีป้องกันเหงื่อออกมือ และเท้าด้วยตัวเอง เป็นวิธีการที่สามารถทำได้ง่าย และไม่เสียค่าใช้จ่าย เช่นการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสม และการทำความสะอาดร่างกายอย่างสม่ำเสมอ ก็จะช่วยลดอาการเหงื่อออกมากได้ วิธีป้องกันเหงื่อออกมือและเท้าด้วยตัวเอง มีดังนี้

  • การอาบน้ำเย็น การอาบน้ำเย็นจะช่วยลดอุณหภูมิให้ร่างกาย และช่วยลดการผลิตเหงื่อ
  • การเลือกสวมเสื้อที่ระบายอาการได้ดี เช่น เสื้อผ้าที่ทำมาจากผ้าฝ้าย หรือผ้าลินิน จะช่วยระบายความชื้น และทำให้อุณหภูมิของร่างกายเย็นลง
  • การเลือกใช้สารส้ม สารส้มเป็นสารธรรมชาติที่ช่วยลดการผลิตเหงื่อ ช่วยกระชับรูขุมขน และช่วยสมานผิว โดยส่วนใหญ่จะนำสารส้มไปทางตรงบริเวณที่มีเหงื่อออกมา เช่นบริเวณรักแร้ หรือฝ่ามือ
  • การเลือกใช้เบกกิ้งโซดา เบกกิ้งโซดามีฤทธิ์เป็นด่าง มีคุณสมบัติช่วยดูดซับความชื้น และลดกลิ่นที่อาจมาพร้อมกับเหงื่อที่ออกตรงเท้า โดยจะนำเบกกิ้งโซดามาผสมกับน้ำเล็กน้อย คนให้เป็นเนื้อครีม แล้วนำมาทาที่มือ หรือเท้าทิ้งไว้ประมาณ 10 – 15 นาที จากนั้นค่อยล้างออก
  • การแช่มือ และเท้าด้วยชา ใบชาจะมีสาร Tannic Acid ที่ช่วยกระชับรูขุมขน และลดการหลั่งของเหงื่อได้ชั่วคราว โดยจะนำถุงชา 2-3 ถุงใส่ลงในน้ำลง จากนั้นให้แช่มือ และเท้า ทิ้งไว้ประมาณ 15 – 20 นาที
  • การดื่มให้เพียงพอ การดื่มน้ำวันละ 7 – 8 แก้วต่อวัน น้ำจะเข้าไปเติมความชุ่มชื้นให้กับร่างกาย และทำให้ร่างกายเย็นลง รวมถึงไม่ทำให้ร่างกายต้องผลิตเหงื่อออกมาเพื่อระบายความร้อน
  • หลีกเลี่ยงการทานอาหารที่มีรสชาติจัด และเผ็ดร้อน เนื่องจากพริก หรือเครื่องเทศที่มีสารแคปไซซิน เป็นตัวกระตุ้นให้ร่างกายรู้สึกร้อน และขับเหงื่อ
  • การควบคุมอารมณ์ และความเครียด เนื่องจากความเครียดเป็นสาเหตุหลักที่กระตุ้นต่อมเหงื่อ การฝึกจิต เช่น การหายใจเข้าลึก ๆ การนั่งสมาธิ หรือการเล่นโยคะ จะช่วยลดการทำงานของระบบประสาทซิมพาเทติก ซึ่งเป็นตัวการสำคัญที่กระตุ้นต่อมเหงื่อโดยตรง
  • การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ระงับเหงื่อที่มีส่วนผสมของอลูมิเนียม  สามารถใช้ทาที่มือ หรือเท้าเพื่อช่วยลดเหงื่อได้ ซึ่งควรทาก่อนนอนเพื่อให้ออกฤทธิ์ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ แล้วค่อยทำความสะอาดออกตอนเช้า
  • การอยู่ในห้องแอร์ หรือหน้าพัดลมตลอดเวลา เพื่อให้เกิดการระบายอากาศตรงบริเวณมือ โดยเฉพาะบุคคลที่ทำอาชีพเป็นนักเขียน นักกราฟฟิก คนแปลเอกสาร เป็นต้น
  • การรักษาน้ำหนักตัวให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน บุคคลที่มีน้ำหนักตัวเกิน จะทำให้ร่างกาย-ต้องทำงานหนักขึ้น และมีการผลิตความร้อนมากขึ้น ส่งผลให้เหงื่อออกมากกว่าปกติ การควบคุมน้ำหนักจะช่วยแก้ปัญหาเรื่องนี้

วิธีรักษาเหงื่อออกมือเท้า แบบเร่งด่วน

การฉีดโบท็อกซ์ (Botox) เพื่อลดเหงื่อที่มีการออกมาแบบผิดปกติ เป็นการรักษาด้วยการฉีดสารโบทูลินัมท็อกซินชนิด A โดยโบท็อกซ์จะเข้าไปยับยั้งการทำงานของสารสื่อประสาท ที่มีชื่อว่า อะเซทิลโคลีน (Acetylcholine) ที่ทำหน้าที่ในการส่งสัญญาณจากเส้นประสาทไปยังต่อมเหงื่อ เมื่อสัญญาณประสาทถูกบล็อก ต่อมเหงื่อก็จะมีการทำงานที่ลดลง ดังนั้นเมื่อเหงื่อลดลง ความอับชื้น และการสะสมของแบคทีเรียก็ลดลงด้วย หลังจากการฉีดโบท็อกซ์เท้า หรือมือจะเริ่มเห็นผลภายใน 3 – 7 วันหลังจากการฉีด แล้วจะเริ่มเห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจนที่สุดภายใน 14 วัน ซึ่งผลลัพธ์จะอยู่ได้ประมาณ 4 – 12 เดือนขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล และจะช่วยลดเหงื่อได้มากกว่า 80-90% ในตรงบริเวณที่ฉีด อ่านเพิ่มเติมได้ที่ เท้าเหม็น เหงื่อออกเยอะ แก้ได้ด้วยการฉีดโบท็อกซ์ฝ่าเท้า

การรับประทานยาในกลุ่มแอนตีโคลิเนอร์จิก (Anticholinergic) เพื่อการรักษาภาวะเหงื่อออกมาก โดยต่อมเหงื่อจะถูกควบคุมด้วยระบบประสาทอัตโนมัติผ่านสารสื่อประสาทที่มีชื่อว่า Acetylcholine ยากลุ่ม Anticholinergic จะออกฤทธิ์ด้วยการปิดกั้นตัวรับ Muscarinic receptor ที่ต่อมเหงื่อ ทำให้ Acetylcholine ไม่สามารถจับกับตัวรับได้ ส่งผลให้ต่อมเหงื่อหยุดทำงาน หรือมีการทำงานน้อยลง แต่การรับประทานยาชนิดนี้จะทำให้เกิดผลข้างเคียง เช่น ตาพร่ามัว ปากแห้ง ตาแห้ง หรือท้องผูก

การทายา เพื่อระงับเหงื่อในกลุ่มอลูมิเนียมคลอไรด์ (Aluminum Chloride) โดยอลูมิเนียมคลอไรด์เมื่อทาลงบนผิวหนังจะแทรกซึมเข้าสู่ท่อต่อมเหงื่อ จนเกิดปฏิกิริยากับโปรตีนในเซลล์ ทำให้ท่อบวม และตีบแคบลง ส่งผลให้เหงื่อตรงบริเวณที่ทาลด หรือหยุดการหลั่ง ทายาชนิดนี้ไม่ได้ทำลายต่อมเหงื่อถาวร แต่เป็นการอุดกั้นเพียงชั่วคราว

การรักษาด้วยคลื่นไมโครเวฟ (MiraDry) จะเป็นการใช้พลังงานคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าความถี่สูง ยิงส่งผ่านผิวหนังลงไปที่ชั้นใต้ผิว ความร้อนที่เกิดขึ้นจะทำลายต่อมเหงื่อ และต่อมไขมันอย่างถาวร โดยไม่ทำลายเนื้อเยื่อชั้นบน การใช้วิธีนี้จะช่วยลดเหงื่อได้ประมาณ 70–82% และส่วนใหญ่ไม่ต้องทำซ้ำ เนื่องจากต่อมเหงื่อที่ถูกทำลายไม่สามารถงอกขึ้นมาใหม่ได้

การผ่าตัดตัดเส้นประสาท จะเป็นการผ่าตัดส่องกล้องตรงบริเวณทรวงอก แล้วหนีบ หรือตัดเส้นประสาทซิมพาเทติก ซึ่งเป็นตัวสั่งการให้ต่อมเหงื่อที่มือทำงาน เมื่อเส้นประสาทขาด คำสั่งการขับเหงื่อออกก็ไปไม่ถึง วิธีการนี้เหมาะกับบุคลที่เป็น Hyperhidrosis ระดับรุนแรง

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

ความเครียดทำให้เหงื่อออกมือได้จริงไหม?

ความเครียดสามารถทำให้เหงื่อออกมือได้จริง เมื่อร่างกายเกิดความเครียด สมองจะส่งสัญญาณผ่านระบบประสาทซิมพาเทติก ให้ต่อมหมวกไตหลั่งฮอร์โมน Adrenaline และ Cortisol ออกมา ฮอร์โมนเหล่านี้จะกระตุ้นต่อมเหงื่อโดยตรง โดยเฉพาะตรงบริเวณฝ่ามือ และเท้า

โบท็อกซ์ฉีดแก้เหงื่อออกมือได้จริงไหม?

โบท็อกซ์ฉีดแก้เหงื่อออกมือได้จริง โดยโบท็อกซ์จะเข้าไปยับยั้งการทำงานของสารสื่อประสาท ที่มีชื่อว่า อะเซทิลโคลีน (Acetylcholine) ที่ทำหน้าที่ในการส่งสัญญาณจากเส้นประสาทไปยังต่อมเหงื่อ เมื่อสัญญาณประสาทถูกบล็อก ต่อมเหงื่อก็จะมีการทำงานที่ลดลง

ดื่มน้ำเยอะขึ้นช่วยได้ไหม?

ดื่มน้ำเยอะขึ้นช่วยได้ โดยน้ำจะช่วยเติมความชุ่มชื้นให้กับร่างกาย และทำให้อุณหภูมิภายในร่างกายเย็นลง รวมถึงไม่ทำให้ร่างกายต้องผลิตเหงื่อออกมาเพื่อระบายความร้อน