ใครว่าโบท็อกซ์เป็นเรื่องของผู้หญิงอย่างเดียว เดี๋ยวนี้ผู้ชายก็ไปฉีดกันเยอะขึ้นมาก ทั้งเพื่อลดริ้วรอยที่หน้าผาก ปรับกรามให้ดูเรียวขึ้น หรือแค่อยากให้หน้าดูสดใสไม่เหนื่อยล้า แต่หลายคนก็ยังลังเลว่าผู้ชายฉีดได้จริงไหม ฉีดแล้วหน้าจะแข็งหรือดูแปลกๆ หรือเปล่า ความจริงคือทำได้ และถ้าฉีดถูกจุด ถูกปริมาณ ก็ดูเป็นธรรมชาติจนคนรอบข้างแทบไม่รู้ว่าไปทำมา ลองไปดูกันว่าจุดไหนที่ผู้ชายนิยมฉีดมากที่สุด แล้วควรรู้อะไรก่อนตัดสินใจ
Main Idea
- โบท็อกซ์สำหรับผู้ชายจึงจะเน้นการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ เช่นฉีดโบลิฟต์กรอบหน้า ทำให้ใบหน้าดูคม และสมส่วนมากขึ้น หรือฉีดโบท็อกซ์ลดริ้วรอย เพื่อป้องกันการเกิดรอยพับของกล้ามเนื้อ
- การฉีดโบท็อกซ์สำหรับผู้ชาย และผู้หญิงจะแตกต่างกันตรงเป้าหมาย และผลลัพธ์ที่ได้ โดยผู้ชายจะฉีดเพื่อเสริมความมั่นใจ และต้องการปรับรูปหน้าให้มีความคมชัด และมีมิติขึ้น
- 6 จุดฉีดโบท็อกซ์สำหรับผู้ชายที่นิยม เช่น หน้าผาก ระหว่างคิ้ว หางตา กราม มุมปาก และรักแร้
- โบท็อกซ์สำหรับผู้ชาย ยี่ห้อที่นิยมฉีด เช่น Aestox Nabota Dysport Allergan Xeomin และNeuronox
โบท็อกซ์คืออะไร
โบท็อกซ์ (Botox) คือ โปรตีนชนิดหนึ่งที่สกัดมาจากแบคทีเรียที่มีชื่อว่า คลอสตริเดียม โบทูลินัม (Clostridium Botulinum) ที่มีด้วยกันถึง 7 ชนิด แต่ชนิดที่นำมาใช้ในวงการเสริมความงาม คือ Botulinum toxin type A ซึ่งมีความปลอดภัย และได้รับการรับรองมาตรฐานจาก อย.
โบท็อกซ์จะมีการออกฤทธิ์ต่อระบบประสาท โดยการเข้าไปรบกวนการทำงานทำให้ไม่สามารถหลั่งสารสื่อประสาทได้ ทำให้กล้ามเนื้อขาดการรับรู้การสั่งงานจากเซลล์ประสาท ส่งผลให้ไม่สามารถหดตัวได้ตามปกติ ซึ่งช่วยลดริ้วรอยที่เกิดจากการแสดงสีหน้าตรงบริเวณหน้าผาก ระหว่างคิ้ว หางตา หรือการย่นจมูก รวมถึงลดขนาดกล้ามเนื้อในการปรับรูปหน้าให้เรียวเล็ก ลดเหงื่อตรงบริเวณรักแร้ ฝ่ามือฝ่าเท้า ยกกระชับใบหน้า และยังนำมาใช้ในการรักษาโรคต่าง ๆ เช่น ไมเกรน หรือOffice syndrome หลังจากการฉีดจะเห็นผลชัดขึ้นในช่วง 7 – 14 วัน แล้วผลลัพธ์จะอยู่ได้ประมาณ 3 – 6 เดือน แต่ระยะเวลาอาจมีการเปลี่ยนแปลงขึ้นอยู่กับปัจจัย
ผู้ชายฉีดโบท็อกซ์ได้ไหม

โบท็อกซ์ผู้ชายสามารถฉีดได้ และปัจจุบันกำลังเป็นที่นิยม โดยจะถูกเรียกว่า “Brotox” ซึ่งมาจากคำว่า Brother หรือ Boy + Botox เพื่อช่วยดูแลภาพลักษณ์ ลดเลือนริ้วรอย หรือปรับรูปหน้าให้ดูอ่อนเยาว์ และเสริมความั่นใจให้กับคุณผู้ชาย
โบท็อกซ์ช่วยเรื่องอะไรให้กับผู้ชาย
โบท็อกซ์ เป็นการฉีดสาร Botulinum Toxin Type A เพื่อลดการทำงานของกล้ามเนื้อตรงบริเวณที่ต้องการ ส่งผลให้กล้ามเนื้อที่เกิดการหดเกร็งอยู่มีการคลายตัวลง ดังนั้นโบท็อกซ์สำหรับผู้ชายจึงจะเน้นการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ เช่น การฉีดโบลิฟต์กรอบหน้า จะทำให้ใบหน้าดูคม และสมส่วนมากขึ้น หรือการฉีดโบท็อกซ์ลดริ้วรอย เพื่อป้องกันการเกิดรอยพับของกล้ามเนื้อ ที่เกิดจากการแสดงสีหน้าเป็นประจำ ส่งผลให้ใบหน้าดูเด็กลง และดูไม่แก่ตามอายุ นอกจากนี้ยังช่วยลดการหดเกร็งของกล้ามเนื้อตรงบริเวณอื่น เช่น บ่า และไหล่ ฉีดลดกล้ามเนื้อ เพื่อแก้ปัญหาน่องปูด ฉีดรักแร้ เพื่อลดเหงื่อ และลดกลิ่นตัว เป็นต้น
ฉีดโบท็อกซ์สำหรับผู้ชาย ต่างจากผู้หญิงไหม
การฉีดโบท็อกซ์สำหรับผู้ชาย และผู้หญิงจะแตกต่างกันตรงเป้าหมาย และผลลัพธ์ที่ได้ โดยผู้ชายจะฉีดเพื่อเสริมความมั่นใจ และต้องการปรับรูปหน้าให้มีความคมชัด และมีมิติขึ้น รวมถึงต้องการแก้ปัญหาริ้วรอยที่ทำให้ใบหน้าดูดุ หรือดูแก่กว่าอายุ ส่วนผู้หญิงจะเน้นความละมุนของใบหน้า และต้องการปรับรูปหน้าให้เล็กลง และเรียวขึ้น
6 จุดฉีดโบท็อกซ์สำหรับผู้ชายที่นิยม

ฉีดโบท็อกซ์ของผู้ชาย จะเน้นฉีดตรงบริเวณที่มีริ้วรอยเยอะ เพราะทำให้หน้าดูแก่ ดูโทรม และทำให้สูญเสียความมั่นใจในรูปลักษณ์ โดยจุดที่ผู้ชายนิยมฉีด มีดังนี้
- The forehead โดยจะฉีดสารเข้าตรงบริเวณกล้ามเนื้อหน้าผาก ซึ่งจะช่วยลดเลือนริ้วรอยบนหน้าผาก ที่มีสาเหตุจากการแสดงสีหน้าเป็นประจำ เช่น การยกคิ้ว หรือการขมวดคิ้ว ให้จางลง ส่งผลให้ผิวตรงหน้าผากเรียบเนียนขึ้น และใบหน้าดูเล็กลง ดูไม่ดุ
- ระหว่างคิ้ว เป็นการฉีดสารเข้าตรงหว่างคิ้ว ซึ่งจะลดการทำงานของกล้ามเนื้อ และยับยั้งการหดตัว ส่งผลให้ผิวตรงส่วนบนเรียบเนียน ลดรอยขมวดคิ้วที่ทำให้หน้าดูเครียด หรือดูดุเกินไป แล้วยังช่วยยกคิ้ว ยกหางตาให้ตาดูสดใสขึ้น เหมาะกับผู้ชายที่ต้องการลุคดูเป็นมิตร และเข้าถึงง่าย
- หางตา เป็นบริเวณที่เกิดริ้วรอยได้ง่ายที่สุด โดยโบท็อกซ์จะช่วยคลายกล้ามเนื้อที่ทำให้เกิดริ้วรอยตรงบริเวณหางตา ส่งผลให้ริ้วรอยจางลง ผิวเรียบเนียน ดวงตาดูสดใส และเห็นตีนกาน้อยลง
- jaw โบท็อกซ์จะช่วยลดขนาดกล้ามเนื้อกรามที่ใหญ่เกินไป ส่งผลให้ใบเมื่อแสดงสีหน้าหน้าเข้ารูป และได้สัดส่วนที่สมดุลขึ้น ซึ่งมักจะทำควบคู่กับโบท็อกลิฟกรอบหน้า เพื่อให้ผลลัพธ์ที่ชัดเจนขึ้น ใบหน้าดูมีมิติ และกรอบหน้าคมขึ้น
- มุมปาก โบท็อกซ์จะเข้าไปคลายกล้ามเนื้อดีเพรสเซอร์ แองกูไล ออริส ที่ทำหน้าที่ดึงมุมปากลง เมื่อกล้ามเนื้อคลายตัวก็จะไม่มีแรงดึงมุมปากลง จึงทำให้มุมปากยกขึ้น ซึ่งจะแก้ปัญหาริมฝีปากคว่ำ ที่ทำให้ใบหน้าดูเศร้างหมอง หรือดูดุตลอดเวลา รวมถึงแก้ปัญหาริ้วรอยบริเวณมุมปาก
- armpit โบท็อกซ์จะช่วยกระชับรูขุมขนให้มีความแน่นขึ้น และเข้าไปยับยั้งการผลิตเหงื่อ ทำให้เหงื่อลดลง ส่งผลให้รักแร้แห้ง เมื่อออกกำลังกายหนักก็ไม่มีกลิ่นตัว หรือกลิ่นเหงื่อ เหมาะกับผู้ชายที่มีปัญหาเหงื่อออกเยอะตรงบริเวณรักแร้ และมีปัญหาเรื่องกลิ่นตัว
โบท็อกซ์สำหรับผู้ชาย ฉีดยี่ห้อไหนดี

Aestox
Aestox Botox จากประเทศเกาหลีใต้ที่มีความบริสุทธิ์สูงถึง 99.5% ทำให้โอกาสการเกิดอาการดื้อโบท็อกซ์น้อย ตัวยากระจายวงแคบ จึงเหมาะกับการฉีดทั่วทั้งใบหน้า และกล้ามเนื้อเฉพาะจุด ผลลัพธ์จะอยู่ได้ประมาณ 4 – 6 เดือน
Nabota

โบท็อกซ์จากประเทศเกาหลีใต้ที่มีความบริสุทธิ์ถึง 98.7% ทำให้โอกาสการเกิดอาการดื้อโบท็อกซ์น้อย เห็นผลเร็ว ยากระจายตัวได้เร็ว และกระจายตัวเป็นวงกว้าง จึงเหมาะกับการฉีดบริเวณกล้ามเนื้อใหญ่ ผลลัพธ์จะอยู่ได้ประมาณ 4 – 6 เดือน
Dysport
โบท็อกซ์จากประเทศอังกฤษที่มีความบริสุทธิ์สูง ขนาดโมเลกุลมีขนาดเล็ก ทำให้ตัวยาสามารถกระจายตัวได้ดี และกระจายเป็นวงกว้าง แล้วให้ผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติ จึงเหมาะกับการฉีดยกกระชับใบหน้า ลดริ้วรอย และลดเหงื่อลดกลิ่นตัว ผลลัพธ์จะอยู่ได้ประมาณ 4 – 6 เดือน
Allergan

โบท็อกซ์จากประเทศอเมริกาที่มีความบริสุทธิ์สูงถึง 99.5% ขนาดโมเลกุลมีขนาดใหญ่ ตัวยากระจายวงแคบ จึงเหมาะกับการฉีดเพื่อแก้ไขปัญหาริ้วรอย และปรับรูปหน้าให้เรียวขึ้น ผลลัพธ์จะอยู่ได้ประมาณ 6 – 8 เดือน
Xeomin

โบท็อกซ์จากประเทศเยอรมันที่มีความบริสุทธิ์ 100% ขนาดโมเลกุลเล็ก ตัวยากระจายตัวได้ดี และให้ผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติ จึงเหมาะกับการฉีดลดริ้วรอย และยกกระชับกรอบหน้า ผลลัพธ์จะอยู่ได้ประมาณ 3 – 6 เดือน
Neuronox
โบท็อกซ์จากประเทศเกาหลีที่มีความบริสุทธิ์ใกล้เคียงกับของอเมริกา ทำให้โอกาสการเกิดอาการดื้อโบท็อกซ์น้อย ตัวยากระจายวงแคบ จึงเหมาะกับการฉีดกล้ามเนื้อเฉพาะจุด





