20 คำถาม ที่คนส่วนใหญ่ก่อนฉีดฟิลเลอร์หน้าผาก ถามมากที่สุดในปี 2023

ส่งท้ายปีกันด้วยคำถามที่คาใจของคนส่วนใหญ่ที่กำลังตัดสินใจฉีดฟิลเลอร์หน้าผาก กับ 20 คำถาม พร้อมคำตอบแบบที่เข้าใจง่าย ไม่ว่าจะเป็นคำถามยอดฮิตอย่าง ราคาเท่าไหร่? ฉีดที่ไหนดี? ฉีดทั้งหมดกี่ CC? บทความนี้มีทุกคำตอบ ซึ่งใครที่กำลังเตรียมตัวที่จะทำการฉีดฟิลเลอร์หน้าผาก ควรอ่านทุกข้อเพื่อทำความเข้าใจก่อนตัดสินใจ

สารบัญ

1. ฉีดฟิลเลอร์หน้าผาก เจ็บไหม

หนึ่งในคำถามยอดฮิต ที่ผู้ฉีดฟิลเลอร์หน้าผากครั้งแรกมักจะถามกัน นั้นคือ เจ็บไหม? โดยทั่วไปจะเจ็บน้อยกว่าการฉีดฟิลเลอร์บริเวณอื่นของใบหน้า เหตุเพราะว่าหน้าผากเป็นบริเวณที่มีเนื้อเยื่อหนากว่าบริเวณอื่นๆ ถึงอย่างนั้นระดับความเจ็บปวดในการฉีดฟิลเลอร์หน้าผากนั้น อาจจะแตกต่างกันไปแล้วแต่บุคคล ซึ่งขึ้นอยู่กับความไวต่อความเจ็บปวดของแต่ละคนนั้นเอง โดยปริมาณฟิลเลอร์ที่ฉีด และเทคนิคการฉีดของแพทย์ก็มีผลเช่นกัน เพราะฉะนั้นแล้วถ้าคนไข้มีความกังวลในเรื่องนี้สูง ควรเลือกฉีดกับแพทย์ที่มีความชำนาญและมีประสบการณ์เรื่องการฉีดฟิลเลอร์หน้าผาก

2. ฉีดฟิลเลอร์หน้าผาก ใช้เวลานานไหม

โดยทั่วไปการฉีดฟิลเลอร์หน้าผาก ใช้เวลาประมาณ 30-60 นาที ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับปริมาณฟิลเลอร์ที่ฉีดและบริเวณที่ต้องการแก้ไขหรือเติมเต็ม โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะทำการประเมินความต้องการและสภาพผิวของคนไข้ก่อนฉีด เพื่อกำหนดปริมาณฟิลเลอร์และตำแหน่งในการฉีดที่เหมาะสม ระยะเวลาในการดำเนินการก็จะขึ้นอยู่กับปัจจัยต่างๆ ที่กล่าวมาทั้งหมด

3. ฉีดฟิลเลอร์หน้าผาก อยู่ได้นานแค่ไหน

โดยทั่วไปแล้ว การฉีดฟิลเลอร์หน้าผากจะอยู่ได้นานประมาณ 6-18 เดือน ขึ้นอยู่กับหลายๆ ปัจจัยดังนี้

  • ยี่ห้อฟิลเลอร์ที่ใช้
  • ปริมาณฟิลเลอร์ที่ฉีด
  • ตำแหน่งที่ฉีดฟิลเลอร์
  • การดูแลรักษาหลังฉีดฟิลเลอร์

4. ฉีดฟิลเลอร์หน้าผาก ค่าใช้จ่ายเท่าไหร่

5. ฉีดฟิลเลอร์หน้าผาก ที่ไหนดี

การเลือกฉีดฟิลเลอร์หน้าผากที่ไหนดี มีปัจจัยในการเลือกไม่เยอะและเข้าใจง่าย ๆ ดังนี้

  • คลินิกต้องได้มาตรฐาน ผ่านการรับรองจากกระทรวงสาธารณสุข
  • แพทย์ต้องมีประสบการณ์ และความชำนาญ สามารถฉีดฟิลเลอร์หน้าผากได้อย่างถูกต้องและปลอดภัย
  • ฟิลเลอร์ที่นำมาใช้ ต้องเป็นฟิลเลอร์แท้เท่านั้น
  • สังเกตุรีวิว ฉีดฟิลเลอร์หน้าผาก จากผู้ที่เคยใช้บริการจริง

6. ฉีดฟิลเลอร์หน้าผาก อันตรายไหม

การฉีดฟิลเลอร์หน้าผาก ต้องบอกเลยว่าเป็นอีกหนึ่งจุดที่อันตราย ถ้าไม่ได้รับการฉีดจากมือแพทย์ที่ชำนาญ เพราะบริเวณหน้าผากจะเป็นบริเวณที่มีเส้นเลือดที่เชื่อมไปยังลูกตาเยอะ หากฟิลเลอร์เข้าไปอุดตันเส้นเลือดบริเวณดวงตา อาจส่งผลให้หลังฉีดฟิลเลอร์มีอาการตาพร่ามัวและเสี่ยงตาบอดได้ แต่ถ้าฉีดด้วยเทคนิคที่ถูกต้อง กับแพทย์ที่มีประสบการณ์และด้วยฟิลเลอร์แท้ที่ได้มาตรฐาน ก็มีความปลอดภัย 100%

7. ฉีดฟิลเลอร์หน้าผาก ผลข้างเคียงมีอะไรบ้าง

ผลข้างเคียงจากการฉีดฟิลเลอร์หน้าผาก สามารถแบ่งออกเป็นระยะสั้นและระยะยาวได้ดังนี้

ระยะสั้น

  • อาการบวมหรือช้ำบริเวณที่ฉีด
  • อาการแดงหรือคันบริเวณที่ฉีด
  • อาการปวดบริเวณที่ฉีด

โดยผลข้างเคียงระยะสั้นนี้มักหายไปเองภายใน 2-3 วัน แต่หากอาการไม่ดีขึ้นหรือมีอาการรุนแรงขึ้น ควรรีบปรึกษาแพทย์ทันที

ระยะยาว

  • พบก้อนฟิลเลอร์เคลื่อนตัวหรือนูนไม่เท่ากัน โดยอาการนี้อาจแก้ไขได้ด้วยการฉีดยาสลายฟิลเลอร์
  • อาการแพ้ฟิลเลอร์ โดยอาการจะเหมือนกับการแพ้ระยะสั้น แต่อาการที่ยาวนานมากกว่า รวมไปถึงบางคนไข้อาจพบอาการ หน้ามืด วิงเวียนศีรษะ เป็นต้น
  • อาการเนื้อตายบริเวณที่ฉีด พบได้น้อยมากและมักเกิดจากฉีดฟิลเลอร์เข้าไปในเส้นเลือด

การป้องกันที่ดีที่สุด เพื่อลดโอกาสที่จะเกิดผลค้างเขียงทั้งหมด คือ การปรึกษาแพทย์และเลือกฉีดกับแพทย์ที่มีความชำนาญและมีประสบการณ์เรื่องการฉีดฟิลเลอร์

8. ฉีดฟิลเลอร์หน้าผาก เหมาะกับใคร และ “ไม่” เหมาะกับใคร

การฉีดฟิลเลอร์หน้าผาก จะเหมาะกับคนที่อยากแก้ไขจุดบกพร่องบริเวณหน้าผากโดยไม่อยากผ่าตัด ไม่ต้องการให้มีแผลบริเวณหน้าผาก และเพื่อเสริมโหงวเฮ้งหน้าผากให้นูนขึ้นแทนการใช้ซิลิโคน โดย

เหมาะกับใครไม่ เหมาะกับใคร
– เหมาะกับคนที่มีปัญหาหน้าผากยุบ หน้าผากแคบ มีรอบบุ๋ม
– เหมาะกับคนที่หน้าผากแบน และเอียงไปด้านหลัง ทำให้หน้าดูแก่ มีอายุ
– เหมาะกับคนที่ขมับยุบมาก หน้าจะดูเป็นทรงกะโหลกชัด เหมือนคนป่วย
– เหมาะกับคนที่ต้องการให้หน้าผากมีความอิ่มเต็ม ลดเลือนรอยตำหนิหรือแผลเป็น
– เหมาะกับคนที่อยากเสริมโหงวเฮ้งหน้าผาก
– เหมาะกับคนที่ไม่อยากผ่าตัด ไม่อยากให้มีรอยแผล ไม่มีเวลาพักพื้น
– ผู้ที่แพ้สาร Hyaluronic Acid
– ผู้ที่มีแผลบริเวณที่ฉีด
– ผู้ที่ตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร

9. ฉีดฟิลเลอร์หน้าผาก มีข้อห้ามอะไรบ้าง

สำหรับเรื่องของข้อห้ามหรือข้อปฏิบัติ จะขอแบ่งออกเป็น ก่อนและหลัง โดยข้อห้ามหรือข้อปฏิบัติ ต่อจากนี้ สามารถใช้ได้กับการแก้ไขทุกจุดที่ทำการฉีดฟิลเลอร์ ไม่ใช่เพียงแค่ฉีดฟลิเลอร์หน้าผากเท่านั้น

ข้อปฏิบัติตัวก่อนฉีดฟิลเลอร์ (1 อาทิตย์ก่อนทำ )

  1. ควรงดยา แอสไพริน , NSAIDs เช่น Ibuprofen , Diclofenac , Ponstan เป็นเวลา 1 อาทิตย์ก่อนทำหัตถการ และควรปรึกษาแพทย์ก่อนที่จะหยุดยานั้น ๆ
  2. ควรงดวิตามิน St.John Wort , Ginko biloba , Primrose oil , Garlic , Ginseng , and Vitamin E เป็นเวลา 1 อาทิตย์ก่อนทำหัตถการ
  3. ควรงดยาทาชนิดผลัดเซลล์ผิว เช่น Tretinoin (Retin-A) , Retinols , Retinoids , Glycolic Acid , หรือครีมในกลุ่ม “ Anti-Aging ” ทุกชนิด เป็นเวลา 3 วันก่อนทำ
  4. ควรงดการแว็ก ผลักเซลล์ผิว การดึงขนหรือโกนขนบริเวณนั้นๆ เป็นเวลา 3 วันก่อนทำหัตถการ
  5. หากมีคอร์สทำหน้านวดหน้าหรือเลเซอร์ต่าง ๆ ควรทำมาก่อนอย่างน้อย 3 วัน ก่อนฉีดฟิลเลอร์ เพราะหลังทำต้องเว้นไปอีก 2 อาทิตย์
  6. หากมีโรคประจำตัว หรือยาที่กินเป็นประจำอื่น ๆ ควรเตรียมข้อมูลไว้เพื่อแจ้งกับแพทย์ก่อนที่จะทำหัตถการ

ข้อปฏิบัติตัวหลังฉีดฟิลเลอร์

  1. งดเลเซอร์ อบซาวหน้า นวดหน้าลงความร้อนบริเวณหน้าอย่างน้อย 1 เดือน
  2. งดทานยาหรือวิตามินที่ทำให้เลือดออกมากขึ้น เช่น แอสไพริน , วิตามินอี , ใบแป๊ะก๊วย ในช่วง 1 สัปดาห์แรก
  3. งดดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เหล้า เบียร์ บุหรี่ อย่างน้อย 2 สัปดาห์
  4. งดอาหารหมักดอง เนื่องจากของหมักดอกจะมีโซเดียมสูง อาจส่งผลกับบริเวณตำแหน่งที่มีการฉีดฟิลเลอร์ให้อาการบวมมากกว่าปกติ และหายบวมช้าลง
  5. หลีกเลี่ยงความร้อนต่างๆบริเวณใบหน้า เช่น การเป่าผม และ การล้างหน้าด้วยน้ำอุ่น
  6. ดื่มน้ำเยอะๆ ขั้นต่ำ 2-3 ลิตร ต่อวัน เนื่องจากฟิลเลอร์จะฟูขึ้น ทำให้อยู่ได้นาน
  7. ไม่ควรกดนวดคลึงลูบคลำ หรือปั้นเอง บริเวณตำแหน่งที่มีการฉีดฟิลเลอร์ เพื่อลดการเคลื่อนย้ายของตัวยาไปตำแหน่งที่ไม่ต้องการ
  8. สามารถแต่งหน้าได้ตามปกติในวันรุ่นขึ้นหลังฉีดฟิลเลอร์

ถ้ายังมีความกังวลอยู่ ก็ควรจะปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ก่อนและหลังทำหัตถการเสมอ เพื่อความปลอดภัยและได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด

10. ฉีดฟิลเลอร์หน้าผาก ดูแลตัวเองอย่างไร

สำหรับการดูแลตัวเอง ไม่ว่าจะก่อนหรือหลังฉีดฟิลเลอร์หน้าผาก ก็จะไม่ต่างอะไรกับข้อห้ามที่ได้กล่าวไว้เบื้องต้นแล้ว โดยสามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่ ข้อห้าม ก่อน-หลัง ฉีดฟิลเลอร์ห้ามกินอะไร ห้ามทำอะไรบ้าง 

11. ฉีดฟิลเลอร์หน้าผาก ยี่ห้อไหนดี

การเลือกฟิลเลอร์และรุ่นให้ตรง ถือว่าเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ควรรู้ โดยแพทย์ที่ชำนาญและเข้าใจในฟิลเลอร์แต่ละยี่ห้อ จะเลือกรุ่นที่เหมาะกับหน้าผากที่คนไข้หรือผู้ใช้บริการต้องการ ซึ่งฉีดฟิลเลอร์หน้าผากยี่ห้อไหนดี และรุ่นไหน มีแนะนำอยู่ 2 ยี่ห้อ Juvederm และ Restylane โดยใครที่สนใจสามารถดูรายละเอียดโปรโมชั่นเพิ่มเติมได้ที่ โปรโมชั่นฟิลเลอร์

12. ฉีดฟิลเลอร์หน้าผาก กี่ cc

โดยการฉีดฟิลเลอร์หน้าผากจะใช้ประมาณ 3-7 CC ขึ้นอยู่กับปัญหาของแต่ละบุคคล และขึ้นอยู่กับพื้นฐานหน้าผากเดิมของคนไข้ ซึ่งการฉีดฟิลเลอร์หน้าผากในแต่ละครั้ง ต้องฉีดด้วยเทคนิคที่ถูกต้องในชั้นเยื่อหุ้มกระดูกเท่านั้น ผลลัพธ์ที่ได้จึงจะดูเป็นธรรมชาติและคงตัว เป็นการเสริมกระดูกขึ้นมา โดยทีมแพทย์ มูตาน พาวิลเลี่ยน จะออกแบบ มิติหน้าผากให้รับกับใบหน้าของคนไข้มากที่สุด สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่ ฉีดฟิลเลอร์หน้าผาก กี่ cc

13. คนเป็นโรคประจำตัวอะไร ที่ไม่ควรฉีดฟิลเลอร์หน้าผาก

คนที่มีโรคประจำตัวต่อไปนี้ ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อนตัดสินใจฉีดฟิลเลอร์

  • โรคเลือดออกง่ายหรือผู้ที่มีประวัติเป็นแผลคีลอยด์ง่าย
  • ผู้ที่มีอาการแพ้ส่วนผสมของฟิลเลอร์ ทั้งสารไฮยาลูรอนิกแอซิด และยาชา
  • ผู้ที่เป็นโรคที่ต้องทานยาต้านการแข็งตัวของเลือด ยาละลายลิ่มเลือด

นอกจากนี้ ผู้ที่มีสภาวะกำลังตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร ก็ควรหลีกเลี่ยงการฉีดฟิลเลอร์ไปก่อน หรือทำการปรึกษาแพทย์ก่อนทำการฉีดฟิลเลอร์

14. ฉีดฟิลเลอร์หน้าผาก ทำให้หน้าบวมไหม

ฉีดฟิลเลอร์หน้าผาก อาจทำให้มีอาการหน้าบวมได้ ซึ่งในบางกรณีและอาจใช้เวลานานประมาณ 2-3 สัปดาห์ อาการบวมจึงจะหายไปเอง แต่อย่างไรก็ตามอาการบวมหลังฉีดฟิลเลอร์หน้าผาก มักเกิดขึ้นภายใน 24 ชั่วโมงแรกหลังฉีด โดยอาการบวมที่กล่าวมานี้จะไม่รุนแรงถึงขั้นทำให้รูปหน้าเปลี่ยนไป

ถ้าใครที่พบอาการบวมดังกล่าว สามารถใช้วิธีลดอาการบวมต่อจากนี้ได้หลังฉีดฟิลเลอร์

  • ประคบเย็นบริเวณที่ฉีดด้วยน้ำแข็งก้อนหรือผ้าเย็นประมาณ 20 นาที 3-4 ครั้งต่อวัน
  • ดื่มน้ำให้เพียงพอ
  • หลีกเลี่ยงการสัมผัสหรือขยับใบหน้าบริเวณที่ฉีดมากจนเกินไป
  • รับประทานยาแก้ปวดตามแพทย์สั่ง

นอกจากนี้ การปรึกษาแพทย์หรือเลือกแพทย์ผู้ชำนาญในการฉีดฟิลเลอร์ โดยเฉพาะหน้าผาก ก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัย ที่จะลดความเสี่ยงของการเกิดอาการบวมหลังฉีดฟิลเลอร์ได้อีกด้วย

15. ฉีดฟิลเลอร์หน้าผาก ทำให้หน้าแข็งไหม

หลังฉีดฟิลเลอร์หน้าผาก อาจจะพบกับอาการที่ทำให้หน้าดูตึงขึ้นได้เล็กน้อย แต่จะไม่แข็งจนไม่สามารถขยับหน้าได้ โดยอาการตึง หรือหน้าแข็ง ที่เกิดหลังจากฉีดฟิลเลอร์หน้าผาก มักเกิดขึ้นภายใน 24 ชั่วโมงแรกหลังฉีด และจะค่อยๆ ดีขึ้นภายใน 1-2 วัน อย่างไรก็ตาม การฉีดฟิลเลอร์หน้าผากด้วยเทคนิคที่ถูกต้อง เลือกใช้ฟิลเลอร์ที่มีคุณภาพดี และฉีดโดยแพทย์ผู้ชำนาญในการฉีดฟิลเลอร์ จะสามารถช่วยลดความเสี่ยงที่จะเกิดอาการตึงของหน้าลงได้

16. ฉีดฟิลเลอร์หน้าผาก ทำให้หน้าไม่สมส่วนไหม

ความจริงแล้วการฉีดฟิลเลอร์หน้าผาก ไม่ได้ทำให้หน้าไม่สมส่วนได้ แต่หากฉีดฟิลเลอร์ผิดวิธี ถึงทำให้เกิดอาการหน้าไม่สมส่วน ตัวอย่างเช่น

  • ฉีดฟิลเลอร์ในปริมาณที่มากเกินไป จะทำให้หน้าผากดูโป่งนูนจนเกินธรรมชาติ
  • ฉีดฟิลเลอร์ในตำแหน่งที่ต่ำเกินไป อาจจะทำให้หน้าผากดูสั้นลง
  • ฉีดฟิลเลอร์ในตำแหน่งที่สูงเกินไป อาจจะทำให้หน้าผากดูยาวขึ้น
  • ฉีดฟิลเลอร์ในตำแหน่งที่ไม่เท่ากัน จะทำให้หน้าผากดูไม่สมส่วน

ดังนั้น ต้องการฉีดฟิลเลอร์หน้าผาก ควรทำการปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อนฉีด เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีและปลอดภัย โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะสามารถประเมินรูปหน้าและความต้องการของผู้ฉีดได้อย่างเหมาะสม และสามารถฉีดฟิลเลอร์ในปริมาณและตำแหน่งที่เหมาะสม

17. ฉีดฟิลเลอร์หน้าผาก ต้องทำบ่อยไหม

โดยทั่วไปแล้ว ฟิลเลอร์ไม่ว่าจะฉีดตำแหน่งไหนจะอยู่ได้ประมาณ 12-18 เดือน หลังจากนั้นฟิลเลอร์จะถูกร่างกายย่อยสลายไปเอง หากต้องการคงผลลัพธ์ของฟิลเลอร์หน้าผากไว้นาน ๆ ควรฉีดซ้ำทุก 12-18 เดือน อย่างไรก็ตาม ปัจจัยในการทำให้ฟิลเลอร์ที่ฉีดนั้นอยู่ได้นาน ก็ขึ้นอยู่กับการดูแลหลังการฉีดฟิลเลอร์ด้วยเช่นกัน

18. ฉีดฟิลเลอร์หน้าผาก มีโอกาสติดเชื้อไหม

การฉีดฟิลเลอร์หน้าผากมีโอกาสติดเชื้อได้เช่นเดียวกับการฉีดฟิลเลอร์บริเวณอื่น ๆ ของร่างกาย โดยอาการติดเชื้อหลังฉีดฟิลเลอร์หน้าผาก มีดังนี้

  • มีอาการปวด
  • มีอาการบวม
  • มีอาการแดง
  • อุณหภูมิของผิวร้อนขึ้น

อย่างไรก็ตามยังมีวิธีป้องกันหรือหลีกเลี่ยงการติดเชื้อหลังฉีดฟิลเลอร์ ดังนี้

  • เลือกคลินิกและแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่สะอาดและปลอดภัย
  • ตรวจสอบความสะอาดของอุปกรณ์ที่ใช้ฉีดฟิลเลอร์
  • หลีกเลี่ยงการฉีดฟิลเลอร์หากมีแผลหรือรอยช้ำบริเวณที่จะฉีดฟิลเลอร์
  • ปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัดหลังฉีดฟิลเลอร์

19. ฉีดฟิลเลอร์หน้าผาก มีโอกาสเป็นก้อนไหม

ความจริงแล้วการฉีดฟิลเลอร์หน้าผาก ไม่ได้ทำให้เกิดอาการเป็นก้อน แต่หากฉีดฟิลเลอร์ในปริมาณที่ไม่เหมาะสม หรือฉีดฟิลเลอร์ในตำแหน่งที่ไม่ถูกต้อง ก็อาจจะทำให้เกิดอาการเป็นก้อนเกิดขึ้นได้ ดังนั้น ก่อนที่จะตัดสินใจฉีดฟิลเลอร์หน้าผาก ควรศึกษาข้อมูล และปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง เพื่อให้แพทย์ประเมินความต้องการและสภาพผิวก่อนฉีด เพื่อป้องกันและหลีกเลี่ยงการเกิดอาการเป็นก้อนได้ อย่างไรก็ตาม ถ้าเกิดมีอาการเป็นก้อนหลังฉีดฟิลเลอร์ ก็ยังสามารถแก้ไขโดยการฉีดยาสลายฟิลเลอร์ เพื่อสลายฟิลเลอร์ก้อนออก อ่านเพิ่มเติมได้ที่ ฟิลเลอร์เป็นก้อนเกิดจากอะไร และจะแก้อย่างไร

20. ฉีดฟิลเลอร์หน้าผาก ช่วยให้หน้าเด็กขึ้นไหม

การฉีดฟิลเลอร์หน้าผากสามารถช่วยให้หน้าเด็กขึ้นได้จริง โดยฟิลเลอร์จะช่วยเติมเต็มบริเวณหน้าผากที่ยุบตัวลงตามวัย ทำให้หน้าผากดูเต่งตึงขึ้น รวมไปถึงรอยย่นบริเวณหน้าผากก็จะดูจางลง ส่งผลให้ใบหน้าโดยรวมดูอ่อนเยาว์ นอกจากนี้ การฉีดฟิลเลอร์หน้าผากบางที่ อย่างเช่น มูตาน พาวิลเลี่ยน (Mudan Pavilion Wellness Center) ยังสามารถช่วยปรับรูปหน้าให้ดูสมส่วน พร้อมเสริมโหงวเฮ้งหน้าผาก โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะประเมินความต้องการและสภาพผิวของแต่ละบุคคลก่อนฉีด เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ออกมาดูเป็นธรรมชาติและดูอ่อนเยาว์


ก็จบไปแล้วกับ คำถามยอดฮิต ที่คนส่วนใหญ่ที่กำลังจะทำการฉีดฟิลเลอร์มักจะถามกัน ซึ่งใครที่ได้อ่านมาถึงตรงนี้ ก็คงได้ความรู้ไปเยอะมากๆ โดยทางเราเชื่อว่า คงมีอีกหลายคำถามที่ไม่ได้ถูกหยิบยกขึ้นมา และถ้าจะให้หยิบมาทั้งหมดก็คงจะไม่ไหว อย่างไรก็ตาม การพบแพทย์เพื่อสอบถามทุกคำถามในใจ เป็นสิ่งที่ควรทำและต้องทำก่อนการตัดสินใจฉีดฟิลเลอร์ทุกครั้ง สำหรับ หมอส้ม หมอเกรซ และทีมแพทย์ Mudan Pavilion ยินดีให้คำปรึกษาฟรี โดยไม่มีค่าใช้จ่าย Inbox Facebook หรือ Add Line นี้ได้เลย คุณหมอตอบเองทุกเครส