ดอลลี่อาย ทำยังไง ? มีกี่วิธีในการทำ ทั้งแบบชั่วคราวและถาวร

How to create dolly eye - PageCover

ดอลลี่อายหรือบางคนชอบเรียกว่าถุงใต้ตาแบบเกาหลี กำลังเป็นเทรนด์ความงามที่ได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อย ๆ เพราะช่วยให้ดวงตาดูสดใส หวานขึ้น และทำให้ใบหน้าดูเด็กลงอย่างเป็นธรรมชาติ หลายคนอาจยังไม่รู้ว่าการทำดอลลี่อายนั้นสามารถทำเองได้ในแบบชั่วคราวบางวิธีและพึ่งหมดในแบบถาวร ซึ่งแต่ละแบบก็มีข้อดีและความแตกต่างที่ควรรู้ไว้ก่อนตัดสินใจ บทความนี้จะพาไปรู้จักวิธีการทำดอลลี่อายทุกแบบ เหมาะสำหรับคนที่อยากได้ตาแบบเกาหลี โดยใช้เวลาอ่านไม่นานก็เข้าใจครบว่ามีทางเลือกไหนบ้าง ดอลลี่อาย คือ คนส่วนใหญ่มักเข้าใจว่าดอลลี่อาย คือถุงใต้ตา แต่ความจริงดอลลี่อาย (Dolly Eyes) คือ ลักษณะของผิวหนังตรงบริเวณขอบตาล่าง ที่มีความยาวตั้งแต่หัวตาไปจนถึงหางตา โดยผิวหนังจะมีความโค้งนูนออกมา และจะมีความหนาที่สุดตรงบริเวณกลางตา ซึ่งดอลลี่อายจะเกิดจากกล้ามเนื้อที่มีชื่อว่า “Orbicularis Oculi” ที่เป็นกล้ามเนื้อตรงบริเวณรอบดวงตา ที่เกิดการยืดหยุ่น และเกิดการกระชับตัว ส่งผลให้ผิวหนังตรงบริเวณขอบตาล่างมีความนูนขึ้น และดอลลี่อายมักจะปรากฏให้เห็นชัดขึ้นเมื่อมีการยิ้ม หรือการหัวเราะ ส่วนถุงใต้ตาเป็นไขมันที่นูนออกมาจากเบ้าตา จะอยู่ต่ำลงมาจากแนวขนตาล่าง ซึ่งมีสาเหตุมาจากอายุที่เพิ่มมากขึ้น ทำให้ผิวหนัง และกล้ามเนื้อบริเวณรอบดวงตาเกิดการหย่อนคล้อย และไขมันในเบ้าตาเกิดการเคลื่อนตัวออกมา การมีดอลลี่อาย ช่วยเรื่องอะไร อย่างที่ทราบดอลลี่อายเป็นลักษณะของผิวหนังตรงบริเวณขอบตาล่างที่มีความนูนออกมา คล้ายกับตาของตุ๊กตา ซึ่งการมีดอลลี่อายจะช่วยเรื่องดังต่อไปนี้ 4 วิธีทำ ดอลลี่อาย แบบชั่วคราวและถาวร 1. ปากกาดอลลี่อาย เป็นเครื่องสำอางที่ใช้เขียนใต้ตา เพื่อทำให้ตาดูอวบอิ่มอย่างเป็นธรรมชาติ ซึ่งส่วนใหญ่ปากกาดอลลี่อายจะมีสีอ่อน เช่นสีเบจ สีชมพูอ่อน และสีเนื้อ … ดูเพิ่มเติม

[รวมเคส] รีวิวฉีดฟิลเลอร์หน้าผาก ก่อนและหลัง

รวมเคสรีวิว ฟิลเลอร์หน้าผาก ปก

รวมเคสฉีดฟิลเลอร์หน้าผาก หนึ่งในหัตถการที่ช่วยปรับรูปทรงหน้าผากให้ดูเต็มและเรียบเนียนขึ้น ซึ่งหลายคนที่มีปัญหาหน้าผากแบนหรือลึกมักเลือกใช้วิธีนี้เพื่อเสริมความมั่นใจ ในบทความนี้ เราได้รวบรวมเคสฉีดฟิลเลอร์หน้าผากก่อนและหลังทำ พร้อมรีวิวจากผู้ที่เคยฉีด เพื่อให้คุณได้เห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจนและข้อมูลที่จำเป็นก่อนตัดสินใจ

ฟิลเลอร์หน้าผาก VS โบท็อกซ์หน้าผาก ต่างกันยังไง ? อันไหนดีกว่ากัน

Filler_VS_Botox_CoverPage

ฟิลเลอร์หน้าผากและโบท็อกซ์หน้าผากเป็นสองวิธีที่หลายคนสนใจเมื่ออยากให้หน้าผากดูเรียบเนียน อ่อนเยาว์ และได้รูปสวยมากขึ้น แม้ทั้งคู่จะช่วยแก้ปัญหาริ้วรอยหรือความแบนของหน้าผากได้ แต่จริง ๆ แล้วมีความแตกต่างกันทั้งในเรื่องวิธีการทำ ผลลัพธ์ และระยะเวลาที่อยู่ได้ การเลือกให้เหมาะสมจึงสำคัญ เพราะแต่ละแบบตอบโจทย์คนละปัญหา บทความนี้จะพาไปรู้จักความต่างของฟิลเลอร์หน้าผากและโบท็อกซ์หน้าผาก เพื่อให้ตัดสินใจได้ง่ายขึ้นว่าควรเลือกแบบไหนให้เหมาะกับตัวเองที่สุด ฟิลเลอร์หน้าผาก ฟิลเลอร์หน้าผาก คือ การฉีดเติมเต็มสารประเภท Hyaluronic Acid (HA) เข้าตรงบริเวณหน้าผาก เพื่อแก้ไขข้อบกพร่องต่าง ๆ ของหน้าผาก ซึ่งฟิลเลอร์จะช่วยในการปรับรูปหน้าให้มีความสมส่วน มีความสวยงาม และช่วยแก้ปัญหาเกี่ยวกับหน้าผากยุบ หน้าผากบุ๋ม หน้าผากกว้าง หน้าผากแบน หน้าผากแคบ โหนกนูนไม่เท่ากัน นอกจากนี้ยังช่วยแก้ปัญหาเรื่องริ้วรอย รอยร่องลึก ทำให้หน้าผากมีความเรียบเนียน เต่งตึง และช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น ทำให้ผิวหนังดูเปล่งปลั่ง รวมถึงช่วยในเรื่องการเสริมโหงวเฮ้งบนใบหน้า ทำให้หน้าผากมีความโดดเด่น มีความสง่ารับกับหน้า และทำให้ใบหน้าดูอ่อนเยาว์ โบท็อกซ์หน้าผาก โบท็อกซ์หน้าผาก คือ การฉีดสารชนิดหนึ่งที่ถูกสกัดมาจากแบคทีเรียสายพันธุ์เฉพาะชื่อ Clostridium botulinum ซึ่งตัวของสารจะอยู่ในรูปแบบโปรตีน ที่มีคุณสมบัติพิเศษสามารถจับกับปลายของเส้นประสาทที่ใช้ในการควบคุมกล้ามเนื้อ แล้วเข้าไปยับยั้งการกระตุ้นกล้ามเนื้อที่เลี้ยงโดยเส้นประสาทบริเวณนั้น จะทำให้กล้ามเนื้อบริเวณนั้น ที่ได้ทำการฉีดโบท็อก ไม่สามารถหดตัว และอยู่ในสภาพคลายตัว … ดูเพิ่มเติม

Art Filler VS Juvederm ต่างกันยังไง ? เลือกอันไหนดีกว่ากัน

ArtFiller_VS_Juvederm_Cover

ฟิลเลอร์ถือเป็นหนึ่งในตัวช่วยยอดฮิตที่หลายคนเลือกใช้เพื่อแก้ปัญหาร่องลึกและเติมเต็มใบหน้าให้ดูอ่อนเยาว์ ซึ่งแบรนด์ที่ได้รับความนิยมมากในไทยก็คือ Art Filler และ Juvederm แต่หลายคนอาจยังไม่รู้ว่าจริง ๆ แล้วทั้งสองแบรนด์นี้มีจุดเด่นและความแตกต่างที่ควรศึกษาไว้ก่อนตัดสินใจ เพราะชนิดของฟิลเลอร์มีผลต่อความเป็นธรรมชาติ ระยะเวลาการคงอยู่ และความเหมาะสมกับแต่ละบริเวณบนใบหน้า บทความนี้จะพาไปทำความเข้าใจว่า Art Filler และ Juvederm แตกต่างกันยังไง เพื่อช่วยให้เลือกได้ตรงใจและคุ้มค่าที่สุด Juvederm คืออะไร ? Juvederm เป็นฟิลเลอร์สัญชาติอเมริกาที่นำเข้าโดยบริษัท Allergan Thailand (DSKH) และได้รับรองการนำเข้าอย่างถูกต้องจากสํานักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ด้วยเทคโนโลยีเฉพาะของ Allergan ไม่ว่าจะเป็นเทคโนโลยี Hylacross Technology หรือ Vycross Technology ที่ทำให้ฟิลเลอร์แต่ละตัวนั้นมีคุณสมบัติที่หลากหลายเหมาะสำหรับทุกสภาพผิวและทุกปัญหา Art Filler คืออะไร ? ART FILLER® (อาร์ท ฟิลเลอร์) เป็นยี่ห้อฟิลเลอร์แบรนด์นึงจากประเทศฝรั่งเศส ผลิตโดยบริษัท FILLMED Laboratories ซึ่งมีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่กรุงปารีส เป็นกลุ่มผลิตภัณฑ์ฟิลเลอร์ที่มีส่วนประกอบหลักเป็นกรดไฮยาลูรอนิก (HA) ผสมลิโดเคน (lidocaine) … ดูเพิ่มเติม

ฟิลเลอร์ใต้ตาแบบเนื้อบาง กับ เนื้อแข็ง คืออะไร ? แตกต่างกันยังไง

Soft Filler_Hard Filler

ฟิลเลอร์ใต้ตาแบบเนื้อบางและเนื้อแข็ง เป็นเรื่องที่หลายคนอาจไม่ค่อยให้ความสำคัญ แต่จริง ๆ แล้วถือว่าเป็นรายละเอียดที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจฉีด เพราะชนิดของฟิลเลอร์มีผลต่อผลลัพธ์และความเป็นธรรมชาติของใบหน้า การเลือกใช้ให้ถูกต้องจะช่วยลดความเสี่ยงและทำให้ผลลัพธ์ออกมาสวยกลมกลืนยิ่งขึ้น บทความนี้จะพาไปรู้จักความแตกต่างของฟิลเลอร์ใต้ตาแต่ละแบบ ว่าเหมาะกับใครและให้ผลลัพธ์ต่างกันอย่างไร ใช้เวลาอ่านไม่นานก็เข้าใจได้ครบ เหมาะสำหรับคนที่อยากเตรียมตัวให้พร้อมก่อนเข้าคลินิก ฟิลเลอร์ใต้ตาแบบเนื้อบาง ฟิลเลอร์ใต้ตาแบบเนื้อบาง หรือที่เรามักเรียกกันว่า ฟิลเลอร์เนื้อละเอียด (Soft Filler) เป็นฟิลเลอร์ที่เหมาะกับการแก้ไขปัญหาใต้ตาชั้นตื้น เนื่องจากฟิลเลอร์มีโมเลกุลขนาดเล็กมาก ทำให้ตัวฟิลเลอร์มีการกระจายตัวได้ดี และมีการกระจายตัวอย่างสม่ำเสมอ นอกจากนี้เนื้อฟิลเลอร์มีความยืดหยุ่นสูง จึงทำให้คืนตัวได้ดี และสามารถกลมกลืนเข้ากับผิวเมื่อมีการแสดงออกทางสีหน้า ทำให้ผลลัพธ์ดูเป็นธรรมชาติ ไม่แข็งเป็นก้อน และมีความหนืดต่ำ เนื้อจะมีความเหลว และนุ่มมากกว่าฟิลเลอร์ทั่วไป ตัวอย่างฟิลเลอร์ใต้ตาแบบเนื้อบาง ฟิลเลอร์ใต้ตาแบบเนื้อแข็ง ฟิลเลอร์ใต้ตาแบบเนื้อแข็ง หรือที่บางครั้งเรียกว่า ฟิลเลอร์เนื้อแน่น เป็นฟิลเลอร์ที่เหมาะกับการแก้ไขปัญหาใต้ตาชั้นลึก เนื่องจากฟิลเลอร์มีโมเลกุลขนาดใหญ่ มีโครงสร้างที่ช่วยในการยึดเกาะกันอย่างแน่นหนา ทำให้มีความหนาแน่น นอกจากยังสามารถคงรูปได้ดี ทำให้ฟิลเลอร์อยู่กับที่ ไม่ไหล หรือเคลื่อนที่จากตำแหน่งที่ฉีด เหมาะกับการเติมเต็มและช่วยในการพยุง หรือยกผิวหนังที่เกิดความหย่อนคล้อย โดยจะเข้าไปแทนที่ไขมันที่เกิดการยุบตัว กระดูกที่กร่อนไปตามอายุ รวมถึงฟิลเลอร์เนื้อแข็งมักจะมีการสลายตัวได้ช้ากว่าฟิลเลอร์เนื้อนิ่ม ทำให้ผลลัพธ์อยู่ได้นานกว่า ซึ่งมีอายุอยู่ได้ประมาณ 1 – 2 ปี เลยทีเดียว ตัวอย่างฟิลเลอร์ใต้ตาแบบเนื้อบาง … ดูเพิ่มเติม

10 คำถามฮิต ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา ที่ควรอ่านก่อนไปฉีด

10 most frequently asked questions about under-eye filler

ฟิลเลอร์ใต้ตาเป็นหนึ่งในหัตถการยอดนิยมที่ช่วยให้ดวงตาดูสดใส ลดความหมองคล้ำ และเติมเต็มร่องลึกให้หน้าดูอ่อนเยาว์ขึ้น แต่ก่อนตัดสินใจไปฉีด ควรรู้ข้อมูลพื้นฐานให้ครบ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่สวยและปลอดภัย บทความนี้รวม 10 คำถามฮิตที่หลายคนสงสัย ตั้งแต่ข้อดี ข้อควรระวัง ไปจนถึงการดูแลตัวเองหลังฉีด ใช้เวลาอ่านไม่นานก็เข้าใจครบ เหมาะสำหรับคนที่กำลังหาข้อมูลฟิลเลอร์ใต้ตาแบบสั้น กระชับ และได้สาระครบถ้วน ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา คือบริเวณใด ก่อนจะไปในข้ออื่น ๆ อย่างแรกเลยที่ควรรู้คือ บริเวณที่จะฉีดฟิลเลอร์ใต้ตานั้นเอง โดยแพทย์จะทำการรักษาโดยการฉีดสารเติมเต็มประเภท ไฮยาลูรอนิค แอซิด (Hyaluronic Acid) เข้าตรงบริเวณใต้ตาด้านนอก เป็นส่วนที่อยู่ถัดออกมาจากร่องน้ำตาไปยังด้านข้างของใบหน้า ที่จะมีลักษณะเป็นรอยบุ๋มลึก หรือเป็นแอ่ง ส่งผลให้โครงสร้างใต้ตาดูไม่สมบูรณ์ และฉีดเข้าตรงบริเวณร่องน้ำตา เป็นส่วนที่บุ๋มลึกเป็นแนวยาวตั้งแต่หัวตาลงมาถึงบริเวณใต้ตา ทำให้เกิดเงา และทำให้ดูเหมือนมีถุงใต้ตา รวมถึงใต้ตาคล้ำ ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา ช่วยเรื่องอะไร ถัดมาก็คงหนีไม่พ้นว่า เราจะไปฉีดทำไม ฟิลเลอร์ใต้ตาช่วยเรื่องอะไร แน่นอนว่าฟิลเลอร์จะมีคุณสมบัติในการอุ้มน้ำได้ดี และทำหน้าที่เปรียบเสมือนโครงสร้างใต้ผิวหนัง ดังนั้นการฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาจึงช่วยแก้ปัญหาเรื่องริ้วรอย และรอยร่องลึกใต้ตา ที่อาจมีสาเหตุมาจากการยุบตัวของกระดูกใต้ตา และไขมันใต้ตา ทำให้ใบหน้าดูเหนื่อยล้า และดูไม่สดใส นอกจากนี้ยังช่วยลดความหมองคล้ำใต้ตา ทำให้ใบหน้าดูสดใส ดูไม่โทรม และใบหน้าดูอ่อนเยาว์ ช่วยลดถุงใต้ตา … ดูเพิ่มเติม

Clarius – Ultrasound AI ให้ทุกขั้นตอนแม่นยําและปลอดภัยยิ่งขึ้น

Clarius Ultrasound AI CoverPage

ในยุคที่ AI เข้ามามีบทบาทในทุกวงการ วันนี้เทคโนโลยีล้ำสมัยได้ก้าวเข้าสู่โลกการแพทย์แล้ว ด้วย Ultrasound AI กับ Clarius (คลาริอัส) เครื่องอัลตราซาวด์แบบพกพาไร้สาย นวัตกรรมที่พลิกโฉมวงการแพทย์ให้ก้าวล้ำไปอีกขั้น ช่วยเพิ่มความมั่นใจและความแม่นยำในการวินิจฉัย ทำให้ทุกขั้นตอนการทำหัตถการปลอดภัยและดียิ่งกว่าที่เคย Clarius คืออะไร ? Clarius คือ เครื่องอัลตราซาวด์ไร้สาย (Wireless Ultrasound) ที่พัฒนาเพื่อให้การใช้งานง่าย สะดวก และพกพาได้ทุกที่ โดยไม่ต้องเชื่อมต่อด้วยสายสัญญาณเหมือนเครื่องอัลตราซาวด์แบบเดิม เพียงเชื่อมต่อกับสมาร์ตโฟนหรือแท็บเล็ต ทำให้แพทย์สามารถนำไปใช้ตรวจวินิจฉัยผู้ป่วยได้ทุกที่ทุกเวลา ใช้ในทางการแพทย์หลากหลายสาขา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านความงามและการแพทย์ผิวหนัง จุดเด่นของ Clarius คือ ความละเอียดของภาพที่คมชัดระดับ High-Definition และเทคโนโลยีที่ออกแบบมาให้ใช้งานง่าย ไม่ซับซ้อน ทำให้แพทย์สามารถนำไปใช้ได้ทั้งในโรงพยาบาล คลินิก หรือแม้แต่ในสถานที่นอกสถานพยาบาล เหมาะสำหรับทั้งการตรวจวินิจฉัยทั่วไป และช่วยเพิ่มความแม่นยำในการทำหัตถการ เช่น การฉีดฟิลเลอร์ การฉีดโบท็อกซ์ หรือการทำหัตถการอื่น ๆ ที่ต้องการความปลอดภัยสูง Ultrasound อัลตราซาวด์ คืออะไร ? อัลตราซาวด์ (Ultrasound) คือ … ดูเพิ่มเติม

โบท็อกซ์ตีนกา ดีไหม ? อีกวิธีที่ลดรอยตีนกาแบบไม่ต้องผ่าตัด

Botox for crow's feet

รอยตีนกาเวลาเรายิ้มหรือหัวเราะอาจดูเป็นเสน่ห์ในช่วงวัยหนึ่ง แต่พอเริ่มลึกขึ้น หลายคนก็เริ่มรู้สึกไม่มั่นใจ โบท็อกซ์ตีนกาจึงกลายเป็นที่นิยมและหันมาฉีดกันเยอะขึ้น เพราะช่วยให้ผิวรอบดวงตาดูเรียบเนียน และดูอ่อนกว่าวัยได้แบบไม่ต้องผ่าตัด ไม่ต้องพักฟื้น ใช้เวลาทำไม่นาน เห็นผลไวในไม่กี่วัน แถมราคาในปัจจุบันก็จับต้องได้ง่ายขึ้นกว่าแต่ก่อน ใครที่เริ่มมีริ้วรอยรอบตา หรือรอยตีนกาชัดขึ้น ลองศึกษาโบท็อกซ์ตีนกาไว้ก็ไม่เสียหายเลย “ตีนกา” คำนี้ถูกนำมาใช้เรียกริ้วรอยบริเวณหางตา เนื่องจากรูปลักษณะหรือมีลักษณะจะเป็นเส้นเล็กๆ ที่แตกแขนงออกไป คล้ายกับรอยเท้าของนกกานั้นเอง โบท็อกซ์ตีนกา คืออะไร โบท็อกซ์ตีนกา คือ หัตถการเสริมความงามสำหรับการแก้ปัญหาเกี่ยวกับริ้วรอยตรงบริเวณหางตา และรอยตีนกา โดยแพทย์จะทำการฉีดสารชนิดหนึ่งที่ถูกสกัดมาจากแบคทีเรียนสายพันธุ์เฉพาะ ที่มีชื่อว่า Clostridium botulinum โดยตัวสารจะอยู่ในรูปแบบของโปรตีน เข้าตรงบริเวณกล้ามหางตา ซึ่งโบท็อกซ์จะออกฤทธิ์ต่อระบบประสาท (Neurotoxin) ทำให้กล้ามเนื้อตรงบริเวณหางตามีการทำงานลดลง ส่งผลให้ผิวหนังตรงบริเวณหางตามีความตึงขึ้น เรียบเนียนขึ้น ไม่เกิดรอยพับ และช่วยในการลดริ้วรอยตรงหางตา หรือรอยตีนกา นอกจากนี้การฉีดโบท็อกซ์หางตายังช่วยในการรักษาโรค เช่น โรคตาเข โรคตาเหล่ เป็นต้น โบท็อกซ์หางตาผลลัพธ์จะอยู่ได้ประมาณ 3 – 6 เดือน โบท็อกซ์ตีนกา ช่วยเรื่องอะไรบ้าง อย่างที่ทราบโบท็อกซ์ตีนกา เป็นการฉีดสารชนิดหนึ่งเข้าตรงบริเวณหางตา โดยสารจะออกฤทธิ์ต่อระบบประสาท ทำให้กล้ามเนื้อตรงบริเวณหางตามีการหยุดทำงานชั่วคราว ซึ่งจะช่วยในเรื่องต่าง … ดูเพิ่มเติม

โบท็อกซ์หน้าผาก ดีไหม ? ราคาเท่าไหร่ ? ใครควรที่จะทำ

Botox for the forehead a good idea

โบท็อกซ์หน้าผากไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป เพราะเดี๋ยวนี้ใคร ๆ ก็อยากมีหน้าผากเรียบเนียน ดูหน้าเด็กแบบไม่ต้องผ่าตัด จะวัยทำงานหรือวัยเลขสามขึ้นก็เริ่มสนใจกันมากขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉพาะคนที่มีริ้วรอยเวลายิ้มหรือขมวดคิ้ว โบท็อกซ์หน้าผากจึงกลายเป็นหนึ่งในหัตถการยอดฮิตที่ทำง่าย เห็นผลไว ราคาเริ่มต้นก็ไม่ได้แรงอย่างที่คิด แถมยังใช้เวลาทำแค่ไม่กี่นาที เหมาะกับคนที่อยากดูดีแบบไม่ต้องพักฟื้นนาน ไม่ว่าเพศไหนก็ทำได้ทั้งนั้น โบท็อกซ์หน้าผาก คือ โบท็อกซ์หน้าผาก คือการฉีดสารชนิดหนึ่งที่ถูกสกัดมาจากแบคทีเรียสายพันธุ์เฉพาะชื่อ Clostridium botulinum ซึ่งตัวของสารจะอยู่ในรูปแบบโปรตีน ที่มีคุณสมบัติพิเศษสามารถจับกับปลายของเส้นประสาทที่ใช้ในการควบคุมกล้ามเนื้อ แล้วเข้าไปยับยั้งการกระตุ้นกล้ามเนื้อที่เลี้ยงโดยเส้นประสาทบริเวณนั้น จะทำให้กล้ามเนื้อบริเวณนั้น ที่ได้ทำการฉีดโบท็อก ไม่สามารถหดตัว และอยู่ในสภาพคลายตัว ส่งผลให้ผิวหนังบริเวณหน้าผากเกิดความกระชับ ช่วยลดริ้วรอยบริเวณหน้าผาก ช่วยปรับรูปหน้า และช่วยลดเหงื่อ โดยการฉีดโบท็อกซ์จะอยู่ได้ประมาณ 4 – 6 เดือน โบท็อกซ์หน้าผากเหมาะกับใคร โบท็อกซ์หน้าผาก เป็นการฉีดสารชนิดหนึ่งเข้าตรงบริเวณหน้าผาก โดยโบท็อกซ์จะทำให้กล้ามเนื้อหยุดการทำงานชั่วคราว และทำให้กล้ามเนื้อเกิดการเกร็งตัว ส่งผลให้ผิวบริเวณหน้าผากเกิดความกระชับ และช่วยลดริ้วรอยได้ การฉีดโบท็อกซ์หน้าผากจึงเหมาะกับบุคคลที่มีปัญหาเกี่ยวกับริ้วรอยตรงบริเวณหน้าผาก ระหว่างคิ้ว หรือริ้วรอยที่เกิดจากแสดงออกทางสีหน้าเป็นเวลานาน เพื่อให้ผิวมีความเรียบเนียน นอกจากนี้บุคคลที่ต้องการต้องการฉีดโบท็อกซ์ลดเหงื่อ ลดความมันบนใบหน้า ช่วยแก้ปัญหาเกี่ยวกับรูขุมขนกว้าง และบุคคลที่ต้องการยกกระชับผิวตรงบริเวณหน้าผาก โดยไม่ต้องทำการผ่าตัด ไม่เสียเวลาพักฟื้น และสามารถเห็นผลลัพธ์ได้ทันที โบท็อกซ์หน้าผาก … ดูเพิ่มเติม

รวม 12 วิธีเพิ่มคอลลาเจนให้ผิวหน้า ทั้งแบบทำเองและแบบเร่งด่วน

How to add collagen to your face

การเพิ่มคอลลาเจนให้ผิวหน้าไม่จำเป็นต้องพึ่งหมอเสมอไป หลายวิธีสามารถทำเองได้ง่าย ๆ ที่บ้าน แค่ปรับพฤติกรรมหรือเลือกสิ่งที่ช่วยบำรุงจากภายในอย่างสม่ำเสมอ ผิวก็สามารถดูอิ่มฟูและสดใสขึ้นได้ในระยะยาว แต่ถ้าใครต้องการผลลัพธ์ที่เร็วขึ้นก็สามารถเสริมด้วยหัตถการ เช่น ฟิลเลอร์ สกินบูสเตอร์ หรือเทคโนโลยีกระตุ้นคอลลาเจนอื่น ๆ ได้เช่นกัน คอลลาเจน คือ คอลลาเจน (Collagen) คือ โปรตีนชนิดหนึ่งที่เป็นส่วนประกอบสำคัญของผิวหนัง โดยจะมีสัดส่วนสูงถึง 80 % ที่จะมีลักษณะเป็นสายยาว ทำหน้าที่เหมือนกับกาว และเป็นโครงสร้างของเนื้อเยื่อต่าง ๆ ภายในร่างกาย เช่นผิวหนัง กล้ามเนื้อ กระดูก เส้นเอ็น ข้อ และเล็บ ส่วนใหญ่คอลลาเจนจะอยู่ตรงบริเวณชั้นหนังแท้ (dermis) ซึ่งภายในร่างกายของเรามีคอลลาเจนสูงถึง 16 ชนิด และชนิดที่สามารถพบได้บ่อยมีทั้งหมด  5 ชนิด ดังนี้ คอลลาเจนช่วยอะไร ทำไมต้องเพิ่ม อย่างที่ทราบ คอลลาเจน เป็นโปรตีนชนิดหนึ่งที่เป็นส่วนสำคัญของผิวหนัง โดยคอลลาเจนจะมีหน้าที่คล้ายกาว และเป็นโครงสร้างของเนื้อเยื่อ ซึ่งเมื่อคนเราอายุเพิ่มมากขึ้นคอลลาเจนจะมีการผลิตน้อยลง ส่งผลให้ผิวหน้าขาดความแข็งแรง เกิดริ้วรอยบนใบหน้า ผิวมีความหยาบกร้าน และทำให้เกิดโรคเกี่ยวกับกระดูก ข้อ … ดูเพิ่มเติม

10 คลินิก หมอฉีดฟิลเลอร์หน้าผาก ที่ไหนดี เก่ง ๆ เสริมโหงวเฮ้งใน 2025

doctor injects filler into the forehead.

การฉีดฟิลเลอร์หน้าผากเป็นทางเลือกยอดฮิตที่ช่วยเสริมความสวยและความมั่นใจให้กับผู้ที่ต้องการปรับรูปหน้าสวยงาม นอกจากจะช่วยให้หน้าผากดูนูนสวยแล้ว ยังสามารถเสริมโหงวเฮ้งเพื่อเสริมความโชคดีและดึงดูดความสำเร็จอีกด้วย การเลือกหมอฉีดฟิลเลอร์ที่มีประสบการณ์และความชำนาญจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่สวยงามและปลอดภัย ในบทความนี้ เราจะแนะนำหมอฉีดฟิลเลอร์หน้าผากที่เก่งและมีชื่อเสียง เป็นอีกหนึ่งทางเลือกให้คุณมั่นใจในการทำฟิลเลอร์หน้าผากและเห็นผลลัพธ์ที่ดีที่สุด 1. หมอส้ม (Mudan Pavilion) หมอฉีดฟิลเลอร์หน้าผาก ฉัตรสร ลิขิตอิศรา หรือหมอส้ม แพทย์หญิงคนสวยของ Mudan Pavilion Wellness Center หมอส้มเป็นแพทย์ที่มีความชำนาญทางด้านการปรับรูปหน้าด้วยการฉีดฟิลเลอร์ โดยเฉพาะการฉีดฟิลเลอร์หน้าผาก นอกจากนี้ยังมีชื่อเสียงทางด้านการออกแบบรูปหน้าให้ออกมาดูสวยเป็นธรรมชาติ และการเสริมโหงวเฮ้งให้กับใบหน้า ด้วยประสบการณ์ เทคนิคเฉพาะตัว รางวัลการันตี และพ่วงด้วยตำแหน่งอาจารย์แพทย์ผู้สอนฉีดฟิลเลอร์ (Restylane Trainer) ของแบรนด์ Restylane และแพทย์ผู้มีความเชี่ยวชาญทางด้านเวชศาสตร์ความงาม และการปรับรูปหน้า (Aesthetic Medicine) ทำให้หมอส้มได้รับความไว้ใจ และเป็นที่ยอมรับความสามารถจากผู้ที่เข้ามาใช้บริการเป็นจำนวนมาก ตัวอย่างรางวัลของ Mudan Pavilion Wellness Center ชื่อสถานประกอบการ : Mudan Pavilion Wellness Centerสถานที่ตั้ง : 374 ถนน ศรีวรา แขวงพลับพลา … ดูเพิ่มเติม

Radiesse ฟิลเลอร์ที่กระตุ้นคอลลาเจนไปในตัว ยี่ห้อนี้เหมาะกับใคร ?

Radiess-Cover-PageWeb

Radiesse เป็นฟิลเลอร์ที่ค่อนข้างต่างจากฟิลเลอร์ทั่วไป เพราะไม่ได้แค่เติมเต็ม แต่ยังช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนไปในตัว เรียกได้ว่าได้ 2 อย่างในครั้งเดียว ใครที่เริ่มมีปัญหาผิวหย่อนคล้อยเล็กน้อย หรืออยากให้หน้าดูแน่นขึ้นแบบไม่ต้องฉีดบ่อย อาจเคยได้ยินชื่อฟิลเลอร์ตัวนี้มาบ้าง แต่ก่อนตัดสินใจฉีด ควรรู้ข้อดี ข้อจำกัด และความเหมาะสมให้ชัดเจน บทความนี้จะพาไปดูว่า Radiesse คืออะไร เหมาะกับใคร และควรพิจารณาอะไรบ้างก่อนเลือกใช้ Radiesse คือ Radiesse จัดเป็นทั้งฟิลเลอร์ (Dermal Filler) และ Skin Biostimulator โดยใช้เทคโนโลยีที่ประกอบด้วย Calcium Hydroxylapatite (CaHA) microspheres ซึ่งเป็นสารที่พบได้ตามธรรมชาติในกระดูกและฟันของร่างกาย โดยแบรนด์นี้ผลิตภายใต้บริษัท Merz Aesthetics ซึ่งเป็นบริษัทเวชภัณฑ์จาก ประเทศเยอรมนี และได้รับการรับรองจาก FDA (องค์การอาหารและยาของสหรัฐอเมริกา) จุดเด่นเลยก็คือ Radiesse ไม่ได้ให้แค่ผลลัพธ์ในการเติมเต็มทันที แต่ยังกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนตามธรรมชาติ ทำให้ผิวมีคุณภาพดีขึ้นในระยะยาว Radiesse ช่วยเรื่องอะไรบ้าง สำหรับ Radiesse ที่มีประกอบหลักเป็น CaHA (Calcium Hydroxylapatite แคลเซียมไฮดรอกซีอะพาไทต์) … ดูเพิ่มเติม