ใครที่อยากหน้าใส ผิวเนียน ดูเต็มขึ้น มักจะสงสัยว่า ฉีดฟิลเลอร์ กับ เลเซอร์หน้าใส ทำพร้อมกันได้ไหม บางคนอยากเติมฟิลเลอร์ให้หน้าดูอิ่ม แต่ก็อยากเลเซอร์ให้ผิวใสไปพร้อม ๆ กัน กลัวทำผิดลำดับแล้วหน้าพัง หรือผลลัพธ์ไม่ดีเท่าที่ควร จริง ๆ แล้วฟิลเลอร์กับเลเซอร์สามารถทำร่วมกันได้หรือไม่ ขึ้นอยู่กับปัญหาผิว ประเภทเลเซอร์ และตำแหน่งที่ฉีดฟิลเลอร์ บทความนี้จะช่วยอธิบายแบบเข้าใจง่ายว่าแบบไหนทำพร้อมกันได้ ใครเหมาะกับวิธีไหน และควรจัดลำดับการทำอย่างไรให้เห็นผลและปลอดภัยที่สุด
Main content
- ฉีดฟิลเลอร์ เหมาะกับบุคคลที่ต้องการแก้ปัญหาเรื่องริ้วรอย ใต้ตาคล้ำ ต้องการปรับรูปหน้า และบุคคลที่ต้องการแก้ปัญหาอย่างเร่งด่วน เป็นต้น
- เลเซอร์หน้าใส เหมาะกับบุคคลที่มีปัญหาเรื่องผิวหน้าหมองคล้ำ เม็ดสีมีการผลิตผิดปกติ รูขุมขน และริ้วรอยต่าง ๆ เป็นต้น
- จุดที่เหมือนกันระหว่าง Filler กับ Laser หน้าใส คือทั้งสองประเภทเป็นหัตถการที่มีความปลอดภัยสูง และจัดอยู่ในกลุ่ม Non-surgical ซึ่งเป็นการรักษาแบบไม่ต้องทำการผ่าตัด ใช้เวลาทำไม่นาน และไม่ต้องเสียเวลาพักฟื้น รวมถึงวัตถุประสงค์ และระยะเวลาการคงอยู่ของผลลัพธ์ที่ไม่ถาวร
- ความแตกต่างระหว่าง Filler กับ Laser หน้าใส คือหลักการทำงานของทั้งคู่ โดย Filler จะเป็นการฉีดสารเติมเต็มประเภท HA เข้าสู่บริเวณใต้ผิวหนัง ส่วน Laser หน้าใส จะเป็นการใช้พลังงานแสงเลเซอร์ที่มีความเข้มข้นสูงยิงลงสู่ผิวหนัง
- ฉีดฟิลเลอร์กับเลเซอร์หน้าใส สามารถทำพร้อมกันได้ แต่ต้องมีการจัดลำดับการทำหัตถการก่อนหลังให้ดี
ฉีดฟิลเลอร์ คือ

ฉีดฟิลเลอร์ (Filler) คือ หัตถการที่เหมาะสำหรับการแก้ปัญหาเรื่องริ้วรอยร่องลึกบนใบหน้า โดยการรักษาทางแพทย์จะทำการฉีดสาร ที่มีส่วนประกอบหลักของกรดไฮยาลูโรนิก (Hyaluronic Acid) เข้าตรงบริเวณใต้ผิวหนัง ซึ่ง HA เป็นสารที่สามารถพบเห็นได้ในร่างกายตามธรรมชาติ หลังจากการฉีดฟิลเลอร์ HA จะเข้าไปจับกับโมเลกุลของน้ำ ทำให้ตรงบริเวณที่ทำการฉีดมีปริมาณน้ำเพิ่มมากขึ้น ส่งผลให้ผิวหนังบนใบหน้ามีความชุ่มชื้น อิ่มฟู เรียบเนียน ริ้วรอยร่องลึกดูตื้นขึ้น และริ้วรอยมีความจางลง นอกจากนี้ฟิลเลอร์ยังช่วยกระตุ้นให้เกิดการสร้างคอลลาเจน และสารอีลาสตินใต้ผิว ที่เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ผิวหนังมีความแข็งแรง และทำให้ผิวหนังเกิดความยืดหยุ่น
เลเซอร์หน้าใส คือ

เลเซอร์หน้าใส (Facial Laser) คือ หัตถการที่เหมาะสำหรับการแก้ปัญหาเรื่องผิวหน้าหมองคล้ำ กระ ฝ้า จุดด่างดำ และรอยสิว โดยการรักษาทางแพทย์จะทำการยิงเลเซอร์ลงสู่ชั้นผิวหนัง ซึ่งหลังจากทำเลเซอร์จะเข้าไปทำลายเม็ดสีเมลานินที่มีการผลิตแบบผิดปกติ ส่งผลให้ผิวหน้าดูกระจ่างใส ผิวหนังมีความเรียบเนียน ริ้วรอย จุดด่างดำ ฝ้า กระมีความจางลง และลดการเกิดสิว รวมถึงการปรับสภาพสีผิวให้มีความสม่ำเสมอ และกระตุ้นให้เกิดการสร้างคอลลาเจน
ปัจจุบันการยิงเลเซอร์หน้าใสที่นิยมมีหลายแบบ เช่น Pico Laser เน้นเรื่องรอยดำ ฝ้า กระ และลบรอยสัก Q-switch Laser เน้นลบรอยสิว รอยดำแดง และปรับผิวหน้าให้ดูใส และ Dual Yellow Laser เน้นเรื่องรักษารอยแดง รอยดำ และช่วยกระชับรูขุมขน เป็นต้น
ฉีดฟิลเลอร์ เหมาะกับใคร
สำหรับการฉีดฟิลเลอร์ เป็นการฉีดสารเติมเต็มเข้าตรงบริเวณใต้ผิวหนัง ที่มีคุณสมบัติอุ้มน้ำได้ดี ส่งผลให้ผิวหนังมีความชุ่มชื้น อิ่มฟู ริ้วรอยร่องลึกมีความตื้นขึ้น และจางลง การฉีดฟิลเลอร์จึงเหมาะกับบุคคลเหล่านี้
- บุคคลที่ต้องการแก้ปัญหาเกี่ยวกับริ้วรอย เช่น ริ้วรอยตรงบริเวณรอบดวงตา รอยร่องลึก รอยร่องแก้ม และมุมปาก โดยฟิลเลอร์จะเข้าไปช่วยเติมเต็ม ส่งผลให้ผิวหนังมีความเรียบเนียนขึ้น
- บุคคลที่มีปัญหาเรื่องใต้ตาคล้ำ ซึ่งฟิลเลอร์จะช่วยเติมเต็มใต้ตาที่เกิดการยุบตัวลง ทำให้ตาดูสดใสขึ้น
- บุคคลที่ต้องการปรับรูปหน้า เช่นปรับรูปทรงจมูกให้มีความโด่งขึ้น เติมริมฝีปากให้มีความอิ่มฟู และปรับรูปคางให้ได้สัดส่วน
- บุคคลที่มีปัญหาผิวหนังบนใบหน้าไม่เรียบเนียน เช่น รอยย่นบนหน้าผาก โดยฟิลเลอร์จะเข้าไปเติมเต็มร่องบริเวณหน้าผากให้มีความเรียบเนียน
- การฉีดฟิลเลอร์เหมาะกับบุคคลที่ต้องการแก้ปัญหาอย่างเร่งด่วน ต้องการเห็นผลลัพธ์ทันที ไม่ต้องทำการผ่าตัด และไม่ต้องการเสียเวลาพักฟื้น
เลเซอร์หน้าใส เหมาะกับใคร
ตัวเป็นอนุภาคเล็ก ๆ และร่างกายจะมีการกำจัดออกเองตามธรรมชาติ ส่งผลให้ผิวหน้ามีความกระจ่างใส เรียบเนียน รอยดำ กระ ฝ้ามีความจางลง รวมถึงการปรับสีผิวให้มีความสม่ำเสมอ การทำเลเซอร์หน้าใสจึงเหมาะกับบุคคลเหล่านี้
- บุคคลที่มีปัญหาเรื่องผิวหน้าหมองคล้ำ ผิวหน้าที่ดูเหนื่อยล้า ดูไม่สดใส หรือโดนแสงแดดทำร้ายสะสม
- บุคคลที่มีปัญหาเรื่องเม็ดสี เช่น ฝ้า กระ จุดด่างดำ รอยดำ รอยแดงที่มีสาเหตุมาจากสิว
- บุคคลที่มีปัญหาเกี่ยวกับรูขุมขน และริ้วรอยต่าง ๆ เช่น รูขุมขน หลุมสิว และผิวหน้าที่ไม่เรียบเนียน
- บุคคลที่ไม่มีเวลาดูแลผิวหน้า เช่น บุคคลที่มีการบำรุงผิวหน้าแล้วไม่เห็นผลลัพธ์ หรือต้องการเห็นผลของการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจน
- บุคคลที่ต้องการลบรอยแผลเป็น ที่มีสาเหตุมาจากการบาดเจ็บ อุบัติเหตุ หรือรอยหลุมสิว
จุดที่เหมือนกันระหว่าง Filler กับ Laser หน้าใส
จุดที่เหมือนกันระหว่าง Filler กับ Laser หน้าใส คือ หัตถการทั้งสองประเภทมีความปลอดภัยสูง และสามารถสลายตัวได้เอง นอกจากนี้ทั้ง Filler และLaser หน้าใส ยังจัดอยู่ในกลุ่ม Non-surgical ซึ่งเป็นการรักษาแบบไม่ต้องทำการผ่าตัด ใช้เวลาทำไม่นาน และไม่ต้องเสียเวลาพักฟื้น รวมถึงยังมีวัตถุประสงค์ที่คล้ายคลึงกันในเรื่องการฟื้นฟูสภาพผิว ทำให้ใบหน้าดูอ่อนเยาว์ ผิวหน้ามีสุขภาพดีขึ้น และยังช่วยกระตุ้นให้เกิดการสร้างคอลลาเจนขึ้นมาใหม่ ส่งผลให้ผิวมีความแน่นขึ้น ริ้วรอยมีความจางลง สุดท้ายผลลัพธ์ที่ได้ไม่ถาวร อาจต้องมีการทำซ้ำ เพื่อคงสภาพผิวที่ดี

ความแตกต่างระหว่าง Filler กับ Laser หน้าใส
ถึงแม้ Filler กับ Laser หน้าใส จะมีจุดที่คล้ายคลึงกัน แต่ก็ยังมีความต่างกัน ตามตารางด้านล่าง
| Filler | Laser หน้าใส | |
| หลักการการทำงาน | เป็นการฉีดสารเติมเต็มประเภท HA เข้าสู่บริเวณใต้ผิวหนัง เพื่อช่วยเติมเต็มร่องลึกและริ้วรอยบนใบหน้า | เป็นการใช้พลังงานแสงเลเซอร์ที่มีความเข้มข้นสูงยิงลงสู่ผิวหนัง หลังจากการยิงเลเซอร์จะเข้าไปทำลายเม็ดสีเมลานินที่มีการผลิตแบบผิดปกติ และกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน |
| ปัญหาที่เหมาะสม | เหมาะสำหรับการแก้ปัญหาเรื่องริ้วรอยร่องลึกบนใบหน้า และปรับรูปหน้า | เหมาะสำหรับการแก้ปัญหาเรื่องผิวหน้าหมองคล้ำ กระ ฝ้า จุดด่างดำ และรอยสิว |
| ผลลัพธ์ที่ได้ | ทำให้ผิวหนังบนใบหน้ามีความชุ่มชื้น อิ่มฟู เรียบเนียน ริ้วรอยร่องลึกดูตื้นขึ้น และริ้วรอยมีความจางลง | ทำให้ผิวหน้าดูกระจ่างใส ผิวหนังมีความเรียบเนียน ริ้วรอย จุดด่างดำ ฝ้า กระมีความจางลง และลดการเกิดสิว รวมถึงการปรับสภาพสีผิวให้มีความสม่ำเสมอ |
| ระยะเวลาการเห็นผล | เห็นผลการเปลี่ยนแปลงทันทีหลังการฉีด | เห็นผลลัพธ์ชัดเจนหลังจากการทำ 3 – 5 ครั้ง |
| ระยะเวลาการคงอยู่ของผลลัพธ์ | อยู่ได้ประมาณ 6 – 24 เดือน | อยู่ได้นาน หากมีการดูแลผิวอย่างดี |
| ผลข้างเคียงหลังการทำ | มีอาการบวม เขียวช้ำ อย่างน้อย 3 – 7 วัน | อาจจะเกิดสะเก็ด 5 – 7 วัน |
ฉีดฟิลเลอร์กับเลเซอร์หน้าใส พร้อมกันได้ไหม
ฉีดฟิลเลอร์ กับเลเซอร์หน้าใสสามารถทำพร้อมกันได้ แต่ต้องมีการจัดลำดับการทำหัตถการก่อนหลังให้ดี โดยแพทย์จะแนะนำให้ทำการยิงเลเซอร์ก่อน แล้วค่อยฉีดฟิลเลอร์ตามหลัง เพราะความร้อนจากการยิงเลเซอร์ จะทำให้ฟิลเลอร์เกิดการเสื่อมสภาพเร็วขึ้น แต่ถ้าหากมีการฉีดฟิลเลอร์ไปแล้ว ควรมีการเว้นระยะ 2 สัปดาห์ เพื่อให้ฟิลเลอร์ได้มีการเซ็ตตัว และอาการบวมเข็มหายสนิทก่อนที่จะไปโดนความร้อนจากเลเซอร์ เป็นต้น





