ฟิลเลอร์เป็นหัตถการยอดนิยมที่ช่วยเติมเต็มใบหน้าให้ดูอิ่มฟู แก้ปัญหาร่องลึก และปรับรูปหน้าได้แบบไม่ต้องผ่าตัด แต่หลายคนยังสงสัยว่า ฟิลเลอร์ฉีดตำแหน่งไหนได้บ้าง และมีจุดไหนที่ต้องระวังเป็นพิเศษก่อนตัดสินใจทำ เพราะถึงแม้ฟิลเลอร์จะดูเป็นหัตถการเล็ก ๆ แต่จริง ๆ แล้วแต่ละตำแหน่งบนใบหน้ามีความเสี่ยงที่ต่างกัน บางจุดฉีดแล้วเห็นผลทันที แต่บางจุดต้องอาศัยเทคนิคและความชำนาญของแพทย์สูง เนื้อหาบทความนี้จึงพาไปทำความเข้าใจว่า ฟิลเลอร์สามารถฉีดตรงไหนได้บ้าง จุดไหนฮิต และบริเวณไหนที่ควรรู้ไว้ก่อนเพื่อความปลอดภัย ก่อนเข้าคลินิกจริง
Main content
- ตำแหน่งที่นิยมฉีดฟิลเลอร์ มีทั้งหมด 12 จุด ได้แก่ หน้าผาก ขมับ ใต้ตา เปลือกตาบน จมูก แก้มส้ม ปาก คาง กรอบหน้า มือ ติ่งหู และร่องแก้ม หรือร่องน้ำหมาก
- ฉีดฟิลเลอร์ตำแหน่งที่ต้องระวังเส้นเลือดเป็นพิเศษ มีทั้งหมด 5 จุด เช่น หน้าผาก จมูก ร่องแก้ม ขมับ และใต้ตา
- สำหรับโครงสร้างของเส้นเลือดบนใบหน้า จะประกอบไปด้วยระบบหลอดเลือดแดง หลอดเลือดดำที่มีความซับซ้อน และเส้นเลือดฝอยขนาดเล็ก ที่มีการกระจายตัวอยู่ใกล้ผิวหนัง

โครงสร้างเส้นเลือดบนใบหน้า
สำหรับโครงสร้างของเส้นเลือดบนใบหน้า จะประกอบไปด้วยระบบหลอดเลือดแดง และหลอดเลือดดำที่มีความซับซ้อน โดยหลอดเลือดแดง (Facial artery) จะทอดตัวคดเคี้ยวจากทางคอ ผ่านทางขากรรไกรล่างขึ้นไปเลี้ยงตรงบริเวณมุมปาก บริเวณแก้ม บริเวณจมูก และบริเวณมุมตา ส่วนหลอดเลือดดำจะวิ่งขนานไปกับหลอดเลือดแดง เพื่อระบายเลือด และมีเส้นเลือดฝอยขนาดเล็ก (Telangiectasia) ที่มีการกระจายตัวอยู่ใกล้ผิวหนัง โดยเฉพาะตรงบริเวณโหนกแก้ม และบริเวณข้างจมูก
โครงสร้างของเส้นเลือดบนใบหน้า มีดังนี้
- หลอดเลือดแดงบนใบหน้า (Facial artery) เป็นการแตกแขนงมาจากหลอดเลือดแดงแคโรติดภายนอก (External carotid artery) ตรงบริเวณคอ ทอดตัวคดเคี้ยวผ่านทางขากรรไกรล่าง ไต่ขึ้นไปตามแก้ม และสิ้นสุดกลายเป็นหลอดเลือดแดงเชิงมุม (Angular artery) ตรงบริเวณมุมตาด้านใน
- หลอดเลือดดำบนใบหน้า (Facial Vein) เป็นเส้นเลือดที่วิ่งขนานกับหลอดเลือดแดง แต่จะมีลักษณะที่ตรงมากกว่า โดยจะอยู่ตรงบริเวณด้านหลังของหลอดเลือดแดง หลอดเลือดดำจะทำหน้าที่ในการระบายเลือดที่มาจากส่วนกลางของใบหน้า ที่เข้าสู่หลอดเลือดดำจูกูลาร์ภายใน (Internal jugular vein)
- เส้นเลือดฝอยบนใบหน้า (Telangiectasia) เส้นเลือดจะมีขนาดเล็ก แต่เกิดการขยายตัวจนมองเห็นได้ เป็นเส้นสีแดง หรือสีม่วงคล้ายกับใยแมงมุม ซึ่งมักจะปรากฏตรงบริเวณโหนกแก้ม หน้าผาก และจมูก โดยเป็นผิวที่มีความบาง และได้รับผลกระทบจากปัจจัยภายนอก เช่น แสงแดด เป็นต้น
- ลักษณะทางกายวิภาค หลอดเลือดบนใบหน้าจะมีการฝังตัวอยู่ลึกลงไปที่ส่วนล่างของแผ่นไขมันแก้ม โดยจะมีเยื่อหุ้มกระดูกขากรรไกรกั้นเอาไว้ ซึ่งจะมีลักษณะคดเคี้ยว เพื่อรองรับการเคลื่อนไหวของใบหน้า เช่น การเคี้ยวข้าว หรือการพูด เป็นต้น
ฉีดฟิลเลอร์ตำแหน่งไหนได้บ้าง

| ตำแหน่งที่ฉีด | วัตถุประสงค์ในการฉีด |
| หน้าผาก | ฟิลเลอร์จะเน้นเรื่องการเติมเต็มตรงบริเวณที่เกิดการยุบตัว หรือแบน หลังจากการฉีดใบหน้าจะดูละมุนขึ้น ใบหน้ามีมิติ และช่วยเสริมโหงวเฮ้งให้กับใบหน้า |
| ขมับ | ฟิลเลอร์จะเน้นเรื่องการเติมเต็มบริเวณที่เกิดการบุ๋ม หรือขมับที่ตอบลง หลังจากการฉีดจะช่วยการปรับรูปหน้า และลดความโดดเด่นของโหนกแก้ม |
| ใต้ตา | ฟิลเลอร์จะเน้นเรื่องเติมเต็มรอยร่องลึก และลดความโทรมบริเวณใต้ตา หลังจากการฉีดจะทำให้ใบหน้าดูสดใส และลดรอยคล้ำที่ใต้ตา |
| เปลือกตาบน | ฟิลเลอร์จะเน้นเรื่องการแก้ไขเบ้าตาลึก หรือตาโหล ซึ่งหลังจากการฉีดจะทำให้ดวงตามีความตื้นขึ้น ใบหน้าดูเด็กลง และใบหน้าดูไม่อ่อนเพลีย |
| จมูก | ฟิลเลอร์จะเน้นเรื่องปรับรูปทรงของสันจมูก และปลายจมูก หลังจากการฉีดจะทำให้จมูกมีความโด่ง และคมขึ้น |
| แก้มส้ม | ฟิลเลอร์จะเน้นเรื่องการยกกระชับใบหน้าส่วนกลาง โดยจะทำให้ใบหน้าดูมีมิติ และช่วยยกแก้มที่เกิดการหย่อนคล้อยให้ดูกระชับขึ้น |
| ร่องแก้ม หรือร่องน้ำหมาก | ฟิลเลอร์จะเน้นเรื่องการเติมเต็มร่องลึกบริเวณข้างจมูก และบริเวณปาก โดยหลังจากการฉีดจะทำให้ใบหน้าดูอ่อนวัย |
| ปาก | ฟิลเลอร์จะเน้นเรื่องการปรับรูปทรงปาก และเพิ่มวอลลุ่ม โดยจะทำให้ปากมีความอวบอิ่ม และทำให้ปากมีความชุ่มชื้น |
| คาง | ฟิลเลอร์จะเน้นเรื่องการปรับรูปหน้าให้มีความยาวขึ้น โดยผลลัพธ์ที่ได้จะทำให้ใบหน้ามีความเรียวขึ้น และช่วยแก้ปัญหาเรื่องคางสั้น หรือคางตัด |
| กรอบหน้า | ฟิลเลอร์จะเน้นปรับให้กรอบหน้ามีความชัดขึ้น หลังจากการฉีดจะทำให้ใบหน้าดูคมขึ้น โครงหน้ามีความชัดเจน และมีใบหน้าที่ดูโฉบเฉี่ยว |
| มือ | ฟิลเลอร์จะเน้นเรื่องการเติมเต็มผิวมือที่ดูตอบหรือเห็นเส้นเอ็นชัด ให้มือกลับมาดูอิ่มฟู ผิวเรียบเนียนขึ้น และช่วยให้มือดูอ่อนเยาว์ ไม่แห้งหรือดูมีอายุเหมือนเดิม |
| ติ้งหู | ฟิลเลอร์ติ่งหูจะเน้นการเติมเต็มติ่งหูที่ยาน บาง หรือแฟบจากอายุที่เพิ่มขึ้น โดยจะช่วยให้ติ่งหูดูอิ่มขึ้น ได้รูปมากขึ้น และเหมาะกับคนที่ใส่ต่างหูแล้วติ่งหูยืดหรือไม่สวยเหมือนเดิม |
ฉีดฟิลเลอร์ตำแหน่งไหนต้องระวังเส้นเลือด ระวังเป็นพิเศษ
ฉีดฟิลเลอร์ เป็นการฉีดสารเติมเต็มเข้าบริเวณชั้นผิวหนัง ซึ่งบางตำแหน่งที่ทำการฉีดอาจจะมีเส้นเลือดจำนวนมาก หากมีการฉีดผิดพลาดอาจทำให้เกิดผลข้างเคียงที่รุนแรง เช่น ทำให้เนื้อตาย หรือตาบอดได้
5 ตำแหน่งอันตรายที่ต้องระวังเส้นเลือดเป็นพิเศษ มีดังนี้
หน้าผาก และระหว่างคิ้ว เป็นตำแหน่งที่มีความเสี่ยงสูง เพราะตำแหน่งนี้มีเส้นเลือดทอดผ่านหลายเส้น ที่เชื่อมต่อกับเส้นเลือดในลูกตาโดยตรง หากมีการฉีดผิดพลาดอาจทำให้เกิดการอุดตันตรงเส้นเลือดที่ไปเลี้ยงจอประสาทตา ส่งผลให้ตาบอดได้ทันที นอกจากนี้ผิวหนังตรงบริเวณนี้ยังมีความบอบบาง และมีเนื้อเยื่อใต้ผิวหนังน้อย ที่เสี่ยงต่อการเกิดเนื้อตายได้ง่าย
จมูก เป็นตำแหน่งที่มีความเสี่ยงสูง เพราะจมูกเป็นจุดที่มีเส้นเลือดฝอยอยู่จำนวนมาก และเชื่อมต่อกับเส้นเลือดตา ดังนั้นการฉีดจมูกจะมีความดันในเนื้อเยื่อสูง ถ้าหากมีการฉีดผิดชั้น หรือใช้ฟิลเลอร์ในปริมาณที่มากเกินไป จะทำให้ปลายจมูกเกิดการเน่า หรือตาบอดได้
ร่องแก้ม เป็นตำแหน่งที่มีความเสี่ยงปานกลาง ถึงสูง เพราะมีเส้นเลือดใหญ่ที่ชื่อว่า Facial Artery วิ่งผ่านข้างปีกจมูก หากมีการฉีดลึกจนเกินไป หรือผิดตำแหน่ง จะทำให้เส้นเลือดเกิดการอุดตัน ส่งผลให้ผิวหนังตรงบริเวณปีกจมูก และบริเวณริมฝีปากบนขาดเลือดจนเน่าได้
ขมับ เป็นตำแหน่งที่มีความเสี่ยงปานกลาง เพราะตรงบริเวณขมับจะมีเส้นเลือดทอดผ่านทั้งชั้นตื้น และชั้นลึก แพทย์ที่ทำการฉีดตำแหน่งนี้ต้องมีความชำนาญสูง เพื่อฉีดฟิลเลอร์ให้ถูกชั้น ไม่เช่นนั้นอาจทำให้เกิดการอุดตัน หรืออาการบวมช้ำขั้นรุนแรง
ใต้ตา เป็นตำแหน่งที่มีความเสี่ยงปานกลาง เพราะใต้ตามีเส้นเลือดสำคัญที่ออกมาจากบริเวณรูใต้ตา หากฉีดโดน อาจจะทำให้เกิดอาการบวมช้ำมาก และสำหรับกรณีที่รุนแรงฟิลเลอร์อาจเกิดการอุดตันที่เส้นเลือดที่เลี้ยงดวงตา
วิธีเลือกคลินิกและแพทย์ ก่อนฉีดฟิลเลอร์
สำหรับการฉีดฟิลเลอร์ เป็นหัตถการที่ช่วยในเรื่องการปรับรูปหน้า การเติมเต็ม และยกกระชับ ดังนั้นแพทย์จะต้องมีความเชี่ยวชาญ และความละเอียดแม่นยำ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดผลข้างเคียงที่รุนแรง เช่นทำให้เนื้อตาย เกิดการอุดตัน และตาบอดได้ ดังนั้นควรเลือกคลินิก และแพทย์ที่มีลักษณะ ดังนี้
- คลินิกหรือสถานบริการ ต้องมีใบอนุญาตสถานพยาบาลและเลขที่อนุญาตจำนวน 11 หลัก อย่างชัดเจน และสามารถตรวจสอบได้
- ทีมแพทย์ต้องมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเวชกรรม หรือใบอนุญาตประกอบโรคศิลปะ และต้องมีความชำนาญในการฉีดฟิลเลอร์
- ทีมแพทย์ควรมีความรู้เกี่ยวกับโครงสร้างของใบหน้า และสามารถวิเคราะห์ปัญหา รวมถึงการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล
- คลินิกต้องเลือกใช้อุปกรณ์ที่ได้มาตรฐาน สะอาด ปลอดเชื้อ และตัวยาที่เป็นของแท้ เช่นการเลือกใช้ฟิลเลอร์แท้ เพื่อลดความเสี่ยงที่จะเกิดอาการแพ้
- คลินิกควรมีผลิตภัณฑ์ที่มีความหลากหลาย เพื่อให้เหมาะสมกับปัญหา และความต้องการของผู้ที่เข้ามาใช้บริการ
- คลินิกต้องมีบริการให้คำปรึกษา และสามารถตอบคำถามให้กับคนไข้ได้อย่างถูกต้อง
- ต้องมีรีวิวจากผู้ที่เข้ามาใช้บริการจริง โดยเฉพาะเคสที่เกี่ยวกับการฉีดฟิลเลอร์
- คลินิกหรือสถานที่ให้บริการ ต้องได้มาตรฐาน และมีอุปกรณ์ที่เพียงพอเพื่อความปลอดภัย
- คลินิกหรือสถานที่ให้บริการ ต้องมีการอธิบายรายละเอียดก่อนทำ และวิธีการดูแลตัวเองหลังจากทำ ไว้อย่างละเอียด รวมไปถึงทีมแพทย์ต้องมีการติดตามผลหลังการทำ
- คลินิกหรือสถานที่ให้บริการ ควรตั้งอยู่ในตำแหน่งที่สะดวกต่อการเดินทาง






