ปัญหาท้องแตกลาย ผิวหย่อนคล้อย หรือหน้าท้องไม่กระชับ โดยเฉพาะหลังลดน้ำหนักหรือหลังคลอด จนทำให้เสียความมั่นใจเวลาใส่เสื้อผ้าแนบตัว ช่วงนี้หลายคนเริ่มพูดถึง Sculptra หน้าท้อง ( Sculptra Body ) หัตถการที่ช่วยฟื้นฟูผิวให้กลับมาเรียบเนียนและกระชับขึ้นแบบค่อยเป็นค่อยไป จุดเด่นคือการกระตุ้นคอลลาเจนจากภายใน ช่วยให้ผิวดูแน่นและแข็งแรงขึ้นในระดับเซลล์ ไม่ใช่แค่ตึงชั่วคราวใครที่อยาก บอกลาท้องแตกลาย ให้ผิวกลับมา เนียนตึง เหมือนได้หน้าท้องใหม่แบบไม่ต้องพึ่งมีดหมอ บทความนี้จะพาไปดูว่า Sculptra ช่วยลดท้องแตกลายได้ยังไง เหมาะกับใครบ้าง และเห็นผลเรื่องผิวเนียนกระชับจริงไหม ก่อนตัดสินใจทำ.
Main content
- Sculptra หน้าท้อง เป็นผลิตภัณฑ์ประเภท Collagen Biostimulator ที่มีส่วนประกอบหลัก คือ Poly-L-Lactic Acid (PLLA-SCA) หลังจากการฉีดตัวยาจะทำหน้าที่ในการกระตุ้นให้เกิดการสร้างคอลลาเจน จึงช่วยในเรื่องการฟื้นฟูสภาพผิวที่เกิดการหย่อนคล้อย ฟื้นฟูผิวหลังการดูดไขมัน แก้ปัญหาเรื่องหน้าท้องแตกลาย หรือแก้ปัญหาผิวหนังเหี่ยวย่น เป็นต้น
- Sculptra หน้าท้อง เหมาะกับบุคคลที่มีปัญหาเรื่องผิวหนังตรงหน้าท้องเกิดการหย่อนคล้อย คุณแม่หลังคลอดบุตร บุคคลที่ลดน้ำหนักตัวลงอย่างรวดเร็ว และบุคคลที่ไม่ต้องการทำการผ่าตัด เป็นต้น
- ฉีด Sculptra หน้าท้อง แพทย์จะแนะนำให้มีการฉีดอย่างต่อเนื่อง 2 – 3 ครั้ง แต่ควรมีการเว้นระยะห่างในการฉีดครั้งต่อไปใน 4-6 สัปดาห์
- ฉีด Sculptra หน้าท้อง เป็นหัตถการที่เน้นในเรื่องการฟื้นฟูโครงสร้างของผิวจากภายใน ซึ่งมีความแตกต่างจากหัตถการอื่นเช่น การฉีดฟิลเลอร์ หรือการทำ Thermage และ Ultherapy
Sculptra

Sculptra คือ ผลิตภัณฑ์ประเภท Collagen Biostimulator ที่มีส่วนประกอบสำคัญอย่าง Poly-L-Lactic Acid (PLLA-SCA) ซึ่งมีความแตกต่างจากฟิลเลอร์ทั่วไปที่สามารถเติมเต็มได้ทันที แต่หลักการทำงานจะกระตุ้นให้ร่างกายเกิดการสร้างคอลลาเจนชนิดที่ 1 ขึ้นมาใหม่ตรงบริเวณชั้นผิวอย่างเป็นธรรมชาติ และต่อเนื่อง
ดังนั้นหลังจากการฉีดตัวยาเข้าตรงบริเวณหน้าท้อง จะทำให้ผิวตรงหน้าท้องที่เกิดการหย่อนคล้อย หรือย้วยที่มีสาเหตุมาจากการคลอดบุตร และลดน้ำหนักอย่างรวดเร็ว เกิดความกระชับ และเรียบเนียน นอกจากนี้ยังทำให้ผิวหนังมีความยืดหยุ่น แข็งแรง และทำให้ผิวดูแน่นฟู รวมถึงยังช่วยแก้ปัญหาเรื่องท้องแตกลาย โดยผิวหนังที่เกิดการแตกลายจะมีความบอบบาง และเกิดการฝ่อตัวลง Sculptra จะช่วยเพิ่มความหนาแน่นของชั้นผิว ทำให้รอยแตกลายที่ดูเป็นร่องลึกตื้นขึ้น Sculptra หน้าท้องผลลัพธ์จะอยู่ได้ประมาณ 2 ปี
Sculptra หน้าท้อง ช่วยเรื่องอะไร
Sculptra หน้าท้อง เป็นหัตถการที่เหมาะสำหรับการฟื้นฟูสภาพผิวให้เกิดความกระชับ และการแก้ปัญหาตรงบริเวณหน้าท้อง โดย Sculptra จะมีส่วนประกอบหลัก คือ Poly-L-Lactic Acid (PLLA-SCA) ที่มีการออกฤทธิ์ในการกระตุ้นให้ร่างกายเกิดการสร้างคอลลาเจนขึ้นมาใหม่ ซึ่งจะช่วยในเรื่องดังต่อไปนี้
- ฟื้นฟูสภาพผิวที่เกิดการหย่อนคล้อย ที่มีสาเหตุมาจากการลดน้ำหนักอย่างรวดเร็ว หรือหลังการคลอดบุตร โดยหลังจากการฉีด ตัวยาจะเข้าไปกระตุ้นให้ร่างกายเกิดการสร้างคอลลาเจนชนิดที่ 1 ซึ่งเป็นโครงสร้างหลักของผิวหนัง ส่งผลให้ผิวหนังดูกระชับ มีความตึง และเพิ่มความยืดหยุ่นให้กับผิวอย่างเป็นธรรมชาติ
- ฟื้นฟูผิวหลังการดูดไขมัน หลังจากการดูดไขมันจะพบปัญหาผิวไม่เรียบเนียน หรือผิวเป็นคลื่น การฉีด Sculptra หน้าท้อง จะช่วยปรับโครงสร้างของผิวให้มีความแน่นขึ้น และเรียบเนียนเสมอกัน
- แก้ปัญหาเรื่องหน้าท้องแตกลาย แม้การฉีด Sculptra หน้าท้อง จะไม่สามารถทำให้รอยแตกลายหายไปได้แบบ 100% แต่ตัวยาจะเข้าไปช่วยเพิ่มความหนาแน่นของชั้นผิว ทำให้รอยแตกลายดูตื้นขึ้น และทำให้ผิวหนังตรงบริเวณหน้าท้องดูเรียบเนียนขึ้น
- แก้ปัญหาผิวหนังเหี่ยวย่น โดยจะช่วยให้ผิวหนังตรงบริเวณหน้าท้องที่มีลักษณะคล้ายกับกระดาษยับ ๆ หรือมีริ้วรอยเล็ก ๆ กลับมาดูเรียบเนียน
- ลดการเกิดผิวที่มีลักษณะคล้ายเปลือกส้ม หรือเซลลูไลท์ สำหรับกรณีที่มีเซลลูไลท์แบบเห็นรอยบุ๋ม Sculptra จะเข้าไปช่วยเติมเต็มโครงสร้างของผิวให้มีความแข็งแรงขึ้น ทำให้ผิวหนังดูเรียบเนียน และลดความขรุขระของชั้นผิว
- ปรับสภาพผิวให้ดูอ่อนเยาว์ โดยตัวยาจะกระตุ้นให้เกิดการสร้างคอลลาเจน ทำให้ผิวดูสุขภาพดี มีความอิ่มฟู

ส่วนใครสงสัยว่า หลังคลอดบุตรสามารถทำหัตถการได้หรือไม่ ? สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่ คนท้องฉีดโบท็อกซ์ ฉีดฟิลเลอร์ ได้ไหม ?
ใครบ้างที่เหมาะกับการทำ Sculptra หน้าท้อง
Sculptra หน้าท้อง เป็นหัตถการที่จะเน้นเรื่องการฟื้นฟูโครงสร้างของผิวจากภายใน ด้วยการกระตุ้นให้ร่างกายเกิดการสร้างคอลลาเจน ดังนั้นการทำ Sculptra หน้าท้อง จึงเหมาะกับบุคคลเหล่านี้
บุคคลที่มีปัญหาเรื่องผิวหนังตรงหน้าท้องเกิดการหย่อนคล้อย สำหรับบุคคลกลุ่มนี้มักจะมีผิวที่ดูยับ หรือย่นขณะขยับตัว หรือผิวหนังดูไม่กระชับเท่าที่ควร แม้จะไม่มีไขมันส่วนเกินมากก็ตาม Sculptra จะเข้าไปช่วยเพิ่มความหนาแน่นของชั้นผิว ส่งผลให้ผิวกลับมาดูตึง และเรียบเนียนมากขึ้น
กลุ่มคุณแม่หลังคลอดบุตร สำหรับกลุ่มคนเหล่านี้มักจะพบปัญหาเกี่ยวกับผิวหนังตรงหน้าท้อง เกิดการยืด หรือขยายตัวในช่วงตั้งครรภ์ ดังนั้นหลังการคลอดผิวอาจจะไม่หดตัวกลับมาแบบเดิม ส่งผลให้เกิดรอยย่นเล็ก ๆ ตรงบริเวณรอบสะดือ หรือบริเวณหน้าท้องส่วนล่าง การทำ Sculptra จะช่วยให้เกิดการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ซึ่งจะช่วยคืนความยืดหยุ่นให้ผิว ทำให้ผิวแข็งแรง
บุคคลที่ลดน้ำหนักตัวลงอย่างรวดเร็ว เช่นการออกกำลังกาย การควบคุมอาหาร หรือการผ่าตัดลดขนาดกระเพาะ ทำให้ไขมันหายไปอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ผิวหนังมีการปรับตัวไม่ทันจนทำให้เกิดอาการผิวเหลือ หรือผิวหนังดูฝ่อตัวลง ดังนั้นจากการฉีดตัวยาจะเข้าไปช่วยเติมเต็มโครงสร้างของผิวให้ดูอิ่มน้ำ และมีความกระชับยิ่งขึ้น
บุคคลที่มีปัญหาเรื่องผิวหนังไม่เรียบเนียน หรือเซลลูไลท์ สำหรับบางกรณีหน้าท้องอาจจะมีลักษณะเป็นคลื่น หรือเห็นเป็นรอยบุ๋มจากเซลลูไลท์ การฉีด Sculptra หน้าท้องจะช่วยปรับสภาพผิวให้มีความสม่ำเสมอ เนื่องจากคอลลาเจนที่สร้างขึ้นมาใหม่จะเข้าไปช่วยพยุงชั้นผิวให้มีความหนาขึ้น
บุคคลที่ต้องการเสริมผลลัพธ์จากการใช้เครื่องมือยกกระชับอื่น ๆ เช่น Thermage หรือ Ultraformer ตรงบริเวณหน้าท้อง ดังนั้นการฉีด Sculptra ร่วมกัน จะช่วยให้ผลการสร้างคอลลาเจนมีประสิทธิภาพมากขึ้น
บุคคลที่ต้องการกระชับสัดส่วนโดยไม่ต้องทำการผ่าตัด ไม่ต้องเสียเวลาพักฟื้น และต้องการเห็นผลลัพธ์ในระยะยาวอย่างเป็นธรรมชาติ
ฉีด Sculptra หน้าท้อง ต้องทำกี่ครั้งถึงเห็นผลชัดเจน
สำหรับจำนวนการฉีด Sculptra หน้าท้อง ไม่สามารถกำหนดจำนวนการฉีดได้แน่นอน แต่ตามปกติทางแพทย์จะแนะนำให้มีการฉีดต่อเนื่อง 2-3 ครั้ง โดยจะต้องเว้นระยะห่างสำหรับการฉีดครั้งละ 4-6 สัปดาห์ เพื่อให้ร่างกายมีการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ หลังจากการฉีดจะเริ่มเห็นผลของการเปลี่ยนแปลงชัดเจนในช่วงเดือนที่ 2-3 และผลลัพธ์จะอยู่ประมาณ 1-2 ปี
ฉีด Sculptra หน้าท้อง แตกต่างจากหัตถการอื่นยังไง
ฉีด Sculptra หน้าท้อง เป็นหัตถการที่เน้นในเรื่องการฟื้นฟูโครงสร้างของผิวจากภายใน โดย Sculptra จะมีการใช้สาร PLLA (Poly-L-Lactic Acid) ที่ไม่ใช้สารเติมเต็มโดยตรง แต่จะทำหน้าที่เป็นตัวกระตุ้นให้ร่างกายเกิดการสร้างคอลลาเจนชนิดที่ 1 ขึ้นมาใหม่ ส่งผลให้ผิวจะค่อย ๆ หนาขึ้น มีความยืดหยุ่น และเกิดความกระชับขึ้นจากภายใน ซึ่งจะมีความแตกต่างจากหัตถการอื่น ๆ เช่น ฉีดฟิลเลอร์ เป็นหัตถการที่เน้นการเพิ่มปริมาตร โดยจะเป็นการฉีดสารเติมเต็มเข้าตรงบริเวณใต้ผิวหนัง หรือการทำ Thermage และ Ultherapy เป็นหัตถการที่เน้นการดึงกระชับ โดยจะเป็นการใช้พลังงานความร้อนลงไปชั้นผิวหนัง ทำให้คอลลาเจนเก่าหดตัว และกระตุ้นให้เกิดการสร้างขึ้นมาใหม่ในบางส่วน เป็นต้น





