ฉีดฟิลเลอร์ปากผู้ชายทรงไหนดี ? เจ็บไหม บวมกี่วัน

ฉีดฟิลเลอร์ปากผู้ชาย กำลังเป็นที่นิยมมากขึ้น เพราะผู้ชายยุคนี้ก็อยากดูดี ปากอิ่มขึ้นนิดหน่อยแต่ยังดูแมน ไม่หวานเกินไป หลายคนเลยสงสัยว่าฟิลเลอร์ปากผู้ชายทรงไหนดี ทำออกมาแล้วจะดูธรรมชาติไหม และที่สำคัญคือเจ็บไหม บวมกี่วัน ต้องพักฟื้นนานหรือเปล่า บทความนี้จะพาไปดูทรงปากที่เหมาะกับผู้ชาย พร้อมตอบคำถามยอดฮิตเรื่องอาการหลังฉีดฟิลเลอร์ปากแบบเข้าใจง่าย เหมาะกับคนที่กำลังคิดจะฉีดครั้งแรก

Main content

  • ความแตกต่างของริมฝีปากผู้ชาย ริมฝีปากจะมีระยะห่างจากฐานจมูกจนถึงขอบริมฝีปากบนยาวกว่า ทำให้ริมฝีปากบนอยู่ต่ำ ผิวหนังจะมีความหนา รอยหยักตรงบริเวณกึ่งกลางของริมฝีปากจะมีความแบน มีความกว้าง และไม่โค้งมน สีปากจะออกไปทางชมพูเข้ม แดงก่ำ หรือมีความคล้ำ
  • ทำไมถึงเป็นฟิลเลอร์ปาก การฉีดฟิลเลอร์ปากสามารถเห็นผลลัพธ์ได้ทันที ไม่ต้องเสียเวลาพักฟื้น และถ้าไม่พอใจกับผลลัพธ์สามารถฉีดยาสลายฟิลเลอร์ได้
  • ฉีดฟิลเลอร์ปากผู้ชายทรงไหนดี ทรงปากที่ได้รับความนิยม เช่น ทรงปากธรรมชาติ ทรงปากเน้นขอบชัด ทรงปากกระจับ และทรงปากอวบอิ่ม และมุมปากยกเล็กน้อย เป็นต้น
  • ฉีดฟิลเลอร์ปาก เจ็บไหม การฉีดฟิลเลอร์ปากอาจจะรู้สึกเจ็บ แต่ความเจ็บอยู่ในระดับที่ทนได้ เนื่องจากตรงบริเวณริมฝีปากเป็นจุดที่มีเส้นประสาทจำนวนมาก และมีความบอบบางที่สุด
  • ฉีดฟิลเลอร์ปาก ทานอาหารได้ไหม หลังจากการฉีดฟิลเลอร์ปากสามารถทานอาหารได้ แต่ควรเป็นอาหารอ่อน ๆ เช่น โจ๊ก หรือข้าวต้ม เป็นต้น

ฉีดฟิลเลอร์ปาก คือ?

ฉีดฟิลเลอร์ปาก คือ การฉีดสารเติมเต็มประเภท ไฮยาลูโรนิค แอซิด (Hyaluronic Acid หรือ HA) เข้าตรงบริเวณริมฝีปาก โดยสาร HA เป็นสารประกอบที่สามารถพบได้ในร่างกายตามธรรมชาติ ซึ่งจะทำหน้าที่คอยรักษาความชุ่มชื้น เติมเต็มช่องว่างระหว่างเซลล์ และรองรับโครงสร้างของเนื้อเยื่อ รวมถึงมีประโยชน์กับทางการแพทย์มากมาย ด้วยเหตุผลเหล่านี้จึงนิยมนำมาฉีดบริเวณริมฝีปาก เพื่อให้ริมฝีปากได้รูปสวย ริมฝีปากมีความชุ่มชื้น ปากเป็นรูปกระจับ และเพิ่มความอวบอิ่มให้กับริมฝีปาก

นอกจากนี้การฉีดฟิลเลอร์ปากยังช่วยแก้ปัญหาเกี่ยวกับริมฝีปากไม่เท่ากัน มุมปากตกลง และริมฝีปากแห้งแตกเป็นขุย รวมไปถึงการฉีดฟิลเลอร์ปากด้วยสาร HA ยังสามารถสร้างเนื้อปาก และทำให้ขอบปากสวยคมชัด สุดท้ายยังช่วยการปรับรูปทรงของริมฝีปากให้ได้สัดส่วน และปรับโหงวเฮ้งบนใบหน้า

ความแตกต่างของริมฝีปากผู้ชาย

ความแตกต่างของริมฝีปากผู้ชาย ริมฝีปากจะมีระยะห่างจากฐานของจมูกจนถึงขอบริมฝีปากบนยาวกว่า ทำให้ริมฝีปากบนของผู้ชายอยู่ต่ำ ผิวหนังตรงบริเวณริมฝีปาก และบริเวณรอบ ๆ จะมีความหนา เนื่องจากมีรูขุมขน และมีต่อมไขมันที่ทำงานตามฮอร์โมนของเพศชาย นอกจากนี้รอยหยักตรงบริเวณกึ่งกลางของริมฝีปากจะมีความแบน และกว้างกว่า ไม่โค้งมน ส่วนริมฝีปากล่างจะมีลักษณะเป็นทรง U  ส่วนสีของริมฝีปากจะออกไปทางชมพูเข้ม แดงก่ำ หรือมีความคล้ำขึ้นอยู่กับกรรมพันธุ์ และการใช้ชีวิตประจำวัน เช่นการสูบบุหรี่ หรือการตกแดดเป็นประจำ

ทำไมถึงเป็นฟิลเลอร์ปาก

ฉีดฟิลเลอร์ปาก เป็นการฉีดสารเติมเต็มเข้าตรงบริเวณรอบ ๆ ริมฝีปาก โดยฟิลเลอร์จะช่วยแก้ไขโครงสร้าง และสัดส่วน สำหรับบุคคลที่มีริมฝีปากบนบางกว่าริมฝีปากล่าง หรือปากทั้งสองข้างไม่เท่ากัน ส่งผลให้ริมฝีปากได้สัดส่วนเข้ารูปกับใบหน้า นอกจากนี้เมื่อคนเรามีอายุเพิ่มมากขึ้น ปากจะเริ่มมีความแห้ง และมีร่องเหี่ยว หลังจากการฉีดสาร HA ที่มีคุณสมบัติอุ้มน้ำ จะทำให้ปากดูอวบอิ่ม ดูชุ่มชื้น และรอยร่องปากมีความจางลง รวมถึงปรับรูปทรงของริมฝีปากให้มีเสน่ห์ เช่น การทำปากทรงกระจับ หรือปากสายฝอ จะช่วยเสริมความมั่นใจ และช่วยปรับลุคให้ดูทันสมัยขึ้น การฉีดฟิลเลอร์ปากยังช่วยแก้ปัญหาเรื่องมุมปากตก มุมปากตกจะทำให้ใบหน้าดูดุ และดูเศร้า ฟิลเลอร์จะเข้าไปช่วยพยุงมุมปาก เวลายิ้มจะดูละมุนขึ้น

สำหรับการแก้ปัญหาเกี่ยวกับริมฝีปากด้วยการฉีดฟิลเลอร์ปากแล้ว เรายังสามารถใช้วิธีอื่นแก้ไขได้ด้วย เช่น การฉีดโบท็อกซ์ปาก การเลเซอร์บริเวณรอบปาก การฉีดเมโสบริเวณปาก การ Skin Boosterบริเวณปาก และการผ่าตัดยกริมฝีปาก เป็นต้น แต่คนส่วนใหญ่ก็ยังนิยมเลือกฉีดฟิลเลอร์ เพราะสาร HA เป็นสารที่สามารถสลายได้เองตามธรรมชาติ ไม่ทิ้งสารตกค้างไว้ในร่างกาย และสามารถกำหนดปริมาณตัวยาที่ใช้ในแต่ละครั้งได้ นอกจากนี้หลังจากการฉีดยังเห็นผลลัพธ์ได้ทันที ไม่ต้องเสียเวลาพักฟื้น และหากไม่พอใจกับผลลัพธ์สามารถฉีดยาสลายฟิลเลอร์

ฉีดฟิลเลอร์ปากผู้ชายทรงไหนดี

สำหรับริมฝีปากของผู้ชายมีหลากหลายทรง ซึ่งแต่ละทรงก็จะให้ความรู้สึกที่แตกต่างกันไป ดังนั้นก่อนการฉีดฟิลเลอร์ปาก แพทย์จะทำการออกแบบ และเลือกทรงริมฝีปากที่เหมาะสมกับโครงสร้างของปาก ริมฝีปากที่เข้ากับใบหน้า และตอบโจทย์กับความต้องการของคนไข้ โดยทรงปากที่คนที่นิยมฉีด มีดังนี้

  • ทรงปากธรรมชาติ สำหรับปากทรงนี้จะเน้นเรื่องความสมดุลของริมฝีปากบน และริมฝีปากล่าง นอกจากนี้ยังเน้นเรื่องการเติมเต็มร่องลึก ทำให้ปากอิ่มฟูมีวอลลุ่ม เพิ่มความชุ่มชื้นให้กับริมฝีปาก ไม่แห้งแตก โดยจะไม่เน้นความชัดของขอบปากมากเกินไป
  • ทรงปากเน้นขอบชัด สำหรับปากทรงนี้จะเหมาะกับบุคคลที่มีปัญหาเรื่องปากบาง หรือขอบปากเบลอจนดูเหมือนไม่มีริมฝีปาก โดยจะเน้นการยกขอบปาก ทำให้ริมฝีปากดูมีมิติ มีเส้นตัดที่ชัดเจนระหว่างผิวหนัง กับริมฝีปาก ส่งผลให้ใบหน้าดูมีโครงสร้างที่ชัดเจน และดูสมาร์ทขึ้น
  • ทรงปากกระจับ สำหรับทรงปากกระจับจะมีความคล้ายกับปากทรงธรรมชาติ แต่จะเน้นเรื่องความโค้งเว้าตรงบริเวณกึ่งกลางของริมฝีปาก ไม่แบนราบ โดยจะมีลักษณะคล้ายกับตัว M ส่งผลให้ใบหน้าดูโดดเด่น หน้ามีความคมชัด ใบหน้าดูเป็นมิตร และมีความละมุนมากขึ้น
  • ทรงปากอวบอิ่ม และมุมปากยกเล็กน้อย สำหรับปากทรงนี้จะมีความอวบอิ่ม แต่จะไม่หนามากจนเกินไป บวกกับการฉีดยกมุมปากขึ้นเพียงเล็กน้อย จะทำให้ใบหน้าดูเล็กลง ดูอบอุ่น มีความเป็นมิตร และน่าเข้าหามากขึ้น

ฉีดฟิลเลอร์ปาก เจ็บไหม

โดยปกติการฉีดฟิลเลอร์ปากอาจจะรู้สึกเจ็บ แต่เป็นความเจ็บในระดับที่ทนได้ เนื่องจากตรงบริเวณริมฝีปากเป็นจุดที่มีเส้นประสาทจำนวนมาก และมีความบอบบางที่สุด แต่ปัจจุบันมีนวัตกรรมที่ช่วยลดความเจ็บลงได้มาก เช่น ยาชาแบบทา หรือยาชาในฟิลเลอร์ เป็นต้น นอกจากนี้การฉีดกับแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญ จะมีการวางเข็มที่แม่นยำ และมือเบา จะช่วยลดอาการบาดเจ็บของเนื้อเยื่อได้ 

ฉีดฟิลเลอร์ปาก ทานอาหารได้ไหม

ตามปกติหลังจากการฉีดฟิลเลอร์ปาก สามารถทานอาหารได้ปกติ แต่ควรทานอาหารอ่อน ๆ เช่น โจ๊ก ข้าวต้ม หรือไข่ตุ๋น และอาหารที่มีการหั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ เพื่อให้เคี้ยวได้ง่าย โดยไม่ต้องขยับปากมาก

นอกจากนี้ 1 – 2 ชั่วโมงแรก ควรหลีกเลี่ยงการทานอาหารที่ร้อนจัด เช่น หมูกระทะ ชาบู หรือซุปร้อน ๆ เนื่องจากความร้อนอาจจะทำให้เส้นเลือดเกิดการขยายตัว และอาจทำให้ปากบวมขึ้น รวมถึงอาหารที่มีรสชาติจัด เช่นเค็มจัด หรือเผ็ดจัด เพราะจะทำให้รอยแผลที่เกิดจากเข็มเกิดการระคายเคือง และโซเดียมสูงจะทำให้ปากบวมน้ำ อาหารที่ต้องอ้าปากกว้าง เพราะการฝืนอ้าปากกว้าง อาจทำให้ฟิลเลอร์เกิดการเคลื่อนที่ได้ สุดท้ายอาหารที่แข็ง เคี้ยวยาก เพราะแรงเคี้ยวที่มากเกินไป จะส่งผลต่อริมฝีปาก และของหมักดอง อาหารดิบ เพื่อลดโอกาสการติดเชื้อ

ฉีดฟิลเลอร์ปาก บวมกี่วัน

หลังจากการฉีดฟิลเลอร์ปาก ตามปกติจะมีอาการบวมประมาณ 3 – 7 วัน โดย 1 – 2 วันแรกหลังจากการฉีด ปากจะดูหนา เนื่องจากเนื้อเยื่อของปากมีความบอบบาง และเกิดอาการบวมน้ำ หลังจากนั้น 3 – 5 วัน อาการบวมจะค่อย ๆ ลดลงอย่างเห็นได้ชัด ส่วนรอยเขียวช้ำจะเริ่มเปลี่ยนเป็นสีเหลืองจางไป ส่วน 7 -14 วัน ริมฝีปากจะเริ่มเข้าที่ ฟิลเลอร์จะเริ่มผสานเข้ากับเนื้อปาก และจะเห็นทรงปากที่ชัดเจน เป็นธรรมชาติ