แนวทางการปฏิบัติตัวหลังทําหัตถการโปรแกรมโบท็อกซ์ Botulinum Toxin
โปรแกรมโบท็อกซ์ Botulinum Toxin ไม่ใช่แค่ฉีดแล้วจบ แต่การดูแลตัวเองหลังทำ คือกุญแจที่สำคัญ
- รอยนูนหลังฉีดจะหายไปใน 2-3 ชั่วโมง พยายามขยับกล้ามเนื้อส่วนที่ฉีด หรือถ้าฉีดโปรแกรมโบท็อกซ์ Botulinum Toxin ลดกราม ควรเคี้ยวหมากฝรั่ง นานเป็นเวลา 20 นาที เพื่อให้โบท็อกซ์กระจายเข้ากล้ามเนื้อได้ดีขึ้น
- แนะนำให้เป่าผมจากด้านหลังหรือเลือกเป่าด้วยลมเย็น และงดล้างหน้าด้วยน้ำอุ่น 2 สัปดาห์
- งดวิตามิน, แอลกอฮอล์ และของหมักดอก ก่อนและหลังฉีด 2 สัปดาห์ ลดโอกาสบวมซ้ำ และการอัแเสบหรือการติดเชื้อที่อาจเกิดขึ้นได้ ทานอาหารทะเลได้เฉพาะที่ปรุงสุกแล้วเท่านั้น
- งดการกด นวด คลึง ใบหน้าบริเวณที่ทำหัตถการ
- เลี่ยงกาสรนอนราบหรือเอนศรีษะ 4 ชั่วโมงแรก เพื่อป้องกันการไหลย้อนของยาไปกล้ามเนื้อบริเวณอื่นที่ไม่ต้องการ
- งดทำหัตถการหรือกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับความร้อนอย่างน้อย 1 เดือน
ความงามไม่ใช่แค่การเปลี่ยนแปลงในพริบตา แต่คือศิลปะการดูแลตัวเองอย่างพิถัพิถัน
สิ่งที่ควรทำใน 4 ชั่วโมงแรกหลังฉีด
20 นาทีแรกหลังฉีด
- ขยับกล้ามเนื้อส่วนที่ฉีด / แสดงสีหน้า ยิ้ม ขมวดคิ้ว หรือขยับบริเวณที่ฉีดเบาๆ เพื่อช่วยให้โบท็อกซ์กระจายเข้ากล้ามเนื้อได้ทั่วและทำงานได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
- ถ้าฉีดฟิลเลอร์ลดกราม ควรเคี้ยวหมากฝรั่ง 20 นาที การเคี้ยวหมากฝรั่งต่อเนื่อง 20 นาทีจะช่วยให้กล้ามเนื้อกรามทำงาน และช่วยให้โบท็อกซ์กระจายตัวเข้าสู่กล้ามเนื้อมัดนั้นได้อย่างสม่ำเสมอ
- ถ้าฉีดฟิลเลอร์หน้าผาก ไม่ต้องแสดงสีหน้า กรณีนี้ต้องการให้ฟิลเลอร์คงรูปอยู่กับที่ การขยับหน้าผากซ้ำๆ อาจทำให้ฟิลเลอร์เคลื่อนตัวออกจากตำแหน่งที่ต้องการได้
4 ชั่วโมงแรกหลังฉีด
- งดนอนราบหรือเอนศีรษะ การนอนราบในช่วงแรกอาจทำให้ยาไหลย้อนไปยังกล้ามเนื้อบริเวณอื่นที่ไม่ได้ต้องการรักษา ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดอาการหนังตาตกหรือกล้ามเนื้อข้างเคียงทำงานผิดปกติได้
- รอยนูนจะหายใน 2-3 ชั่วโมง รอยบวมหรือนูนเล็กน้อยบริเวณที่ฉีดเป็นเรื่องปกติ ไม่ต้องกังวล เพราะจะค่อยๆ ยุบลงเองภายใน 2-3 ชั่วโมงหลังฉีด
ข้อควรปฏิบัติใน 2 สัปดาห์แรก
- งด วิตามิน แอลกอฮอล์ ของหมักดอง ปลาร้า สารเหล่านี้อาจกระตุ้นให้เกิดการอักเสบ บวมช้ำ หรือเพิ่มความเสี่ยงต่อการติดเชื้อบริเวณที่ฉีดได้ง่ายขึ้น
- อาหารทะเลต้องปรุงสุกเท่านั้น อาหารทะเลดิบหรือกึ่งสุกกึ่งดิบมีความเสี่ยงต่อเชื้อแบคทีเรียที่อาจกระตุ้นให้เกิดการอักเสบและส่งผลต่อบริเวณที่เพิ่งทำหัตถการได้
- งดล้างหน้าด้วยน้ำอุ่น / เป่าผมด้วยลมเย็นหรือเป่าจากด้านหลัง ความร้อนจากน้ำอุ่นหรือไดร์เป่าผมอาจเร่งการกระจายตัวของยาออกนอกตำแหน่งที่ต้องการ และลดประสิทธิภาพของโบท็อกซ์ได้
- งด กด นวด คลึง บริเวณที่ฉีด แรงกดหรือการนวดอาจทำให้โบท็อกซ์เคลื่อนตัวออกจากกล้ามเนื้อเป้าหมาย และอาจส่งผลให้ผลลัพธ์ที่ได้ไม่เป็นไปตามที่ต้องการ
ข้อควรปฏิบัติใน 1 เดือนแรก
ช่วง 1 เดือนแรกหลังฉีดฟิลเลอร์ ควรหลีกเลี่ยงกิจกรรมหรือหัตถการที่เกี่ยวข้องกับความร้อนทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็นการอบซาวน่า การนวดหน้า หรือการทำหัตถการความร้อนต่างๆ เนื่องจากความร้อนจะเร่งการสลายตัวของโบท็อกซ์ ทำให้ยาอยู่ได้ไม่นานเท่าที่ควร และอาจส่งผลให้ประสิทธิภาพโดยรวมลดลง นอกจากนี้ความร้อนยังกระตุ้นการไหลเวียนโลหิตบริเวณที่ฉีด ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อการบวมช้ำได้เช่นกัน
การดูแลผิวและรอยช้ำเบื้องต้น
- ทาเจลที่คลินิกให้ เช้า-เย็น ทาบางๆ เฉพาะบริเวณที่มีรอยช้ำ เจลจะช่วยลดการอักเสบและทำให้รอยช้ำจางหายเร็วขึ้น
- คืนแรก งดทาครีม แต่ล้างหน้าได้ตามปกติ การงดครีมในคืนแรกช่วยให้ผิวและรูขุมขนบริเวณที่ฉีดได้พักฟื้นโดยไม่มีสิ่งแปลกปลอมมากระตุ้น
- วันถัดไปหลังฉีดฟิลเลอร์ แต่งหน้า ทาครีม ได้ปกติ หลังจากผ่านคืนแรกไปแล้ว สามารถกลับมาใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวและแต่งหน้าได้ตามกิจวัตรเดิมได้เลย
ระยะเวลาที่คาดว่าจะเห็นผล
- ริ้วรอย เห็นผลใน 3-7 วัน / เต็มที่ 4 สัปดาห์ จะสังเกตเห็นผิวเริ่มเรียบขึ้นภายในสัปดาห์แรก และเห็นผลชัดเจนที่สุดเมื่อครบ 1 เดือน
- กราม นิ่มและเล็กลงใน 2 สัปดาห์ / เต็มที่ 4 สัปดาห์ กล้ามเนื้อกรามจะเริ่มคลายตัวและหน้าเริ่มเรียวขึ้นในสัปดาห์ที่ 2 และเห็นผลเต็มที่เมื่อครบเดือน
- ลดเหงื่อและน่อง: เห็นผลเต็มที่ 4 สัปดาห์ ทั้งสองโปรแกรมนี้ต้องการเวลาให้ยาออกฤทธิ์เต็มที่ก่อน จึงจะเห็นความเปลี่ยนแปลงได้ชัดเจน





