ฟิลเลอร์ หยุดฉีดได้ไหม ? หยุดแล้วหน้าจะเหี่ยวไหม

ถ้าหยุดฉีดฟิลเลอร์ไปเลยจะเกิดอะไรขึ้น หน้าจะเหี่ยว หน้าจะย้อยกว่าเดิมจริงไหม ? บางคนกลัวว่าถ้าฉีดไปแล้วจะต้องฉีดต่อไปเรื่อย ๆ หยุดไม่ได้ ความจริงแล้วฟิลเลอร์เป็นหัตถการที่สามารถหยุดฉีดได้ แต่ผลลัพธ์หลังจากนั้นจะเป็นอย่างไร ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น ตำแหน่งที่ฉีด ปริมาณฟิลเลอร์ และสภาพผิวของแต่ละคน บทความนี้จะพาไปทำความเข้าใจง่าย ๆ ว่าหยุดฉีดฟิลเลอร์ได้ไหม และหยุดแล้วหน้าจะเปลี่ยนไปอย่างไรบ้าง

Main content

  • ฟิลเลอร์ (Filler) คือ สารเติมเต็มที่มีส่วนประกอบหลักของ กรดไฮยาลูโรนิก (Hyaluronic Acid) ซึ่งหลังจากการฉีดฟิลเลอร์ สาร HA จะเข้าไปจับกับโมเลกุลของน้ำ ทำให้ตรงบริเวณที่ทำการฉีดมีปริมาณน้ำเพิ่มมากขึ้น ส่งผลให้ผิวหนังบนใบหน้ามีความชุ่มชื้น อิ่มฟู  เรียบเนียน เป็นต้น
  • หน้าที่และคุณสมบัติของฟิลเลอร์ คือ การอุ้มน้ำได้ดีมากกว่าน้ำหนักของตัวมันเองถึง 1000 เท่า ส่งผลให้ผิวหนังที่ทำการฉีดมีความฉ่ำวาว รูขุมขนมีขนาดที่เล็กลง และริ้วรอยขนาดเล็ก ๆ มีความจางลง นอกจากนี้ยังสามารถสลายตัวได้เองตามธรรมชาติ ไม่ทิ้งสารตกค้างไว้ภายในร่างกาย
  • ฟิลเลอร์จะอยู่ได้ประมาณ 6 – 24 เดือน แต่ระยะเวลาการคงอยู่ของผลลัพธ์อาจจะมีการเปลี่ยนแปลงขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่นยี่ห้อ และรุ่นของฟิลเลอร์ บริเวณที่ฉีด เป็นต้น
  • การฉีดฟิลเลอร์เราสามารถหยุดฉีดได้ตลอด โดยเมื่อหยุดฉีดหน้าจะไม่เหี่ยว หรือพังลงไปมากกว่าเดิม

ทำความเข้าใจ ฟิลเลอร์คืออะไร

ฟิลเลอร์ (Filler) คือ สารเติมเต็มที่มีส่วนประกอบหลักของ กรดไฮยาลูโรนิก (Hyaluronic Acid) ซึ่งเป็นสารที่สามารถพบเห็นได้ในร่างกายตามธรรมชาติ โดยแพทย์จะทำการรักษาด้วยการฉีดฟิลเลอร์เข้าตรงบริเวณใต้ผิวหนัง ซึ่งหลังจากการฉีดฟิลเลอร์ สาร HA จะเข้าไปจับกับโมเลกุลของน้ำ ทำให้ตรงบริเวณที่ทำการฉีดมีปริมาณน้ำเพิ่มมากขึ้น ส่งผลให้ผิวหนังบนใบหน้ามีความชุ่มชื้น อิ่มฟู  เรียบเนียน ริ้วรอยร่องลึกดูตื้นขึ้น และริ้วรอยมีความจางลง นอกจากนี้ฟิลเลอร์ยังช่วยกระตุ้นให้เกิดการสร้างคอลลาเจน และสารอีลาสตินใต้ผิว ที่เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ผิวหนังมีความแข็งแรง และทำให้ผิวหนังเกิดความยืดหยุ่น 

หน้าที่และคุณสมบัติของฟิลเลอร์

สำหรับฟิลเลอร์ที่มีส่วนประกอบหลัก คือ ไฮยาลูโรนิก (Hyaluronic Acid) ซึ่งเป็นสารที่สามารถพบเห็นได้ในร่างกายตามธรรมชาติ โดยสาร HA จะมีคุณสมบัติพิเศษในการอุ้มน้ำได้ดีมากกว่าน้ำหนักของตัวมันเองถึง 1000 เท่า ส่งผลให้ผิวหนังที่ทำการฉีดมีความฉ่ำวาว รูขุมขนมีขนาดที่เล็กลง และริ้วรอยขนาดเล็ก ๆ มีความจางลง นอกจากนี้หากเป็นฟิลเลอร์แท้ยังสามารถสลายตัวได้เองตามธรรมชาติ ไม่ทิ้งสารตกค้างไว้ภายในร่างกาย แล้วถ้าหากไม่พอใจกับผลลัพธ์ หรือเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉิน สามารถใช้ Enzyme Hyaluronidase ฉีดสลายฟิลเลอร์ออกได้หมด ถึง 100 %

โดยหน้าที่ของฟิลเลอร์จะเป็นการเติมเต็มริ้วรอย ร่องลึก เช่นรอยร่องแก้ม ร่องใต้ตา หรือร่องน้ำหมาก ที่เป็นสาเหตุทำให้ใบหน้าดูแก่ก่อนวัย หรือใบหน้าดูเหนื่อยล้า นอกจากนี้ยังช่วยกระตุ้นให้เกิดการสร้างคอลลาเจน และอีลาสตินใต้ผิวหนัง ช่วยเรื่องการปรับรูปหน้า ปรับริมฝีปากให้ดูมีมิติ และได้สัดส่วนที่สวยงาม รวมถึงช่วยยกกระชับผิวหนังที่เกิดการหย่อนคล้อย และช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิวหน้า

ฟิลเลอร์อยู่ได้นานกี่เดือน ?

โดยปกติฟิลเลอร์จะอยู่ได้ประมาณ 6 – 24 เดือน แต่ระยะเวลาการคงอยู่ของผลลัพธ์อาจจะมีการเปลี่ยนแปลงขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น ยี่ห้อ และรุ่นของฟิลเลอร์

  • ฟิลเลอร์มีเนื้อสัมผัสที่ละเอียด นิ่ม มักจะอยู่ได้ประมาณ 6 – 12 เดือน
  • ส่วนฟิลเลอร์ที่มีโมเลกุลใหญ่ เนื้อสัมผัสที่แข็ง มักจะอยู่ได้ประมาณ 12 – 24  เดือน

นอกจากนี้บริเวณที่ทำการฉีดก็มีผล เช่น

  • บริเวณใต้ตา จะอยู่ได้ 6 – 12 เดือน
  • ริมฝีปาก จะอยู่ได้ 6 – 10 เดือน
  • ร่องแก้ม-แก้มส้ม จะอยู่ได้ 12 – 18 เดือน
  • คาง-ขมับ จะอยู่ได้ 12 – 24 เดือน

รวมถึงการดูแลตนเองหลังจากการฉีด

Cresit : Grok AI

หยุดฉีดฟิลเลอร์ได้ไหม ? หยุดแล้วหน้าจะเหี่ยวไหม

สำหรับการฉีดฟิลเลอร์เราสามารถหยุดฉีดได้ตลอด โดยเมื่อหยุดฉีดหน้าจะไม่เหี่ยว หรือพัง แต่หน้าจะค่อย ๆ คืนสภาพ เนื่องจากฟิลเลอร์จะมีการสลายตัวเองตามธรรมชาติ ส่วนที่ทุกคนรู้สึกว่าหน้าดูเหี่ยวลง เกิดจากการที่ผิวหน้าขาดการพยุงตัวจากสารเติมเต็ม ส่งผลให้เห็นริ้วรอยร่องลึกชัดขึ้นมากกว่าเดิม ไม่ใช่ผลลัพธ์จากการหยุดฉีด