เวลาพูดถึงการลดน้ำหนัก หลายคนมักลังเลว่า ยาลดน้ำหนัก VS ปากกาลดน้ำหนัก ต่างกันยังไง แล้วควรเลือกแบบไหนถึงจะเห็นผลและปลอดภัยกว่ากัน บางคนอยากได้ตัวช่วยที่กินง่าย ไม่ต้องฉีด แต่บางคนก็ได้ยินว่าปากกาลดน้ำหนักกำลังมาแรงและเห็นผลดีกว่า เลยยิ่งตัดสินใจยากเข้าไปอีก จริง ๆ แล้วทั้งสองแบบมีวิธีการทำงาน ข้อดี และข้อควรระวังที่ต่างกันพอสมควร ไม่ได้มีแบบไหนดีที่สุดสำหรับทุกคน
ยาลดน้ำหนัก VS ปากกาลดน้ำหนัก
- ยาลดน้ำหนัก
- ปากกาลดน้ำหนัก
- จุดที่เหมือนกันระหว่าง ยาลดน้ำหนัก กับ ปากกาลดน้ำหนัก
- ความแตกต่างระหว่าง ยาลดน้ำหนัก กับ ปากกาลดน้ำหนัก
- ผลข้างเคียงระหว่าง ยาลดน้ำหนัก กับ ปากกาลดน้ำหนัก
Main content
- ยาลดน้ำหนัก เป็นยาที่ถูกออกแบบมาเพื่อลดน้ำหนักตัว สำหรับผู้ที่มีภาวะน้ำหนักตัวเกิน หรือบุคคลที่เป็นโรคอ้วน มักใช้ในกรณีที่ต้องการควบคุมอาหาร และการออกกำลังกายเพียงอย่างเดียวแล้วไม่ได้ผล ซึ่งตัวยาลดน้ำหนักถูกแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่ เช่น ยาลดน้ำหนักที่ออกฤทธิ์ต่อสมองและระบบประสาทส่วนกลาง และยาลดน้ำหนักที่ทำหน้าที่ในการยับยั้งการดูดซึมของไขมัน
- ปากกาลดน้ำหนัก เป็นอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่มีลักษณะคล้ายกับปากกา โดยปากกาลดน้ำหนักจัดเป็นยาฉีดในกลุ่มของ GLP-1 Receptor Agonist และ GIP Agonist ซึ่งเป็นยาฉีดเพื่อควบคุมน้ำหนัก
- จุดที่เหมือนกันระหว่าง ยาลดน้ำหนัก กับ ปากกาลดน้ำหนัก คือวัตถุประสงค์ การออกฤทธิ์ และกลุ่มเป้าหมาย
- ความแตกต่างระหว่าง ยาลดน้ำหนัก กับ ปากกาลดน้ำหนัก เช่นรูปแบบการใช้ กลไกการทำงาน ความสะดวกในการใช้งาน ผลข้างเคียง หรือความปลอดภัย เป็นต้น
- ผลข้างเคียง ของยาลดน้ำหนัก เช่น อาการนอนไม่หลับ ปากแห้ง คอแห้ง ท้องเสีย หัวใจเต้นเร็วขึ้น ผายลมแล้วมีน้ำมันซึม ถ่ายเหลว ปวดมวนท้อง หรืออุจจาระมีไขมัน ส่วนผลข้างเคียงของปากกาลดน้ำหนักที่อาจเกิดขึ้น เช่น คลื่นไส้ อาเจียน ท้องอืด ท้องผูก แน่นท้อง มีแก๊สในกระเพาะอาหาร หรืออาการอ่อนเพลียในช่วงแรก
ยาลดน้ำหนัก
ยาลดน้ำหนัก เป็นยาที่ถูกออกแบบมาเพื่อลดน้ำหนักตัว สำหรับผู้ที่มีภาวะน้ำหนักตัวเกิน หรือบุคคลที่เป็นโรคอ้วน โดยมักจะใช้ในกรณีที่ต้องการควบคุมอาหาร และการออกกำลังกายเพียงอย่างเดียวแล้วไม่ได้ผล ซึ่งตัวยาลดน้ำหนักถูกแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่ ดังนี้
ยาลดน้ำหนักที่ออกฤทธิ์ต่อสมองและระบบประสาทส่วนกลาง สำหรับยากลุ่มนี้จะทำหน้าที่ในการปรับสมดุลของสารสื่อประสาทในสมองเพื่อลดความอยากอาหาร ส่งผลให้เมื่อรับประทานยาเข้าไปจะทำให้อิ่มเร็วขึ้น หรือไม่อยากรับประทานอะไรเลย สำหรับยากลุ่มนี้มักจะมีผลข้างเคียงสูง จึงจำเป็นต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ โดยตัวยาที่ได้รับการรับรอง และใช้ทางการแพทย์ เช่น Phentermine, Topiramate, Naltrexone, Bupropion
ยาลดน้ำหนักที่ทำหน้าที่ในการยับยั้งการดูดซึมของไขมัน โดยตัวยาจะเข้าไปยับยั้งเอนไซม์ Lipase ซึ่งเป็นเอนไซม์ที่สร้างมาจากกระเพาะอาหาร และตับอ่อนที่คอยทำหน้าที่ย่อยสลายไขมัน ดังนั้นเมื่อเอนไซม์ถูกยับยั้ง จะทำให้ไขมันอยู่ในลักษณะโมเลกุลใหญ่ ส่งผลให้ไม่สามารถดูดซึมเข้าร่างกายได้ ทำให้ไขมัน หรือน้ำมันถูกขับออกมาจากอุจจาระ โดยตัวยากลุ่มนี้สามารถลดการดูดซึมไขมันได้เพียงบางส่วน ไม่ใช่ทั้งหมดของปริมาณไขมันทั้งหมดที่รับประทาน แต่การรับประทานยากลุ่มนี้เป็นเวลานาน ๆ จะทำให้ร่างกายขาดวิตามินบางชนิดได้
สำหรับยาลดน้ำหนักเหมาะกับบุคคลเหล่านี้
- บุคคลที่มีภาวะอ้วน (BMI ≥ 30 kg/m²)
- บุคคลที่มีน้ำหนักเกินร่วมกับมีปัญหาสุขภาพ (BMI ≥ 27 kg/m²) เป็นบุคคลที่มีภาวะแทรกซ้อน เช่น โรคเบาหวานชนิดที่ 2 โรคความดันโลหิตสูง โรคไขมันในเลือดสูง หรือบุคคลที่มีภาวะหยุดหายใจขณะนอนหลับ
- บุคคลที่มีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมแต่น้ำหนักไม่ลดลง เป็นบุคคลที่มีการควบคุมอาหาร และมีการออกกำลังอย่างสม่ำเสมอเป็นเวลาอย่างน้อย 3-6 เดือน แต่น้ำหนักลดลงไม่ถึงเป้า หรือไม่เพียงพอต่อการลดความเสี่ยงด้านสุขภาพ
ปากกาลดน้ำหนัก
ปากกาลดน้ำหนัก เป็นอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่มีลักษณะคล้ายกับปากกา โดยปากกาลดน้ำหนักจัดเป็นยาฉีดในกลุ่มของ GLP-1 Receptor Agonist และ GIP Agonist ซึ่งเป็นยาฉีดเพื่อควบคุมน้ำหนัก ตัวอย่างเช่น ปากกาลดน้ำหนักยี่ห้อ Mounjaro
GLP-1 (Glucagon-Like Peptide-1) เป็นฮอร์โมนชนิดหนึ่งที่ลำไส้เล็กมีการหลั่งออกมาตามธรรมชาติหลังจากการรับประทานอาหาร โดยสำหรับทางการแพทย์ได้นำฮอร์โมนนี้ หรือสารที่มีการออกฤทธิ์เลียนแบบมาพัฒนาเป็นยาสำหรับการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด และใช้เป็นยาลดน้ำหนักที่มีประสิทธิภาพสูง
GIP หรือ Glucose-dependent insulinotropic polypeptide เป็นฮอร์โมนที่สร้างมาจากเซลล์ K-cells ในลำไส้เล็กส่วนต้น ซึ่งจะเกิดการหลั่งออกมาเมื่อร่างกายได้รับประทานอาหาร โดยเฉพาะไขมัน และน้ำตาล
สำหรับปากกาลดน้ำหนักเหมาะกับบุคคลเหล่านี้
- บุคคลที่มีดัชนีมวลกาย (BMI) ≥ 30 หรือ ≥ 27 และโรคเรื้อรัง เช่น โรคเบาหวาน โรคความดัน และโรคไขมันในเลือดสูง เป็นต้น
- บุคคลที่มีไขมันสะสมเฉพาะจุด เช่นบริเวณหน้าท้อง ต้นแขน และขา
- บุคคลที่ดื้อยาแม้จะมีการควบคุมอาหาร หรือออกกำลังกาย และลดน้ำหนักยาก
- บุคคลที่ประสบปัญหาเรื่อง โยโย่เอฟเฟกต์ หลังการลดน้ำหนักด้วยวิธีอื่น
- บุคคลที่ต้องการลดน้ำหนักอย่างปลอดภัย แบบไม่ทำลายสุขภาพ
- บุคคลที่มีการรับประทานอาหารในปริมาณมากแบบผิดปกติ หรือติดนิสัยการกินจุบจิบ
จุดที่เหมือนกันระหว่าง ยาลดน้ำหนัก กับ ปากกาลดน้ำหนัก
สำหรับจุดที่เหมือนกันของยาลดน้ำหนัก และปากกาลดน้ำหนัก คือการออกฤทธิ์ โดยทั้งสองอย่างจะมีส่วนผสมของตัวยาหลายชนิด ที่มีการออกฤทธิ์ต่อระบบประสาทส่วนกลาง โดยเฉพาะสมองส่วนไฮโปทาลามัส (Hypothalamus) ซึ่งเป็นศูนย์ที่คอยควบคุมความหิว และความอิ่ม ส่งผลให้รู้สึกอิ่มเร็วกว่าเดิม และลดความอยากอาหาร นอกจากนี้ยังมีวัตถุประสงค์ที่คล้ายกัน คือการช่วยปรับระบบเผาผลาญ และลดความอยากอาหารจำพวกของหวาน หรืออาหารที่มีไขมันสูง ทำให้ร่างกายมีการใช้พลังงานสะสมมากยิ่งขึ้น รวมถึงถูกออกแบบมาใช้สำหรับบุคคลที่มีดัชนีมวลกาย (BMI) ≥ 30 หรือ ≥ 27 และโรคเรื้อรัง เช่น โรคเบาหวาน โรคความดัน และโรคไขมันในเลือดสูง หรือบุคคลที่ดื้อยาแม้จะมีการควบคุมอาหาร หรือออกกำลังกาย และลดน้ำหนักยาก เป็นต้น
ความแตกต่างระหว่าง ยาลดน้ำหนัก กับ ปากกาลดน้ำหนัก
| หัวข้อ | ยาลดน้ำหนัก | ปากกาลดน้ำหนัก |
| รูปแบบการใช้งาน | ยาลดน้ำหนักจะมาในรูปแบบเม็ด หรือแคปซูล ใช้รับประทาน | ปากกาลดน้ำหนักเป็นอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่มีลักษณะคล้ายปากกา โดยจะเป็นการใช้เข็มขนาดเล็กฉีดเข้าใต้ชั้นไขมัน ส่วนใหญ่จะฉีดบริเวณหน้าท้อง ต้นขา หรือแขน |
| กลไกการทำงาน | การทำงานจะแบ่งออกเป็น 2 แบบใหญ่1.ยาลดน้ำหนักที่ออกฤทธิ์ต่อสมองและระบบประสาทส่วนกลาง ทำหน้าที่ในการปรับสมดุลของสารสื่อประสาทในสมองเพื่อลดความอยากอาหาร2.ยาลดน้ำหนักที่ทำหน้าที่ในการยับยั้งการดูดซึมของไขมัน | เมื่อทำการฉีดตัวยาจะเข้าไปจับกับตัวรับในสมองเพื่อทำการส่งสัญญาณความอิ่ม ส่งผลให้รู้สึกอิ่มเร็วกว่าเดิม และอิ่มนานขึ้น นอกจากนี้ยังช่วยชะลอการย่อยอาหารในกระเพาะ ทำให้รู้สึกไม่หิวบ่อย |
| ความสะดวกในการใช้งาน | สะดวก และง่ายต่อการพกพา | ต้องเก็บรักษาในอุณหภูมิที่กำหนด เช่นต้องเก็บรักษาในตู้เย็น และต้องมีการฉีดอย่างสม่ำเสมอ |
| ระยะเวลาในการเห็นผลลัพธ์ | ขึ้นอยู่กับชนิดของยาที่รับประทาน | สามารถลดน้ำหนักได้อย่างต่อเนื่อง และค่อยเป็นค่อยไป หากใช้ร่วมกับการปรับพฤติกรรม |
| ผลข้างเคียง | หลังจากการรับประทานอาจจะมีอาการใจสั่น นอนไม่หลับ ปากแห้ง ท้องเสีย หรืออุจจาระมีไขมัน | หลังจากการฉีดอาจะมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน ท้องอืด ท้องผูก หรืออาการอ่อนเพลียในช่วงแรก |
| ความปลอดภัย | มีความเสี่ยงสูง หากมีการซื้อยาที่ไม่ได้มาตรฐานมารับประทาน | มีความปลอดภัยสูงกว่า เนื่องจากผ่านการรับรองจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และแพทย์ต้องเป็นผู้สั่งจ่าย |
ผลข้างเคียงระหว่าง ยาลดน้ำหนัก กับ ปากกาลดน้ำหนัก
อย่างที่ทราบยาลดน้ำหนักมักจะมีการออกฤทธิ์ต่อระบบประสาทส่วนกลาง หรือระบบทางเดินอาหาร ผลข้างเคียงที่เกิดขึ้นหลังจากการรับประทาน คืออาการนอนไม่หลับ ปากแห้ง คอแห้ง ท้องเสีย หัวใจเต้นเร็วขึ้น ผายลมแล้วมีน้ำมันซึม ถ่ายเหลว ปวดมวนท้อง หรืออุจจาระมีไขมัน แต่สำหรับกรณีที่รุนแรง อาการที่พบเห็น เช่น อาการวิตกกังวล ใจสั่น ความดันโลหิตสูง อารมณ์แปรปรวน เสี่ยงต่อการพึ่งพายาหากใช้ติดต่อกันเป็นเวลานาน และร่างกายอาจเกิดการดูดซึมวิตามินที่ละลายในไขมันได้ลดลง เช่นวิตามิน A, D, E, K
ส่วนปากกาลดน้ำหนักจะมีการออกฤทธิ์ผ่านฮอร์โมนในทางเดินอาหาร และสมองส่วนกลาง ผลข้างเคียงที่เกิดขึ้นหลังจากการฉีด คือคลื่นไส้ อาเจียน ท้องอืด ท้องผูก แน่นท้อง มีแก๊สในกระเพาะอาหาร หรืออาการอ่อนเพลียในช่วงแรก ส่วนกรณีที่รุนแรง อาการที่พบเห็นเช่น ตับอ่อนอักเสบ ปัญหาเกี่ยวกับถุงน้ำดี หรือภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ








