เมโสหน้าใส ดีไหม ? หน้าใสจริงไหม อยู่ได้นานแค่ไหน

Mesotherapy effective for bright skin

เมโสหน้าใสเป็นตัวเลือกยอดฮิตของคนที่อยากมีผิวเนียนใสแบบไม่ต้องพักฟื้นยาว ๆ หลายคนสงสัยว่า เมโสหน้าใส ดีไหม แล้วมันช่วยให้ หน้าใสจริงไหม หรือแค่กระแสตามรีวิว ความจริงคือเมโสช่วยบำรุงผิวให้ชุ่มชื้น ลดความหมองคล้ำ และทำให้ผิวดูสดใสขึ้นได้ แต่ผลลัพธ์จะมากน้อยก็ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและสูตรที่ใช้ด้วย นอกจากนี้หลายคนยังอยากรู้ว่าอยู่ได้นานแค่ไหน บทความนี้จะเล่าแบบง่าย ๆ ให้เข้าใจ ว่าเมโสหน้าใสเหมาะกับใคร เห็นผลประมาณไหน และต้องดูแลยังไงให้ผิวสวยได้นานที่สุด Main content เมโสหน้าใส คืออะไร เมโสหน้าใส (Mesotherapy)  คือ หัตถการด้านความงามรูปแบบหนึ่งที่มีจุดประสงค์เพื่อบำรุง และฟื้นฟูผิวหนังที่เกิดการเสื่อมสภาพ โดยการรักษาจะเป็นการฉีดวิตามิน หรือสารบำรุงต่าง ๆ เช่น แร่ธาตุ สารต้านอนุมูลอิสระ กรดอะมิโน วิตามินซี วิตามินอี เปปไทด์ และไนอาซินาไมด์  เข้าสู่ผิวหนังชั้นกลาง ซึ่งเป็นผิวหนังชั้นที่การทาครีมบำรุงไม่สามารถซึมลึกไปถึง ซึ่งหลังจากการฉีดจะทำให้ผิวมีความชุ่มชื้น มีความกระจ่างใสมากขึ้น และทำให้รอยสิว จุดด่างดำลดลง  Mesotherapy จะเริ่มเห็นผลลัพธ์ภายใน 2 – 4 สัปดาห์หลังการฉีด หลักการทำงาน หลักการทำงานของเมโสหน้าใส เป็นการฉีดวิตามิน และสารบำรุงต่าง … ดูเพิ่มเติม

ฟิลเลอร์ไหล เป็นอย่างไร ? อันตรายไหม ป้องกันได้หรือเปล่า

What is filler migration and is it dangerous

ฟิลเลอร์เป็นหัตถการที่หลายคนทำเพื่อให้หน้าดูอิ่มสวยขึ้น แต่บางครั้งอาจมีปัญหา ฟิลเลอร์ไหล ทำให้รูปหน้าเพี้ยนหรือดูไม่เป็นธรรมชาติได้ หลายคนกังวลว่าอาการแบบนี้ อันตรายไหม และจะป้องกันยังไงไม่ให้เกิดขึ้น ความจริงแล้วฟิลเลอร์ไหลมักเกิดจากการฉีดผิดตำแหน่ง ใช้ปริมาณเยอะเกินไป หรือเลือกคลินิกที่ไม่ได้มาตรฐาน จึงยิ่งต้องใส่ใจเรื่องความปลอดภัย บทความนี้จะเล่าแบบง่าย ๆ ว่าฟิลเลอร์ไหลเป็นยังไง สังเกตแบบไหน และมีวิธีลดความเสี่ยงไม่ให้เจอปัญหานี้ยังไงบ้าง Main content ฟิลเลอร์ไหล คือ ฟิลเลอร์ไหล คือ ภาวะที่สารเติมเต็มที่ทำการฉีดเข้าสู่บริเวณใต้ผิวหนัง เกิดการเคลื่อนที่ หรือมีการกระจายไปจากตำแหน่งเดิมที่ทำการฉีดไว้ ส่งผลให้ผลการรักษาไม่เป็นไปตามที่ต้องการ หรือเป็นไปตามที่คาดหวัง นอกจากนี้อาจทำให้เกิดความผิดปกติตรงบริเวณใบหน้า เช่นฟิลเลอร์จับตัวเป็นก้อน มีอาการบวม ผิวหน้าไม่เรียบเนียน หรือใบหน้าเกิดการผิดรูปไปจากเดิม ซึ่งเป็นผลข้างเคียงที่อาจมีสาเหตุมาจากการฉีดสารที่ไม่ได้มาตรฐาน หรือฉีดฟิลเลอร์ปลอม ดังนั้นหากเกิดอาการเหล่านี้แล้วทำการรักษาไม่ทัน อาจจะทำให้เกิดผลข้างเคียงที่รุนแรง และอันตรายตามมา อาการฟิลเลอร์ไหลเป็นอย่างไร อาการฟิลเลอร์ไหล มักจะเกิดจากการฉีดฟิลเลอร์ที่ไม่ได้มาตรฐาน โดยฟิลเลอร์จะเกิดการกระจายตัวจากตำแหน่งที่ฉีด ไปยังตรงบริเวณอื่น ส่งผลให้ใบหน้าเกิดการผิดรูป หรือฟิลเลอร์เกิดการไหลตัวมากองรวมกันเป็นก้อนนูน มีความปูดบวม และอาจเป็นคลื่นใต้ผิวหนัง ซึ่งในกรณีรุนแรงอาจจะมีอาการบวมแดงมากขึ้นเรื่อย ๆ มีอาการปวดตรงบริเวณที่ฉีด มีตุ่มหนองเล็ก หรืออาจมีหนองร่วมด้วย นอกจากนี้ผิวหนังบริเวณนั้นจะรู้สึกร้อนมากกว่าปกติ และสีผิวอาจมีการเปลี่ยนแปลง เช่น สีซีดลง … ดูเพิ่มเติม

ฉีดเมโสแฟต (Meso Fat) ลดเหนียง ได้ผลจริงไหม ? กี่วันเห็นผล

Meso fat injection for double chin reduction

การฉีดเมโสแฟตลดเหนียง ถือเป็นตัวเลือกยอดฮิตสำหรับคนที่อยากลดเหนียงแบบไม่ต้องผ่าตัด หลายคนสนใจเพราะขั้นตอนง่าย ไม่เจ็บมาก และช่วยให้กรอบหน้าดูชัดขึ้นแบบไม่ต้องพักฟื้น เลยเกิดคำถามว่าเมโสแฟต ได้ผลจริงไหม และต้องใช้เวลากี่วันถึงจะเห็นความเปลี่ยนแปลงจริง ๆ วิธีนี้ช่วยสลายไขมันใต้คางให้หน้าเรียวขึ้นแบบค่อยเป็นค่อยไป เหมาะกับคนที่มีเหนียงสะสมจากไขมันส่วนเกิน บทความนี้จะเล่าให้ฟังแบบเข้าใจง่ายว่าเมโสแฟตทำงานยังไง เห็นผลเร็วแค่ไหน และเหมาะกับใครบ้าง ฉีดเมโสแฟต (Meso Fat) คือ เมโสแฟต (Meso fat) คือ เทคนิคการลดไขมัน และลดเซลลูไลท์เฉพาะจุดแบบไม่ต้องทำการผ่าตัด โดยวิธีการรักษาแพทย์จะทำการฉีดสารที่มีคุณสมบัติช่วยสลายไขมันลงในชั้นผิวหนังบริเวณไขมัน ซึ่งหลังจากการฉีดตัวยา ไขมันจะเกิดการแตกตัว หรือสลายตัว และจะถูกขับออกทางการขับถ่าย ส่งผลให้ไขมันตรงบริเวณที่ฉีดมีขนาดลดลง ทำให้เกิดความกระชับยิ่งขึ้น โดยตัวยาที่มีคุณสมบัติช่วยเร่งการเผาผลาญไขมัน และลดการเกิดเซลล์ไขมันขึ้นมาใหม่ มีดังนี้ หลักการทำงานในการลดไขมัน หลักการทำงานในการลดไขมันของเมโสแฟต หลังจากการฉีดตัวยาเข้าสู่ชั้นไขมันบริเวณใต้ผิวหนัง ตัวยาที่ฉีดเข้าไปจะกระตุ้นให้เซลล์ไขมันเกิดการแตกตัว หรือกระตุ้นให้ร่างกายเกิดการเผาผลาญ นอกจากนี้ยังช่วยในการดึงไขมันออกจากเซลล์ จากนั้นไขมันที่ถูกสลายร่างกายจะมีกลไกในการกำจัดไขมันเหล่านี้ออกผ่านทางระบบขับถ่ายของร่างกาย โดยตัวยาที่ฉีดเข้าไป เช่นสารสกัดอาร์ติโชค (Artichoke extract) จะช่วยลดการสร้างกรดไขมัน และลดระดับไขมันแบบเฉพาะจุด เช่นลดเหนียง หรือไทโรซีน (Tyrosine) ช่วยเร่งการเผาผลาญไขมันภายในร่างกายให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ซึ่งการฉีดเมโสแฟตจะช่วยลดปริมาณไขมันที่สะสมตรงบริเวณเหนียง ทำให้เหนียงดูเล็กลง มีความกระชับมากขึ้น ทำให้กรอบหน้าดูคมขึ้น … ดูเพิ่มเติม

LIFE EXPO รวมตัว “Speakers of The Year” ตอกย้ำเทรนด์ความงาม 2026 พร้อมถอดรหัสเทคนิค “Reversal Plan” จาก หมอส้ม-หมอเกรซ

[กรุงเทพฯ] – เมื่อวันที่ 15-16 พฤศจิกายน 2568 ที่ผ่านมา ได้เกิดปรากฏการณ์ครั้งสำคัญในวงการสุขภาพและความงามกับงาน LIFE EXPO จัดโดย Woody World และ LifeDot alive+ ณ UOB LIVE EMSPHERE งานนี้ถือเป็นการรวมตัวครั้งแรกและยิ่งใหญ่ที่สุดของเหล่า “Speakers of The Year” ที่มาร่วมปลุกพลังคนรักสุขภาพและส่งต่อแรงบันดาลใจ เพื่อให้ทุกคนได้ค้นพบ “เวอร์ชันที่ดีกว่าเดิม” ของตัวเอง Mudan Pavilion Wellness ชี้บทบาทใหม่ของ “ฟิลเลอร์” จากการสร้างโครงหน้าสู่การซ่อมแซมอย่างละเอียด ไฮไลต์ที่ดึงดูดความสนใจจากผู้ร่วมงานมากที่สุดคือ Session สุดเอ็กซ์คลูซีฟอย่าง “Beauty Signature: อนาคตความงามแบบองค์รวม ปี 2026” ซึ่งได้คุณหมอส้ม พญ .ฉัตรษร ลิขิตอิศรา และคุณหมอเกรซ พญ.กุลชมาษร ลิขิตอิศรา จาก Mudan Pavillion Wellness Center … ดูเพิ่มเติม

หมวดหมู่ news

โบท็อกซ์ลดกลิ่นตัว ได้ไหม ? ฉีดบริเวณไหนดีที่สุด

Can Botox reduce body odorwebp

โบท็อกซ์ลดกลิ่นตัว เริ่มเป็นตัวเลือกที่หลายคนสนใจ เพราะช่วยแก้ปัญหากลิ่นกายและเหงื่อออกมากแบบไม่ต้องผ่าตัด หลายคนสงสัยว่า โบท็อกซ์ลดเหงื่อ ทำงานยังไง และใช้ได้ผลกับเรื่องกลิ่นตัว จริงไหม กระบวนการนี้อาศัยการฉีดโบท็อกซ์เข้าไปลดการทำงานของต่อมเหงื่อ ทำให้รู้สึกแห้งและมั่นใจขึ้น เหมาะสำหรับคนที่มีเหงื่อออกมากจนรบกวนชีวิตประจำวัน บทความนี้จะพาไปดูว่าการฉีดบริเวณไหนได้ผลที่สุด และต้องรู้อะไรก่อนตัดสินใจทำเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ปลอดภัยและคุ้มค่าที่สุด โบท็อกซ์ลดกลิ่นตัว คือ โบท็อกซ์ลดกลิ่นตัว แท้จริงแล้วต้องเข้าใจก่อนว่า กลิ่นตัวเกิดจากอะไร และส่วนใหญ่แล้วมาจากบริเวณไหน ซึ่งคนส่วนใหญ่แล้วกลิ่นตัวจะเกิดจากเหงื่อ เพราะฉะนั้นแล้ว โบท็อกซ์ลดกลิ่นตัวก็อาจจะกล่าวได้ว่า คือโบท็อกซ์ลดเหงื่อหรือระงับเหงื่อนั้นเอง  โดยโบท็อกซ์ลดกลิ่นตัวนั้นอาจะเรียกอีกยอ่างได้ว่า โบท็อกซ์ลดเหงื่อ โบท็อกซ์รักแร้ เพราะการฉีดโบท็อกซ์ประเภทนี้ ล้วนแล้วแต่ต้องการลดเหงื่อ ลดกลิ่นตัวทั้งสิ้น ทำไมต้องฉีดโบท็อกซ์ลดกลิ่นตัว ต้องเข้าใจก่อนว่า ส่วนมากแล้วบุคคลที่มีปัญหากลิ่นตัว ไม่ได้มีสาเหตุแบบตรง ๆ แต่มักจะเป็นผู้ที่มีปัญหาเหงื่อออกมาก (รักแร้เปียก) หรือมีกลิ่นตัวที่วิธีอื่น ๆ เช่น การใช้โรลออนหรือยาทาเฉพาะที่ ไม่สามารถควบคุมได้ การฉีดโบท็อกซ์ลดกลิ่นตัวนั้น จึงทางเลือกที่ได้รับความนิยมอย่างมากในกลุ่มคนที่ประสบปัญหา เหงื่อออกมากผิดปกติ (ภาวะ Hyperhidrosis) และส่งผลให้เกิด กลิ่นตัว ได้ง่าย ด้วยเหตุผลนี้ เมื่อฉีดเข้าไปที่รักแร้ หรือบริเวณที่มีเหงื่อมาก ตัวยาจะทำให้ต่อมเหงื่อ ลดการผลิตเหงื่อลงได้ถึง 80% … ดูเพิ่มเติม

หมอกระเป๋า คือ ? ผิดกฎหมายไหม เราต้องระวังอะไรบ้าง

Is practicing medicine without a license illegal

หมอกระเป๋า กลายเป็นคำที่หลายคนได้ยินบ่อยขึ้นจากข่าวและประสบการณ์จริงของผู้ที่ไป ฉีดหน้า แล้วเกิดปัญหาตามมา เพราะบริการลักษณะนี้มักทำโดยผู้ที่ไม่มีใบประกอบวิชาชีพแพทย์ และใช้อุปกรณ์หรือยาที่ไม่ได้มาตรฐาน จนเสี่ยงทำให้ หน้าพัง แบบแก้ยาก บางรายอาจมีผลข้างเคียงรุนแรงถึงขั้นติดเชื้อหรือเสียรูปทรง ใครที่กำลังคิดจะทำหัตถการความงามจึงควรรู้ให้ชัดว่า “หมอกระเป๋า” คืออะไร ผิดกฎหมายไหม และควรระวังอะไรเพื่อความปลอดภัยของตัวเองก่อนตัดสินใจทุกครั้ง หมอกระเป๋า คือ หมอกระเป๋า คือ กลุ่มบุคคลที่มีการแอบอ้าง หรือมีการแสดงตัวว่าเป็นบุคลากรทางการแพทย์ เพื่อให้บริการในการทำหัตถการทางด้านเสริมความงาม เช่น การฉีดโบท็อกซ์ การฉีดฟิลเลอร์ หรือการทำเมโส โดยไม่มีใบประกอบวิชาชีพเวชกรรม ซึ่งบุคคลเหล่านี้จะมีการพกกระเป๋าใส่อุปกรณ์ และตัวยา แล้วทำการนัดหมายกับกลุ่มลูกค้าตามสถานที่ต่าง เช่น บ้าน คอนโด โรงแรม และอพาร์ทเม้นต์ ที่เป็นสถานที่ที่ไม่ได้มาตรฐาน ไม่สะอาด และไม่มีอุปกรณ์พร้อมรับมือหากเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉิน โดยปกติหมอกระเป๋าจะเป็นผู้ช่วยแพทย์ หรือพยาบาลที่ทำงานในคลินิกเสริมความงาม ซึ่งกลุ่มคนเหล่านี้จะอาศัยการจดจำ ไม่ได้ผ่านการอบรมการทำหัตถการอย่างถูกวิธี และขาดความเข้าใจทางกายวิภาค ส่งผลให้เกิดอันตราย หรือผลข้างเคียงกับคนไข้ หมอกระเป๋า ผิดกฎหมายไหม หมอกระเป๋าเป็นกลุ่มบุคคลที่ไม่มีใบประกอบวิชาชีพเวชกรรม แต่ยังมีการให้บริการในการทำหัตถการทางด้านเสริมความงาม ซึ่งถือว่าเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย โดยผู้กระทำผิดจะได้รับโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับเป็นเงินไม่เกิน 30,000 … ดูเพิ่มเติม

อาการดื้อโบท็อกซ์ คืออะไร เกิดจากอะไร ดูยังไงถึงรู้

Botox Resistance Cover Page

อาการดื้อโบท็อกซ์ เป็นภาวะที่หลายคนอาจไม่รู้ว่ามีอยู่จริง และสามารถเกิดขึ้นได้กับผู้ที่ฉีดโบท็อกซ์เป็นประจำ เมื่อร่างกายเริ่มสร้างภูมิต้านทานต่อสารโบทูลินัมท็อกซิน ทำให้ผลลัพธ์หลังฉีดไม่เห็นผลเท่าเดิมหรืออยู่ได้ไม่นานเหมือนก่อน หลายคนเริ่มสงสัยว่าอาการแบบนี้ อันตรายไหม และสามารถตรวจได้หรือไม่ว่าตัวเองมีภาวะดื้อโบท็อกซ์แล้วหรือยัง อาการดื้อโบท็อกซ์ คือ อาการดื้อโบท็อกซ์ (Botox Resistance) คือ ภาวะที่ร่างกายของผู้ที่ทำการฉีดโบท็อกซ์ แล้วร่างกายไม่ตอบสนองต่อสารโบทูลินัมท็อกซิน (Botulinum Toxin Type A) เต็มที่ หรืออาจไม่มีการตอบสนองเลย ส่งผลให้ผลลัพธ์ทางด้านการรักษาได้ผลไม่เป็นไปตามที่คาดหวัง โดยอาการดื้อโบท็อกซ์จะเกิดขึ้นมาจากระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย ที่ร่างกายมีการมองว่าโมเลกุลของโบทูลินัมท็อกซินเป็นสิ่งแปลกปลอม ร่างกายจึงมีการสร้างแอนติบอดี้ลบล้างฤทธิ์ขึ้นมาเพื่อต่อต้าน และทำลายตัวยา ส่งผลให้ตัวยาไม่สามารถจับตัวกับปลายประสาทเพื่อทำการยับยั้งการหลั่งของสารสื่อประสาท และลดการทำงานของกล้ามเนื้อได้ อาการดื้อโบท็อกซ์ เกิดจาก อย่างที่ทราบ โบท็อกซ์ตัวยาจะอยู่ในรูปแบบของโปรตีน ซึ่งเมื่อมีการฉีดสารเข้าสู่บริเวณกล้ามเนื้อ จะทำให้ร่างกายเกิดการกระตุ้นให้ร่างกายเกิดการสร้างภูมิคุ้มขึ้นมา เพื่อทำการต่อต้าน และทำลายตัวยา ทำให้ตัวยาไม่สามารถทำหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และทำให้ผลลัพธ์ไม่เป็นไปตามที่คาดหวัง โดยสาเหตุที่ทำให้เกิดภาวะดื้อโบท็อกซ์ มีดังนี้ การดื้อโบท็อกซ์ ส่งผลอะไรบ้าง การดื้อโบท็อกซ์ เป็นภาวะที่ร่างกายมีการสร้างภูมิคุ้มกันขึ้นมาเพื่อต่อต้าน และทำลายสารที่มีการฉีดเข้าสู่ร่างกาย โดยร่างกายจะมองว่าโบท็อกซ์เป็นสิ่งแปลกปลอม ส่งผลให้ผลลัพธ์ที่ออกมาไม่เป็นไปตามที่ต้องการ หรืออาจไม่เห็นผลเลย อาการดื้อโบท็อกซ์ไม่ได้เป็นอันตรายต่อชีวิต แต่อาจส่งผลกระทบในด้านอื่น เช่น ด้านการรักษา และความงาม โดยปกติหลังจากการฉีดโบท็อกซ์ … ดูเพิ่มเติม

Juvederm กับ Sculptra แตกต่างกันยังไง ? อันไหนฉีดเพื่ออะไร

Juvederm vs Sculptra What the Diff

ฟิลเลอร์ Juvederm และ Sculptra เป็นสองแบรนด์ยอดนิยมที่หลายคนมักนำมาใช้เพื่อฟื้นฟูผิวหน้าให้ดูอ่อนเยาว์ แต่แม้จะมีจุดประสงค์คล้ายกัน ทั้งสองตัวนี้ก็มีความ แตกต่างกัน อย่างเห็นได้ชัด ทั้งในเรื่องของสารที่ใช้ กลไกการทำงาน และผลลัพธ์ที่ได้ หลายคนจึงสงสัยว่า Juvederm กับ Sculptra อันไหนดีกว่า และเหมาะกับตนเองมากกว่ากัน บทความนี้จะมา เปรียบเทียบ จุดเด่นของทั้งสองแบบให้เข้าใจง่าย ว่าแต่ละตัวเหมาะกับการฉีดเพื่ออะไร เพื่อช่วยให้ตัดสินใจได้อย่างมั่นใจและได้ผลลัพธ์ที่ตรงใจที่สุด Juvederm คือ ? ฟิลเลอร์ Juvederm เป็นชื่อแบรนด์ของฟิลเลอร์ยี่ห้อนึงที่ผลิตโดยบริษัท Allergan จากประเทศสหรัฐอเมริกา โดยมีบริษัท Allergan Thailand (DSKH) เป็นผู้นำเข้า ซึ่งฟิลเลอร์ Juvederm ได้รับการรับรองความปลอดภัย และผ่านมาตรฐานจากสํานักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ด้วยเทคโนโลยีเฉพาะของ Allergan ทำให้ฟิลเลอร์แต่ละตัวมีคุณสมบัติที่มีความแตกต่าง และมีความหลากหลาย เหมาะสำหรับทุกสภาพของผิวหนัง และทุกปัญหา โดยฟิลเลอร์ Juvederm ที่มีถึง 6 รุ่น อ่านต่อได้ที่ ฟิลเลอร์ Juvederm … ดูเพิ่มเติม

SCULPTRA ช่วยเรื่องอะไร อยู่ได้กี่ปีกับการกระตุ้นคอลลาเจนให้ผิว

What help sculptra

Sculptra เป็นตัวช่วยยอดนิยมในวงการความงามที่หลายคนเลือกใช้ เพราะมีจุดเด่นในการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใต้ผิว ทำให้ผิวดูฟูแน่น กระจ่างใส และอ่อนเยาว์ขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ นอกจากช่วยเรื่องความยกกระชับแล้ว ยังมีส่วนช่วยให้ผิวดูเรียบเนียนขึ้น แถมยังขึ้นชื่อเรื่องผลลัพธ์ที่อยู่ได้นานหลายปี หลายครั้งจึงมีคำถามเกี่ยวกับ Sculptra ว่าช่วยเรื่อง สิว ฝ้า หรือรูขุมชนกว้างหรือไม่ บทความนี้จะพาไปรู้ว่า Sculptra ช่วยเรื่องอะไรได้บ้าง และอยู่ได้นานแค่ไหนเมื่อเทียบกับการดูแลผิวแบบอื่น SCULPTRA คืออะไร ทำงานยังไง Sculptra  คือ ยี่ห้อของสารกระตุ้นการสร้างเซลล์ผิวใหม่ และคอลลาเจนประเภทหนึ่ง ที่ถูกทำออกมาในรูปแบบของยาฉีด โดย Sculptra ผลิตมาจากโพลีแอลแลคติค เอซิด (Poly-L-Lactic Acid: PLLA) ที่มีคุณสมบัติช่วยกระตุ้นให้ร่างกายเกิดการสร้างคอลลาเจนใต้ผิวหนัง เพื่อเป็นการทดแทนคอลลาเจนที่มีการสูญเสียไปเมื่อคนเรามีอายุเพิ่มขึ้น มื่อฉีด Sculptra เข้าไปในชั้นผิว สาร PLLA จะทำงานผ่านระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย โดยจะดึงเซลล์เม็ดเลือดขาวชนิด Macrophage ให้เข้าไปกระตุ้นเซลล์ Fibroblast ที่ทำหน้าที่ในการสร้างเส้นใยคอลลาเจนเข้ามารวมตัวกัน และเพิ่มจำนวน ซึ่งกระบวนการนี้จะกระตุ้นให้เกิดการสร้างคอลลาเจนชนิดที่ 1 (Collagen Type 1) ขึ้นได้มาถึง 66.5% … ดูเพิ่มเติม

Galderma Open House 2025 เปิดบ้านอัปเดตเทรนด์ความงาม ให้คุณหมอทั่วประเทศไทย

Galderma Open House 2025

คุณหมอส้มได้รับเกียรติเป็น Speaker ในงาน Galderma Open House Advancing Dermatology for Every Skin Story (Galderma Open House 2025) งานเปิดบ้านสำหรับคุณหมอทั่วประเทศไทย เพื่อมาอัปเดตเทรนด์ความงามและเรียนรู้เทคนิคใหม่จากผู้เชี่ยวชาญ บริษัท Galderma (กัลเดอร์มา) คือบริษัทชั้นนำระดับโลกด้านสุขภาพผิวหนัง (Dermatology) สัญชาติสวิสเซอร์แลนด์ ที่มีจุดมุ่งหมายในการพัฒนาและนำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการที่ครอบคลุมทุกความต้องการด้านผิวหนัง เรียกได้ว่าเป็นบริษัทชั้นนำระดับโลกด้านผิวหนัง (Dermatology) ซึ่งมีผลิตภัณฑ์และบริการครอบคลุมกลุ่ม Injectable Aesthetics (เช่น ฟิลเลอร์, โบท็อกซ์) Mudan Pavilion Wellness Center (มูตาน พาวิลเลี่ยน เวลเนส เซนเตอร์)“เปลี่ยนทุกปัญหาเรื่องหน้า แค่คุณกล้าที่จะเปลี่ยน – Change your look Improve your life” ปรึกษากับคุณหมอ/ติดต่อนัดหมายจองคิว Tel : 062-691-6919 Official Line … ดูเพิ่มเติม

หมวดหมู่ news

กล้ามเนื้อตาอ่อนแรง อาการเป็นอย่างไร แก้ไขด้วยวิธีใดได้บ้าง

What is Ptosis

กล้ามเนื้อตาอ่อนแรง (Ptosis) เป็นภาวะที่ทำให้เปลือกตาตกหรือลืมตาได้ไม่เต็มที่ ส่งผลให้ดวงตาดูง่วง เหนื่อยล้า หรือไม่เท่ากัน ซึ่งบางคนอาจมีอาการเป็น ข้างเดียว ทำให้ใบหน้าดูไม่สมดุลและขาดความมั่นใจ สาเหตุของภาวะนี้มีหลายอย่าง ทั้งจากพันธุกรรม อายุที่มากขึ้น หรือแม้แต่การใช้สายตาหนักเกินไป หลายคนอาจยังไม่รู้ว่า กล้ามเนื้อตาอ่อนแรงเกิดจากอะไร และสามารถแก้ไขได้อย่างไร บทความนี้จะพาไปรู้จักอาการ สาเหตุ และแนวทางการรักษาทั้งแบบไม่ผ่าตัดและหัตถการ เพื่อช่วยให้ดวงตากลับมาสดใสและมีเสน่ห์อีกครั้ง กล้ามเนื้อตาอ่อนแรง อาการเป็นอย่างไร ? อย่างที่ทราบ กล้ามเนื้อตาอ่อนแรง (Ptosis) มีสาเหตุมากจากความผิดปกติของกล้ามเนื้อที่คอยทำหน้าที่ยกเปลือกตา หรือระบบประสาทที่คอยควบคุมกล้ามเนื้อ โดยกล้ามเนื้อตาอ่อนแรงจะมีลักษณะอาการที่เปลือกตาบนตกลงมามากกว่าปกติ ซึ่งอาจทำให้เกิดการปิดบังตาดำบางส่วน ส่งผลให้ใบหน้าดูเหนื่อยล้าตลอดเวลา ทำให้ใบหน้าดูง่วง และทำให้ดวงตาดูไม่เท่ากัน กล้ามเนื้อตาอ่อนแรง ส่วนใหญ่อาการที่พบจะมีลักษณะ ดังนี้ กล้ามเนื้อตาอ่อนแรง ส่งผลอะไรบ้าง ? ด้านการมองเห็น เนื่องจากการที่เปลือกตาตกลงมา อาจทำให้เกิดการบดบัง ส่งผลให้การมองเห็นแคบลง หรือการมองเห็นที่ไม่ชัดเจน นอกจากนี้แรงกดของเปลือกตาที่ตกลงมาอาจทำให้รูปทรงของดวงตาเกิดการเปลี่ยนไป จนเกิดภาวะสายเอียง สำหรับกรณีของเด็ก หากเปลือกตาตกปิดตามากเกินไป อาจทำให้เกิดภาวะสายตาขี้เกียจได้ ด้านสุขภาพ สำหรับผู้ป่วยที่มีภาวะกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง มักจะมีการเลิกคิ้ว ยกคิ้ว หรือเงยหน้า เพื่อทำให้มองเห็นได้ชัดขึ้น … ดูเพิ่มเติม

เผย 10 วิธีลดริ้วรอยใต้ตา แก้ปัญหารอยเหี่ยวย่น แบบธรรมดาและด่วน

ริ้วรอยใต้ตา คือรอยย่นที่เกิดขึ้นบริเวณใต้ตา มักมีลักษณะเป็นเส้นยาวๆ หรือเป็นรอยย่นๆ เกิดขึ้นบริเวณใต้ตา เป็นปัญหาหลักสำหรับใครหลายคน ที่มีสาเหตุมาจากหลายปัจจัยทั้งภายใน และภายนอก ส่งผลให้บุคคลนั้นสูญเสียความมั่นใจ ดังนั้นบทความฉบับนี้ จะนำวิธีลดริ้วรอยใต้ตา การแก้ปัญหาเรื่องรอยเหี่ยวย่น ทั้งแบบธรรมชาติ และแบบเร่งด่วนมาฝาก เพื่อเป็นทางเลือกให้กับใครหลาย ๆ คน ได้เลือกตามความสะดวกและเหมาะสม โดยมีข้อมูลดังนี้