เสริมหน้าผาก คืออะไร ราคาเท่าไหร่ แบบไหนเหมาะกับคุณ

การเสริมหน้าผากเป็นหนึ่งในหัตถการที่ได้รับความนิยมมากในบ้านเรา ไม่เพียงแต่ช่วยเพิ่มความสวยงามและความสมดุลให้กับใบหน้า แต่ยังช่วยแก้ไขปัญหาหน้าผากแบนหรือไม่เรียบเนียนที่หลายคนกังวลได้อีกด้วย โดยการเสริมหน้าผากนั้นมีหลายวิธี ตั้งแต่การฉีดฟิลเลอร์ การใช้ไขมันตัวเอง ไปจนถึงการใส่ซิลิโคน แต่ละวิธีนั้นมีข้อดีและข้อเสียต่างกัน นอกจากนี้ ราคาการเสริมหน้าผากยังขึ้นอยู่กับเทคนิคที่เลือกใช้และประสบการณ์ของแพทย์ผู้ทำการรักษา การเลือกวิธีที่เหมาะสมที่สุดนั้นจำเป็นต้องพิจารณาตามความต้องการและสภาพผิวของแต่ละบุคคลด้วย

สารบัญ เสริมหน้าผาก

เสริมหน้าผาก คือ ?

การเสริมหน้าผาก เป็นหนึ่งกระบวนทางด้านเสริมความงาม โดยทางแพทย์จะทำการรักษาด้วยการใช้วัสดุ อุปกรณ์ หรือสารบางชนิด เข้าไปเสริมตรงบริเวณหน้าผาก เพื่อช่วยในการแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับหน้าผาก โดยการเสริมหน้าผากมีวัตถุประสงค์ ดังนี้

  • เพื่อเพิ่มมิติ และเพื่อปรับรูปทรงตรงบริเวณหน้าผากให้มีความโดดเด่น และสวยงามยิ่งขึ้น
  • เพื่อแก้ไขปัญหาหน้าผากที่ยุบลง หรือบุ๋มลง จากการเสื่อมสภาพของผิวหนัง
  • เพื่อช่วยสร้างความกระชับ และช่วยลดริ้วรอยตรงบริเวณหน้าผาก
  • เพื่อเสริมโหงวเฮ้งหน้าผากให้กับผู้ที่ต้องการเสริมสร้างความมั่นใจ

โหงวเฮ้งหน้าผากที่ดี

โหงวเฮ้ง เป็นศาสตร์อย่างหนึ่งของจีน ที่ใช้ในการทำนายถึงลักษณะของร่างกาย ที่อาจจะบ่งบอกถึงลักษณะนิสัยใจคอ ครอบครัว และการเงิน ซึ่งโหงวเฮ้งจะพิจารณาจากลักษณะต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นโครงหน้า คิ้ว หู ตา ปาก จมูก และหน้าผาก โดยโหงวเฮ้งหน้าผากที่ดีจะมีรูปทรงสวยงาม โดยสัดส่วนต้องสอดคล้องกับใบหน้าส่วนอื่น ไม่ว่าจะเป็น หน้าผากที่ไม่สูงและไม่ต่ำจนเกินไป นอกจากนี้ต้องมีความกว้าง มีความโค้งโหนกนูนแบบพอดี รวมถึงผิวหน้าต้องมีความเรียบเนียน ไม่มีริ้วรอย และไม่บุบ จะถือได้ว่าเป็นคนที่มีวิสัยทัศน์กว้างไกล มีความรุ่งเรือง มีความฉลาด มีความสามารถ ส่วนด้านธุรกิจจะได้รับแรงสนับสนุน และเป็นคนที่ประสบความสำเร็จในชีวิต

เสริมหน้าผาก เหมาะกับใคร

การเสริมหน้าผาก เป็นหนึ่งในกระบวนทางด้านเสริมความงามที่คนส่วนใหญ่นิยมทำกัน โดยเหมาะสำหรับบุคคลที่มีลักษณะ หรือปัญหา ดังนี้

  • บุคคลที่มีหน้าผากแบน หรือหน้าผากที่ไม่โค้งนูน การเสริมหน้าผากจะช่วยให้ใบหน้ามีมิติยิ่งขึ้น ทำให้ดูโดดเด่น และทำให้มีเสน่ห์มากขึ้น
  • บุคคลที่มีหน้าผากสูง หรือมีความยาวมากเกินไป การเสริมหน้าผากจะช่วยให้ใบหน้าดูสมส่วน และมีความกระชับขึ้น
  • บุคคลที่มีหางตาตก หรือมีรูปหน้าเป็นทรงสี่เหลี่ยม การเสริมหน้าผากจะช่วยให้ใบดูมีเสน่ห์
  • บุคคลที่มีรอยแผลเป็น หรือมีริ้วรอยตรงหน้าผาก การเสริมหน้าผากจะช่วยบดบังรอยแผลเป็น หรือช่วยให้ริ้วรอยมีความจางลง
  • บุคคลที่ต้องการปรับเปลี่ยนรูปทรงใบหน้าให้ดูโดดเด่น และมีภาพลักษณ์ที่ดีขึ้น

เสริมหน้าผาก มีกี่วิธี ?

การเสริมหน้าผากสามารถทำได้หลากหลายวิธี ขึ้นอยู่กับความต้องการ และลักษณะร่างกายของแต่ละบุคคล ซึ่งแต่ละวิธีก็มีลักษณะโดดเด่นที่แตกต่างกัน โดยมีวิธี ดังนี้

1. การฉีดฟิลเลอร์หน้าผาก (Filler Injections)

การฉีดฟิลเลอร์หน้าผาก เป็นการฉีดสารเติมเต็มประเภทไฮยาลูรอนิค แอซิด ( Hyaluronic Acid ) เข้าสู่ผิวหนังตรงบริเวณหน้าผาก ซึ่งฟิลเลอร์จะช่วยในเรื่องการปรับรูปหน้าให้ดูสมส่วน สวยงาม นอกจากนี้ยังช่วยรักษา และแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับหน้าผาก ไม่ว่าจะเป็นหน้าผากยุบ หน้าผากบุ๋ม หน้าผากกว้าง หน้าผากแบน หน้าผากแคบ โหนกนูนไม่เท่ากัน รวมถึงช่วยในการแก้ไขปัญหาเรื่องริ้วรอย ผิวหนังเหี่ยวหย่น และยังช่วยในการส่งเสริมโหงวเฮ้ง ทำให้หน้าผากดูโดดเด่นเป็นสง่า รับกับใบหน้า และจะทำให้ดูอ่อนเยาว์ โดยจุดที่จะทำการฉีดฟิลเลอร์หน้าผาก มีทั้งหมด 6 จุด ได้แก่ หน้าผากส่วนกลาง หน้าผากข้าง หน้าผากโค้ง หน้าผากเหนือคิ้ว หน้าผากตรงกลางคิ้ว และหน้าผากเหนือหว่างคิ้ว โดยการฉีดฟิลเลอร์หน้าผากจะใช้ประมาณ 3-7 CC

ข้อดีของการฉีดฟิลเลอร์หน้าผาก

  • การฉีดฟิลเลอร์หน้าผากสามารถเห็นผลลัพธ์ทันทีหลังฉีด
  • ฟิลเลอร์ เป็นสารเติมเต็มประเภทไฮยาลูรอนิคแอซิด เป็นสารที่มีอยู่ในร่างกายตามธรรมชาติ ทำให้มีความปลอดภัย
  • ฟิลเลอร์สามารถสลายได้ด้วยตนเอง จึงไม่ทิ้งสารตกค้างในร่างกาย
  • การฉีดฟิลเลอร์หน้าผาก สามารถฉีดเพิ่มได้เสมอ หรือหากไม่พอใจสามารถฉีดสลายฟิลเลอร์ได้
  • การฉีดฟิลเลอร์หน้าผาก สามารถเห็นผลได้ทันที ไม่ต้องเสียเวลาพักฟื้น และไม่ต้องผ่าตัด
  • การฉีดฟิลเลอร์หน้าผาก มีขั้นตอนการทำที่ไม่นาน 
  • การฉีดฟิลเลอร์หน้าผาก ช่วยในการแก้ไขปัญหาเรื่องริ้วรอย และทำให้ใบหน้าดูอ่อนกว่าวัย
  • การฉีดฟิลเลอร์หน้าผาก ทำให้ใบหน้าดูสวยเป็นธรรมชาติ ทำให้ใบหน้าดูมีมิติ มีความโหนกนูน และมีความสมส่วนสวยงาม
  • ฟิลเลอร์สามารถเพิ่ม หรือลด ความนูนของหน้าผากได้ตามที่ต้องการ
  • การฉีดฟิลเลอร์หน้าผาก มีราคาไม่สูงเเมื่อเทียบกับการเสริมหน้าผากด้วยซิลิโคน

ข้อเสียของการฉีดฟิลเลอร์หน้าผาก

  • การฉีดฟิลเลอร์อาจมีอาการข้างเคียง เช่น อาการบวมแดง อาการช้ำ เป็นต้น
  • ผลลัพธ์อาจดูไม่เป็นธรรมชาติ หากฉีดโดยแพทย์ที่ไม่มีประสบการณ์
  • ฟิลเลอร์อาจจะเกิดการสลายตัวก่อนกำหนด หากมีการดูแลตัวเองแบบผิดวิธี
  • การฉีดฟิลเลอร์ให้ผลลัพธ์ที่ไม่ถาวร ต้องทำการฉีดซ้ำเมื่อฟิลเลอร์เกิดการสลายตัว ทุก 6 – 12 เดือน

การฉีดฟิลเลอร์หน้าผาก เหมาะกับผู้ที่มีปัญหา ดังนี้

  • หน้าผากมีความแบนเรียบ ไร้มิติ
  • หน้าผากบุ๋ม เป็นแอ่ง
  • มีรอยแผลเป็น หรือมีริ้วรอยตรงบริเวณหน้าผาก
  • บุคคลที่ต้องการปรับโหงวเฮ้ง และต้องการเสริมความมั่นใจ

2. การฉีดไขมันตัวเอง (Fat Grafting/Fat Transfer)

https://www.oolalacosmetics.com.au/wp-content/uploads/2021/09/fat-transfer-890×425.jpg

การฉีดไขมันตัวเอง เป็นวิธีการเสริมความงามอย่างหนึ่ง ที่มีวิธีการรักษาโดยการใช้ไขมันจากร่างกายของผู้เข้ารับการรักษา มาฉีดเพื่อเติมเต็มตรงบริเวณที่เกิดปัญหา ซึ่งกระบวนการรักษาแพทย์จะทำการดูดไขมันจากส่วนอื่นของร่างกาย เช่น หน้าท้อง ต้นขา หรือสะโพก  มาทำการเตรียมไขมันเพื่อแยกเอาเซลล์ไขมันที่บริสุทธิ์ก่อนจะนำไปฉีด

ข้อดีของการฉีดหน้าผากด้วยไขมันตัวเอง

  • การฉีดไขมันตัวเองมีความปลอดภัยสูง เนื่องจากใช้ไขมันของผู้เข้ารับการรักษา จึงไม่มีความเสี่ยงที่จะแพ้ หรือเกิดอาการข้างเคียง
  • การฉีดไขมันจะให้ผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติ โดยไขมันที่ฉีดเข้าไปจะเกิดการปรับสภาพให้เข้ากับเนื้อเยื่อตรงบริเวณที่ฉีด ทำให้ผลลัพธ์ที่ออกมาดูเป็นธรรมชาติ
  • การฉีดไขมันตัวเอง ทำให้ผิวหน้าดูอ่อนกว่าวัย และดูมีน้ำหนักมากขึ้น
  • การฉีดไขมันช่วยฟื้นฟูสภาพผิว โดยเซลล์ไขมันจะมีส่วนประกอบของสเต็มเซลล์ ซึ่งจะช่วยกระตุ้น และช่วยซ่อมแซมเซลล์ผิวที่เกิดการเสื่อมสภาพ ส่งผลให้ผิวดูเรียบเนียน และดูเปล่งปลั่ง

ข้อเสียของการฉีดหน้าผากด้วยไขมันตัวเอง

  • หลังจากทำการฉีดไขมัน อาจเกิดผลข้างเคียง เช่น อาการบวมช้ำ หรือรอยเขียว ในช่วงแรกหลังจากการทำ
  • การฉีดไขมันอาจให้ผลลัพธ์ที่ไม่แน่นอน ทำให้ต้องมีการฉีดซ้ำเพื่อเติมเต็มไขมันที่ฝ่อ
  • หากไม่ได้รับการดูแลรักษาอย่างถูกวิธี อาจทำให้เกิดการติดเชื้อตรงบริเวณที่ฉีด
  • หากแพทย์ที่ทำการฉีดไม่มีความเชี่ยวชาญ ไขมันที่ฉีดเข้าไปอาจเป็นก้อน ทำให้ผิวหนังตรงบริเวณนั้นไม่เรียบเนียน
  • การฉีดไขมันตัวเองมีค่าใช้จ่ายที่สูง
  • หลังจากทำการฉีดไขมัน ต้องใช้เวลาพักฟื้น อย่างน้อย 7 วัน
  • การฉีดไขมันหน้าผากอาจไม่เหมาะกับบุคคลที่มีผิวหนังหย่อนคล้อย หรือบุคคลที่มีโรคประจำตัวบางอย่าง รวมถึงบุคคลที่กำลังตั้งครรภ์

การฉีดหน้าผากด้วยไขมันตัวเอง เหมาะกับผู้ที่มีปัญหา ดังนี้

  • บุคคลที่มีปัญหาเกี่ยวกับหน้าผากแบน ไร้มิติ ทำให้ใบหน้าดูไม่สมดุล การฉีดไขมันหน้าผากจะช่วยเติมเต็มริ้วรอยบนหน้าผาก และช่วยให้หน้าผากดูมีมิติมากขึ้น
  • บุคคลที่ต้องการแก้ไขปัญหาเกี่ยวริ้วรอย การฉีดไขมันจะช่วยลดเลือนรอยย่นตรงบริเวณหน้าผาก โดยเฉพาะรอยย่นที่เกิดจากการแสดงอารมณ์
  • บุคคลที่ต้องการปรับรูปทรงหน้า การฉีดไขมันหน้าผาก ร่วมกับบริเวณอื่นๆ บนใบหน้า เช่น ขมับ แก้ม และรอยร่องลึกใต้ตา เป็นต้น จะช่วยในการปรับรูปหน้าได้สัดส่วนสวยงาม และดูสมดุล

3. การเสริมหน้าผากด้วยซิลิโคน (Silicone Implants)

https://eng.idhospital.com/

การเสริมหน้าผากด้วยซิลิโคน เป็นการผ่าตัดศัลยกรรมประเภทหนึ่ง ที่จะช่วยในการแก้ไขปัญหาหน้าผาก ไม่ว่าจะเป็นหน้าผากแบน หน้าผากสูง หน้าผากกว้าง หรือหน้าผากยุบ โดยจะเป็นการผ่าตัดแล้วนำแผ่นซิลิโคน ใส่เข้าไปยังบริเวณหน้าผากที่ต้องการเสริม ซึ่งแผ่นซิลิโคนที่ใส่เข้าไปแทนที่ จะช่วยให้หน้าผากดูมีมิติ ใบหน้าดูสมส่วนสวยงาม และช่วยทำให้หน้าผากเข้ารูปตามหลักโหงวเฮ้งของจีน รวมไปถึงยังช่วยในการเสริมสร้างบุคลิกให้ออกมาดูดี การเสริมหน้าผากด้วยซิลิโคน แบ่งออกเป็น 2 ประเภท ดังนี้

  • การเสริมหน้าผากด้วยซิลิโคนแบบสำเร็จรูป เป็นการใช้แผ่นซิลิโคนที่ขึ้นแบบสำเร็จรูป ตรงตามมาตรฐานทางการแพทย์ ซึ่งมีการออกแบบให้มีความโค้ง ความโหนกนูนของหน้าผาก  โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะทำการวิเคราะห์ และเลือกซิลิโคนให้ตรงกับแต่ละบุคคล
  • การเสริมหน้าผากด้วยซิลิโคนแบบเฉพาะบุคคล ซิลิโคนที่ใช้จะถูกออกแบบ และผลิตขึ้นมาสำหรับบุคคลนั้นโดยเฉพาะ ทำให้ซิลิโคนที่ได้สามารถเข้ากับหน้าผากได้อย่างเรียบเนียน ซึ่งซิลิโคนแบบเฉพาะบุคคล มีอยู่ 2 แบบ คือ แบบ CT Scan และซิลิโคนเสริมหน้าผากแบบหล่อ Customize

ข้อดีของการเสริมหน้าผากด้วยซิลิโคน

  • การเสริมหน้าผากด้วยซิลิโคน มีความคงทนถาวรมากกว่าวิธีการอื่น 
  • การเสริมหน้าผากด้วยซิลิโคน สามารถปรับรูปทรงให้ดูเป็นธรรมชาติ และสามารถปรับให้โค้งมนเข้ากับรูปหน้าได้อีกด้วย
  • การเสริมหน้าผากด้วยซิลิโคนมีความปลอดภัย และไม่ส่งผลกระทบต่อระบบประสาท 
  • การเสริมหน้าผากด้วยซิลิโคน มีโอกาสเกิดการแพ้น้อย
  • ซิลิโคนมีเนื้อที่นิ่ม ทำให้ซิลิโคนมีความกลมกลืนกับผิวหนังบริเวณที่หน้าผาก และผิวหนังดูเรียบเนียน ดูไม่แข็ง และไม่เป็นคลื่น

ข้อเสียของการเสริมหน้าผากด้วยซิลิโคน

  • การเสริมหน้าผากด้วยซิลิโคน ต้องเสียเวลาในการพักฟื้น
  • การเสริมหน้าผากด้วยซิลิโคน อาจทิ้งรอยแผลตรงบริเวณหนังศีรษะ 
  • เมื่ออายุเพิ่มมากขึ้น ส่งผลให้ผิวหนังบริเวณหน้าผากเกิดรอยเหี่ยวหย่น จนทำให้เห็นขอบซิลิโคนชัดขึ้น
  • หากมีการเลือกซิลิโคนที่มีความโหนก หรือนูนมากเกินไป อาจส่งผลให้ดูไม่เป็นธรรมชาติ
  • การเสริมหน้าผากด้วยซิลิโคน มีค่าใช้จ่ายที่สูงกว่าวิธีการอื่น

การเสริมหน้าผากด้วยซิลิโคน เหมาะกับผู้ที่มีปัญหา ดังนี้

  • บุคคลที่มีหน้าผากที่ย่น หรือมีหน้าผากที่แบน ทำให้ใบหน้าดูไม่มีมิติ การเสริมซิลิโคนหน้าผากจะช่วยเพิ่มความโค้งมนของหน้าผาก และทำให้ใบหน้าดูอ่อนกว่าวัย
  • บุคคลที่เจอปัญหาเกี่ยวกับความผิดปกติของกระดูกตรงบริเวณหน้าผากตั้งแต่เกิด เช่น หน้าผากนูนมากเกินไป หรือหน้าผากแบนมากไป
  • บุคคลที่มีปัญหาเกี่ยวกับหน้าผากแคบ ส่งผลให้ใบหน้าดูยาว การเสริมซิลิโคนจะช่วยเพิ่มความกว้างให้กับหน้าผาก และทำให้ใบหน้าดูสมส่วน
  • บุคคลที่มีหน้าผากถอยร่น ทำให้คิ้วดูใกล้กับตาเกินไป การเสริมหน้าผากจะช่วยดันหน้าผากให้ออกมาด้านหน้า ทำให้คิ้วห่างจากตา และทำให้ใบหน้าดูยาวขึ้น
  • บุคคลที่ต้องการปรับโหงวเฮ้ง และต้องการเสริมความมั่นใจ

เสริมหน้าผากที่ไหนดี

หน้าผาก ถือว่าเป็นสิ่งแรกที่คนส่วนใหญ่มองเห็น และเป็นส่วนสำคัญบนใบหน้า ซึ่งการจะเลือกคลินิกหรือสถานบริการที่จะทำการรักษาปัญหาเกี่ยวกับหน้าผาก ควรเลือกคลินีคที่มีลักษณะดังนี้

  • คลินิกหรือสถานบริการ ต้องมีใบอนุญาตสถานพยาบาลและเลขที่อนุญาตจำนวน 11 หลัก อย่างชัดเจน และสามารถตรวจสอบได้
  • ทีมแพทย์ต้องมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเวชกรรม หรือใบอนุญาตประกอบโรคศิลปะ และต้องมีความชำนาญในการรักษาเกี่ยวกับปัญหาหน้าผาก
  • คลินิกต้องเลือกใช้อุปกรณ์ หรือตัวยาที่เป็นของแท้ อย่างการเลือกใช้ฟิลเลอร์แท้ เพื่อลดความเสี่ยงที่จะเกิดอาการแพ้ 
  • คลินิกต้องมีบริการให้คำปรึกษา และสามารถตอบคำถามให้กับคนไข้ได้อย่างถูกต้อง
  • ต้องมีรีวิวจากผู้ที่เข้ามาใช้บริการจริง โดยเฉพาะเคสที่เกี่ยวกับหน้าผาก เช่น รีวิวฟิลเลอร์หน้าผาก เป็นต้น
  • คลินิกหรือสถานที่ให้บริการ ต้องมีทำเลที่ตั้ง และความสะดวกในการเดินทาง
  • คลินิกหรือสถานที่ให้บริการ ต้องได้มาตรฐาน และมีอุปกรณ์ที่เพียงพอเพื่อความปลอดภัย