โบท็อกรักแร้ แก้ปัญหาจักแร้เปียก ลดกลิ่น ได้อย่างไร ?

ปัญหารักแร้เปียกตลอดเวลาหรือมีเหงื่อบริเวณรักแร้ที่มากกว่าคนทั่วไป ปัญหานี้พบเจอได้บ่อยและเป็นปัญหาที่กวนใจได้ทั้ง ผู้ชายและผู้หญิง ปัจจุบันปัญหานี้ถูกแแก้ไขโดยการฉีดโบท็อกรักแร้ แต่ก็ยังมีใครหลายๆ คนที่ยังไม่รู้และยังสงสัยว่า โบท็อกสามารถลดเหงื่อได้จริงไหม ? ซึ่งในบทความนี้จะมาไขข้อสงสัยและอธิบายถึงการฉีดโบท็อกรักแร้เพื่อแก้ปัญหารักแร้เปียกกัน

โบท็อกรักแร้ หรือ โบท็อกจักแร้

โบท็อกรักแร้ คืออะไร ?

โบท็อกรักแร้ หรือโบท็อกจักแร้ คือ การฉีดสารที่ชื่อว่า โบทูลินั่ม ท็อกซิน ไท เอ (Botulinum Toxin Type A) ซึ่งสารตัวนี้จะออกฤทธิ์ ทำให้กล้ามเนื้อบริเวณที่ฉีดนั้นมีการทำงานลดลง จนเกิดการหดตัว และเกิดความกระชับ โดยโบท็อกจะช่วยในการทำให้ผิวหนังที่หย่อนคล้อยมีความเต่งตึง รวมถึงสามารถยับยั่งหรือลดเหงื่อบริเวณรักแร้ได้ โดยผลของโบท็อกสามารถอยู่ได้นาน 4-6 เดือน ขึ้นอยู่กับยี่ห้อและการดูแลหลังฉีดโบท็อกด้วย

โบท็อกรักแร้ ลดเหงื่อ ได้จริงไหม ?

การฉีดโบท็อกเพื่อลดเหงื่อที่รักแร้ สามารถลดได้จริง โดยปัจจุบันการฉีดโบท็อกรักแร้เป็นวิธีรักษารักแร้เปียกที่ได้รับความนิยมในปัจจุบัน เนื่องจากมีประสิทธิภาพสูงและปลอดภัย เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาเหงื่อออกมากบริเวณรักแร้จนส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวันและบุคลิกภาพ

รักแร้เปียก สาเหตุเกิดจากอะไร ?

ก่อนอื่นเลยเราต้องรู้ก่อนว่า “รักแร้เปียก” เกิดจากต่อมเหงื่อที่อยู่บริเวณรักแร้ทำงานผิดปกติ ทำให้เกิดอาการเหงื่อออกมาก ซึ่งสาเหตุของรักแร้เปียก จะสามารถแบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลักๆ ได้ดังนี้

  • สาเหตุจากปัจจัยภายใน ส่วนมากเกิดจากความผิดปกติของระบบประสาทที่คอยควบคุมการทำงานของต่อมเหงื่อ ส่งผลให้ต่อมเหงื่อบริเวณรักแร้ทำงานผิดปกติ ทำให้มีเหงื่อบริเวณรักแร้ออกมากเกินปกติ สาเหตุจากปัจจัยภายในอาจเกิดจากโรคต่างๆ ได้ด้วย เช่น โรคไทรอยด์เป็นพิษ โรคเบาหวาน โรคอ้วน โรควิตกกังวล เป็นต้น
  • สาเหตุจากปัจจัยภายนอก เกิดจากปัจจัยกระตุ้นจากภายนอก เช่น อากาศร้อน การออกกำลังกาย ความเครียด เป็นต้น

นอกจากสาเหตุที่เกิดจากปัจจัยภายในและภายนอกแล้ว รักแร้เปียกยังสามารถเกิดจากปัจจัยอื่นๆ ร่วมด้วย เช่น การใช้ยาบางชนิด ตัวอย่าง ยารักษาโรคความดันโลหิตสูง ยารักษาโรคซึมเศร้า เป็นต้น

รักแร้เปียก ส่งผลยังไง ?

รักแร้เปียก อาจจะไม่ได้ส่งผลแค่เพียงตัวเรา ในบางกรณีรักแร้เปียกยังอาจทำให้เกิดกลิ่นตัวแรง ซึ่งอาจทำให้ผู้อื่นรู้สึกไม่สบายใจ และส่งผลย้อนกลับมาให้เราขาดความมั่นใจในการพบเจอหรือพบปะผู้คน โดยบทความนี้ ขอแบ่งผลกระทบจากรักแร้เปียกออกเป็นด้าน 3 ด้าน เพื่อความเข้าใจ ดังนี้

  • ด้านร่างกาย รักแร้เปียกอาจทำให้รู้สึกไม่สบายตัว รู้สึกเหนียวเหนอะหนะ และอาจก่อให้เกิดอาการระคายเคืองที่บริเวณรักแร้ได้ แถมยังอาจทำให้เกิดกลิ่นตัวแรง ได้อีกด้วย
  • ด้านจิตใจ รักแร้เปียกอาจทำให้รู้สึกอาย ขาดความมั่นใจ และอาจส่งผลถึงบุคลิกภาพได้
  • ด้านสังคม รักแร้เปียกอาจทำให้รู้สึกถูกมองไม่ดีจากผู้อื่น และอาจทำให้เกิดกลิ่นตัว ส่งผลให้คนรอบข้างไม่อยากเข้าใกล้

ข้อดี-ข้อเสีย ของการฉีดโบท็อกรักแร้

ข้อดี ของการฉีดโบท็อกรักแร้เพื่อลดเหงื่อ

  • มีประสิทธิภาพสูง สามารถลดเหงื่อออกมากบริเวณรักแร้ได้จริง
  • ปลอดภัย เพราะโบท็อกเป็นสารที่ชื่อว่า โบทูลินั่ม ท็อกซิน ไท เอ (Botulinum Toxin Type A)ผ่านการทดสอบและรับรองความปลอดภัยจากองค์การอาหารและยา (FDA)
  • ใช้ระยะเวลาการรักษาสั้น โดยใช้เวลาประมาณ 15-20 นาที

ข้อเสีย ของการฉีดโบท็อกรักแร้เพื่อลดเหงื่อ

  • ราคาค่อนข้างสูง
  • ผลลัพธ์อาจไม่ถาวร จำเป็นต้องฉีดซ้ำทุกๆ 6-8 เดือน

โบท็อกรักแร้ ใช้กี่ยูนิต ?

หลายคนอาจจะตั้งคำถามเป็นหน่วย cc แต่จริงๆ แล้ว โบท็อกมีหน่วยที่ใช้ในการฉีดเป็น “ยูนิต” ซึ่งการฉีดโบท็อกเพื่อลดเหงื่อที่รักแร้ โดยทั่วจะอยู่ที่ประมาณ 50-100 ยูนิตต่อข้าง ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของอาการเหงื่อออกบริเวณรักแร้

โดยแพทย์จะเป็นผู้ประเมินปริมาณโบท็อกที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล และจะใช้เวลาประมาณ 15-20 นาที ในการรักษา ซึ่งแพทย์จะฉีดโบท็อกเข้าไปบริเวณรักแร้ประมาณ 20-30 จุด ผลลัพธ์ของการรักษาจะค่อยๆ ปรากฏให้เห็นภายใน 1-2 สัปดาห์ และจะอยู่ได้นานประมาณ 6-8 เดือน หลังจากนั้น ก็สามารถกลับมาฉีดโบท็อกซ้ำได้อีกครั้ง

ทำไมฉีดโบท็อกรักแร้ ถึงรักษาอาการรักแร้เปียก

โดยคุณสมบัติของโบท็อก (Botulinum toxin type A) จะทำการยับยั้งการทำงานของกล้ามเนื้อและสามารถควบคุมเส้นประสาท ซึ่งในการรักษารักแร้เปียก แพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะทำการฉีดโบท็อกเข้าไปควบคุมการทำงานของต่อมเหงื่อ เมื่อโบท็อกเข้าไปยับยั้งการทำงานจะทำให้ต่อมเหงื่อบริเวณรักแร้ก็จะทำงานน้อยลง ส่งผลให้เหงื่อออกมากบริเวณรักแร้ลดลง


สรุปแล้ว การฉีดโบท็อกรักแร้ เพื่อลดอาการรักแร้เปียก ที่ส่งผลกระทบในหลายๆ ด้าน รวมถึงอาจจะกระทบถึงชีวิตประจำวันของเราด้วยนั้น สามารถฉีดได้ และเห็นผลได้จริง แต่ควรจะได้รับการฉีดหรือได้เข้ารับการปรึกษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อน เพราะการฉีดโบท็อกยับยั้งเหงื่อบริเวณรักแร้ จะต้องทำการฉีดเข้าสู่กล้ามเนื้อและเส้นประสาท ซึ่งทาง หมอส้ม หมอเกรซ ทีมแพทย์จาก Mudan Pavilion ยินดีให้คำปรึกษาฟรี โดยไม่มีค่าใช้จ่าย