ปากกาลดน้ำหนักตอนนี้ฮิตกันทั้งบ้านทั้งเมือง เห็นในโซเชียลก็เต็มไปหมด บางคนลดได้จริง หุ่นดีขึ้นชัดเจน แต่ก็มีเสียงเตือนเรื่องผลข้างเคียงไม่น้อย จนหลายคนเริ่มลังเลว่าตกลงปากกาลดน้ําหนักอันตรายไหม ใช้แล้วจะเสี่ยงตับพัง ไตพัง หรือมีผลเสียระยะยาวไหม วันนี้จะพาไปฟังมุมมองจากหมอโดยตรง ไม่มีกั๊ก ไม่มีเคลือบ พูดกันแบบตรงไปตรงมาว่าอันตรายจริงหรือแค่ดราม่าเกินจริง
Main Idea
- ปากกาลดน้ำหนัก เป็นยาฉีดใต้ผิวหนังที่เลียนแบบฮอร์โมน GLP-1 และ GIP ช่วยส่งสัญญาณให้สมองรู้สึกอิ่มนาน ลดความอยากอาหาร ชะลอการย่อยในกระเพาะ และปรับระดับน้ำตาลในเลือดให้คงที่ จึงช่วยควบคุม และลดน้ำหนักได้อย่างมีประสิทธิภาพ
- ปากกาลดน้ำหนักช่วยให้อิ่มไว ลดกินจุกจิก และปรับสุขภาพเลือดได้อย่างปลอดภัยผ่านการเลียนแบบฮอร์โมน GLP-1 เหมาะกับผู้ที่มี BMI ≥ 30 (หรือ ≥ 27 ร่วมกับโรคเรื้อรัง) คนดื้อยา ลดยาก เคยโยโย่ หรือมีพฤติกรรมกินจุบจิบที่ต้องการลดน้ำหนักอย่างปลอดภัย
- ปากกาลดน้ำหนักไม่อันตราย หากมีการใช้อย่างถูกวิธีภายใต้การดูแลของแพทย์ แต่สามารถเกิดผลข้างเคียง และมีความเสี่ยงได้

ปากกาลดน้ำหนัก คืออะไร ?
ปากกาลดน้ำหนัก (Weight Loss Injection Pen) คือ นวัตกรรมทางการแพทย์ที่มาในรูปแบบของยาฉีดเข้าชั้นไขมันบริเวณใต้ผิวหนัง โดยตัวบรรจุยาจะถูกออกแบบให้มีขนาด และรูปร่างที่คล้ายกับปากกาขนาดใหญ่ มาพร้อมกับเข็มที่มีขนาดเล็กมาก ซึ่งใช้ฉีดเพื่อควบคุม และลดน้ำหนัก โดยปากกาลดน้ำหนักที่ได้รับความนิยมและได้รับการรับรองในประเทศไทย มี 3 ยี่ห้อหลัก ๆ ได้แก่ Mounjaro, Wegovy และ Saxenda
สำหรับตัวยาที่ใช้ คือ GLP-1 (Glucagon-Like Peptide-1) เป็นฮอร์โมนชนิดหนึ่งที่ลำไส้เล็กมีการหลั่งออกมาตามธรรมชาติหลังจากการรับประทานอาหาร โดยสำหรับทางการแพทย์ได้นำฮอร์โมนนี้ หรือสารที่มีการออกฤทธิ์เลียนแบบมาพัฒนาเป็นยาสำหรับการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด และใช้เป็นยาลดน้ำหนักที่มีประสิทธิภาพสูง และGIP เป็นฮอร์โมนที่สร้างมาจากเซลล์ K-cells ในลำไส้เล็กส่วนต้น ซึ่งจะเกิดการหลั่งออกมาเมื่อร่างกายได้รับประทานอาหาร โดยเฉพาะไขมัน และน้ำตาล
หลักการทำงานของปากกาลดน้ำหนัก คือ ทำหน้าที่เป็น GLP-1 Receptor Agonist หรือสารที่เข้าไปจับกับตัวรับฮอร์โมน GLP-1 (Glucagon-Like Peptide-1) ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่ลำไส้เล็กจะหลั่งออกมาหลังจากที่รับประทานอาหาร เพื่อทำการส่งสัญญาณบอกร่างกายว่าอิ่มแล้ว โดยตัวยาจะทำงานผ่าน 3 กลไกหลักในร่างกาย ดังนี้
- ส่งสัญญาณตรงสู่สมอง หลังจากการฉีดตัวยาจะวิ่งไปจับกับตัวรับสัญญาณที่สมองส่วนไฮโปทาลามัส (Hypothalamus) ทำหน้าที่ควบคุมความหิว และความอิ่ม ส่งผลให้รู้สึกอิ่มนานขึ้น ไม่หิวบ่อย ลดความอยากอาหาร และลดการทานจุบจิบ
- ชะลอการบีบตัวของกระเพาะอาหาร ตัวยาจะเข้าไปสั่งการให้กระเพาะอาหารบีบตัวช้าลง ส่งผลให้อาหารที่รับประทานเข้าไปอยู่ในกระเพาะนานกว่าปกติ ทำให้อิ่มแน่น และทานได้นานลง
- ปรับสมดุลน้ำตาล และอินซูลิน ตัวยาจะเข้าไปกระตุ้นให้ตับอ่อนหลั่งฮอร์โมนอินซูลิน (Insulin) ออกมาเฉพาะตอนที่น้ำตาลในเลือดสูง เพื่อดึงน้ำตาลไปใช้ และช่วยยับยั้งการหลั่งฮอร์โมนกลูคากอน (Glucagon) ที่ทำหน้าที่ผลิตน้ำตาลเพิ่ม ทำให้ร่างกายควบคุมระดับน้ำตาลได้นิ่งขึ้น ไม่แกว่งจนเกิดอาการหน้ามืด หรือหิวมาก
ข้อเสีย ปากกาลดน้ำหนัก
ปากกาลดน้ำหนัก เป็นยาฉีดที่มีการเลียนแบบฮอร์โมนที่ลำไส้เล็กมีการหลั่งออกมาตามธรรมชาติหลังจากการรับประทานอาหาร ซึ่งจะช่วยทำให้เรารู้สึกอิ่มนานขึ้น ลดความอยากอาหาร และการชะลอการบีบตัวของกระเพาะอาหาร แม้ปากกาลดน้ำหนักจะได้รับการยอมรับทางการแพทย์ว่ามีประสิทธิภาพสูง แต่ก็ยังมีข้อเสีย เช่น เมื่อทานอาหารได้น้อยลงอย่างรวดเร็ว ร่างกายจะมีการดึงไขมัน และกล้ามเนื้อไปใช้ หากไม่มีการทานโปรตีนให้เพียงพอ และไม่ออกกำลังกายเสริมสร้างกล้ามเนื้อ จะทำให้ระบบเผาผลาญลดลง จนทำให้เกิดภาวะกล้ามเนื้อฝ่อลีบ และมวลกล้ามเนื้อลดลง นอกจากนี้การทานอาหารน้อยลงติดต่อกันเป็นเวลานาน อาจจะทำให้ขาดโปรตีน วิตามิน และเกลือแร่ที่จำเป็นต่อร่างกาย จะทำให้เกิดภาวะขาดสารอาหาร รวมถึงเกิดความเสี่ยงโยโย่หลังหยุดยา เนื่องจากตัวยาที่ฉีดไม่ได้แก้ไขพฤติกรรมการกินถาวร หากหยุดฉีดแล้วกลับไปกินในปริมาณเท่าเดิม อาจจะทำให้น้ำหนักดีดกลับขึ้นมาเท่าเดิม หรือมากกว่าเดิม สุดท้ายอาจทำให้เกิดผลกระทบทางด้านการเงิน เนื่องจากตัวยามีราคาค่อนข้างสูง และมักจะต้องมีการใช้อย่างต่อเนื่องหลายเดือนเพื่อรักษาผลลัพธ์
ทำไมและใคร ? ควรใช้ปากกาลดน้ําหนัก
ปากกาลดน้ำหนัก จะมีกลไกการทำงานที่ควบคุมความหิวอย่างมีประสิทธิภาพ เนื่องจากตัวยามีการเลียนแบบฮอร์โมน GLP-1 ที่ช่วยส่งสัญญาณไปยังสมองให้รู้สึกอิ่มเร็วขึ้น และชะลอการบีบตัวของกระเพาะอาหาร ส่งผลให้รู้สึกอิ่มนานขึ้น และไม่รู้สึกหิวจุกจิก นอกจากนี้ยังลดความเสี่ยงโรคเรื้อรัง ช่วยเรื่องควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ลดระดับไขมัน และลดความดันโลหิต ซึ่งจะส่งผลดีต่อระบบหัวใจ และหลอดเลือดในระยะยาว สุดท้ายปากกาลดน้ำหนักมีความปลอดภัยมากกว่ายาลดน้ำหนักกลุ่มเดิม เพราะยาที่ใช้ได้รับการรับรองจากองค์กรอาหารและยา สำหรับเรื่องการลดน้ำหนักโดยเฉพาะ
ปากกาลดน้ำหนักจึงเหมาะกับบุคคลที่มีดัชนีมวลกาย (BMI) ≥ 30 หรือ ≥ 27 และโรคเรื้อรัง เช่น โรคเบาหวาน โรคความดัน และโรคไขมันในเลือดสูง เป็นต้น บุคคลที่มีไขมันสะสมเฉพาะจุด เช่นบริเวณหน้าท้อง ต้นแขน และขา บุคคลที่ดื้อยาแม้จะมีการควบคุมอาหาร หรือออกกำลังกาย และลดน้ำหนักยาก บุคคลที่ประสบปัญหาเรื่อง โยโย่เอฟเฟกต์ หลังการลดน้ำหนักด้วยวิธีอื่น บุคคลที่ต้องการลดน้ำหนักอย่างปลอดภัย แบบไม่ทำลายสุขภาพ และบุคคลที่มีการรับประทานอาหารในปริมาณมากแบบผิดปกติ หรือติดนิสัยการกินจุบจิบ

สรุป ปากกาลดน้ําหนัก อันตรายไหม ?
ปากกาลดน้ำหนักไม่อันตราย หากมีการใช้อย่างถูกวิธีภายใต้การดูแลของแพทย์ แต่สามารถเกิดผลข้างเคียง และมีความเสี่ยงได้หากไม่ผ่านการประเมินจากแพทย์เพื่อคำนวณขนาดยาที่เหมาะสม หรือตรวจเช็คร่างกายก่อนเริ่มใช้ยา นอกจากนี้หากมีการหยุดยาแล้วไม่ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกิน น้ำหนักก็สามารถกลับมาเพิ่มขึ้นได้ รวมถึงตัวยาที่ใช้ซื้อมาจากแหล่งที่ไม่ได้มาตรฐาน ก็อาจทำให้เกิดอันตราย





