ฟิลเลอร์เป็นอะไรที่หลายคนอยากลองแต่ก็มีคำถามในใจเต็มไปหมด ฉีดแล้วเจ็บไหม อยู่ได้นานแค่ไหน ถ้าไม่ชอบผลลัพธ์จะแก้ไขได้หรือเปล่า หรือฉีดบ่อยๆ จะเป็นอันตรายไหม เพราะเป็นเรื่องเกี่ยวกับหน้าตาที่ต้องอยู่กับเราไปอีกนาน ใครๆ ก็อยากศึกษาให้ดีก่อนตัดสินใจทำจริง วันนี้เลยรวบรวมคำถามที่คนสงสัยกันมากที่สุดเกี่ยวกับฟิลเลอร์มาตอบให้ครบ จะได้หายข้องใจกันไปเลย
ฟิลเลอร์ (Filler) คืออะไร ?
ฟิลเลอร์ คือ สารสังเคราะห์ชนิดหนึ่งที่สามารถสลายได้เองตามธรรมชาติ คงตัวได้ดี และผลข้างเคียงน้อย โดยสารที่นิยมใช้ในปัจจุบัน คือ ไฮยาลูโลนิก (Hyaluronic Acid) ผลิตขึ้นมาเพื่อเลียนแบบสารที่อยู่ภายในร่างกายตามธรรมชาติ ใช้ทดแทนส่วนสำคัญของโครงสร้างผิว คอลลาเจน และอีลาสติน ที่มีปริมาณลดลงเมื่ออายุเพิ่มขึ้น
การฉีดฟิลเลอร์ คืออะไร ?
ฉีดฟิลเลอร์ คือ หัตถการเสริมความงามเพื่อรักษาริ้วรอย รอยร่องลึก และแก้ไขโครงสร้างใบหน้า ด้วยการฉีดสารเติมเต็มประเภทไฮยาลูโลนิก เข้าไปในชั้นผิวที่เริ่มเสื่อมสภาพ และเกิดการยุบตัวลงเมื่ออายุเพิ่มขึ้น
ฟิลเลอร์ ช่วยเรื่องอะไรบ้าง ?
ฟิลเลอร์ช่วยเติมเต็มช่องว่างบริเวณใต้ชั้นผิวหนังที่เกิดการยุบตัวลง ทำให้ผิวหนังเรียบเนียน เต่งตึง เติมเต็มรอยหลุมสิว ปรับสภาพผิว และแก้ปัญหาริ้วรอยร่องลึก ร่องแก้ม ร่องใต้คา นอกจากนี้ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น ทำให้ใบหน้าดูอิ่มน้ำ และช่วยปรับรูปหน้าให้ดูเป็นธรรมชาติ
ฉีดฟิลเลอร์ อันตรายไหม เจ็บไหม ?
การฉีดฟิลเลอร์ไม่เจ็บและไม่อันตราย หากทำการฉีดโดยแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญ และฟิลเลอร์ที่เลือกใช้เป็นของแท้ ได้รับการรับรองจากองค์การอาหารและยา (อย.) เนื่องจากฟิลเลอร์ประเภทนี้สามารถสลายได้เองตามธรรมชาติ หรือหากไม่พอใจกับผลลัพธ์สามารถฉีดสลายได้
อาการที่มักพบหลังฉีดฟิลเลอร์ ?
หลังจากการฉีดฟิลเลอร์อาจมีอาการบวม และรอยแดงจากเข็มฉีดยา แต่ภายใน 14 วัน อาการบวมจะยุบลง ส่วนรอยแดงจะจางลงภายใน 2 – 3 วันหลังจากการฉีด
ฟิลเลอร์ ผลลัพธ์อยู่ได้นานเท่าไร ?
ตามปกติผลลัพธ์จะอยู่ได้ประมาณ 6 – 24 เดือน แต่ระยะเวลาการคงอยู่อาจมีการเปลี่ยนแปลง ขึ้นอยู่กับปริมาณที่ใช้ และเทคโนโลยีการผลิต ที่ส่งผลต่อคุณสมบัติ ความแข็ง ความยืดหยุ่น การกระจายตัวของยา และขนาดของฟิลเลอร์ เป็นต้น ด้วยสาเหตุเหล่านี้ทำให้ฟิลเลอร์แต่ละยี่ห้อ แต่ละรุ่น ระยะเวลาคงอยู่ของผลลัพธ์ต่างกัน
ก่อนการฉีดฟิลเลอร์ ควรเตรียมตัวอย่างไร ?
- งดการทานกลุ่มยาต้านการอักเสบ (NSAIDs) เช่น Aspirin, Ibuprofen, Diclofenac และ Naproxen อย่างน้อย 7 วันก่อนการฉีด เพื่อป้องกันภาวะเลือดหยุดไหลช้า
- งดการทานอาหารเสริม เช่น Fish Oil, วิตามิน E, สารสกัดจากแปะก๊วย, โสม, กระเทียมอัดเม็ด และสมุนไพรที่มีฤทธิ์กระตุ้นการไหลเวียนเลือด อย่างน้อย 7 วันก่อนการฉีด
- งดการทายาผลัดเซลล์ผิว เช่น กลุ่ม Retinoids, AHA, BHA และ Glycolic Acid อย่างน้อย 5 วันก่อนการฉีด เพื่อป้องกันการอักเสบ และผิวไวต่อการสัมผัส
- งดการดึง การโกน การแว็กซ์ การเลเซอร์ การนวด หรือการใช้ครีมกำจัดขนตรงบริเวณที่ฉีด อย่างน้อย 5 วันก่อนการฉีด เพื่อป้องกันการติดเชื้อ
- งดดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ อย่างน้อย 2 วันก่อนการฉีด เพราะจะทำให้หลอดเลือดเกิดการขยายตัว ส่งผลให้เลือดมีการสูบฉีดแรงกว่าปกติ ทำให้ช้ำง่าย และบวมนาน
- งดการสูบบุหรี่ เป็นเวลา 1 วันก่อนการฉีด เนื่องจากสารนิโคตินจะทำให้การไหลเวียนเลือดไม่ดี ส่งผลต่อการสมานแผล
- งดการทำกิจกรรมที่จะเพิ่มอุณภูมิภายในร่างกาย เช่น การ Cardio หนักๆ การอบซาวน่า หรือการแช่น้ำร้อน เป็นเวลา 1 วัน
- หากมีโรคประจำตัว ประวัติแพ้ยา หรือยาที่ต้องทานเป็นประจำ ควรแจ้งแพทย์ก่อนการฉีด
- หากตรงบริเวณที่ทำการฉีดเกิดการอักเสบ หรือติดเชื้อ ควรเลื่อนการฉีดออกไปก่อน จนกว่าผิวจะเป็นปกติ
หลังจากการฉีดฟิลเลอร์ ควรดูแลตัวเองยังไง ?
- งดการสัมผัสบริเวณที่ทำการฉีด เป็นเวลา 14 วันหลังการฉีด เพราะจะทำให้ฟิลเลอร์เกิดการเคลื่อนตัวผิดตำแหน่ง
- หลีกเลี่ยงการโดนความร้อน หรือกิจกรรมที่ทำให้หน้าแดง อย่างน้อย 1 เดือน เพื่อป้องกันการอักเสบ และไม่ให้ฟิลเลอร์เกิดการเคลื่อตัวไปยังบริเวณอื่น
- งดการทายา หรือวิตามินที่ทำให้เลือดออกมากขึ้น เช่น แอสไพริน , วิตามินอี และใบแป๊ะก๊วย เป็นเวลา 7 วัน
- งดดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และสูบบุหรี่ เป็นเวลา 14 วัน
- งดการแต่งหน้า อย่างน้อย 1 วัน เพราะเครื่องสำอางจะทำให้เกิดการอักเสบ
- ดื่มน้ำให้เพียงพออย่างน้อยวันละ 8 – 10 แก้ว เพราะฟิลเลอร์จะดูดซึมน้ำ ทำให้ดูอิ่มฟู และผลลัพธ์อยู่ได้นานขึ้น
- การประคบเย็น ร่วมกับการดื่มน้ำใบบัวบก หรือน้ำฝักทอง จะช่วยลดอาการบวมได้ไวขึ้น
- ทานยาที่แพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด เพื่อลดโอกาสการเกิดผลข้างเคียง
- สังเกตอาการตัวเองหลังการฉีด เช่น สีผิว อาการปวด หรือความบวม หากเกิดความผิดปกติให้รีบไปพบแพทย์ทันที
ถ้าไม่ชอบผลลัพธ์ สามารถแก้ไขหรือเอาออกไปได้ไหม ?
ไม่ต้องกังวลเลยสำหรับเรื่องนี้ เพราะว่าในหลายๆ ครั้ง คนไข้ที่ทำการฉีดฟิลเลอร์บางครั้งอาจเกิดปัญหาที่ไม่พึงประสงค์ เช่น ฟิลเลอร์เป็นก้อน บวม ไม่เป็นธรรมชาติ หรือต้องการแก้ไขรูปหน้าใหม่ ซึ่งกรณีเหล่านี้สามารถแก้ไขได้ด้วยวิธี “ฉีดสลายฟิลเลอร์” (สามารอ่านเพิ่มเติมได้) และแน่นอนว่า การฉีดสลายฟิลเลอร์ เป็นหัตถการทางด้านความงานที่มีความปลอดภัย ไม่อันตราย แต่ต้องทำการฉีดโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ มีความชำนาญ
ฟิลเลอร์ สามารถฉีดบ่อย ๆ ได้ไหม ?
ฉีดฟิลเลอร์ซ้ำหรือฉีดบ่อย ๆ ได้แน่นอน เพราะฟิลเลอร์ส่วนใหญ่เป็นสารที่สลายไปเองตามธรรมชาติ ไม่ได้อยู่ถาวร จึงสามารถเติมซ้ำเพื่อคงผลลัพธ์ที่ชอบไว้ได้ต่อเนื่อง โดยฟิลเลอร์ชนิด HA ซึ่งนิยมใช้มากที่สุดมักอยู่ได้ประมาณ 4–12 เดือน จึงมักพิจารณาเติมเมื่อผลเริ่มจางลง แต่หากต้องการเติมแต่งเล็กน้อย (Touch-up) อาจทำได้เร็วขึ้นประมาณ 2–4 สัปดาห์หลังฉีดครั้งแรก หลังอาการบวมยุบและประเมินผลลัพธ์ชัดเจนแล้ว ทั้งนี้ไม่ควรฉีดถี่เกินไปโดยไม่ประเมินของเดิมก่อน เพราะอาจทำให้เกิดการเติมมากเกินไป แล้วทำให้เป็นก้อน หรือผิวไม่เรียบเนียนได้ ควรให้แพทย์ผู้เชี่ยวชาญประเมินก่อนทุกครั้ง
ก่อนฉีดฟิลเลอร์ แต่งหน้าได้ไหม ?
ก่อนฉีดฟิลเลอร์สามารถแต่งหน้าได้ เพราะเจ้าหน้าที่จะมีการทำความสะอาดใบหน้าด้วยคลินซิ่งสูตรอ่อนโยน ก่อนการฉีดอยู่แล้ว
เป็นสิว ฉีดฟิลเลอร์ได้ไหม ?
ส่วนใหญ่แพทย์จะพิจารณาจากประเภทของสิว และตำแหน่งที่ทำการฉีด เช่น สิวอุดตันเล็กน้อยสามารถฉีดได้ แต่ถ้าเป็นสิวอักเสบ สิวหัวช้าง หรือผิวเกิดการติดเชื้อ แพทย์จะแนะนำให้เลื่อนออกไปก่อน เพราะอาจทำให้เกิดการอักเสบ หรือเกิดการติดเชื้อลุกลามจนกลายเป็นหนอง

หลังฉีดฟิลเลอร์ห้ามทานอะไร ?
จริง ๆ แล้วสำหรับข้อห้ามเรื่องการรับประทานอาหารหรือขนมหลังฉีดฟิลเลอร์จะไม่ค่อยเข้มงวดเท่าไหร่ โดยหลัก ๆ เลยจะเป็นงดอาหารและเครื่องดื่มร้อนจัด หรือเย็นจัด งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ รวมถึงงดอาหารที่อาจทำให้เกิดอาการแพ้ เช่นอาหารทะเล เพราะอาจทำให้เกิดอาการแพ้บริเวณที่ฉีด filler ได้ อย่างไรก็ตามสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ [ข้อปฏิบัติ] ก่อน-หลัง ฉีดฟิลเลอร์ห้ามกินอะไร
ฉีดฟิลเลอร์ที่คลินิกไหนดี ?
คลินิก หรือสถานพยาบาลที่ได้มาตรฐาน จะต้องมีใบอนุญาตประกอบกิจการสถานพยาบาล และใบอนุญาตดำเนินการ 11 หลัก ซึ่งออกโดยกระทรวงสาธารณสุข หรือมีการติดป้ายชื่อสถานพยาบาล เลขที่ใบอนุญาต และการแสดงชื่อพร้อมรูปถ่ายของแพทย์ที่ทำการตรวจรักษาหน้าห้องตรวจ รวมถึงต้องมีรีวิวที่น่าเชื่อถือด้วย อย่างไรก็ตาม สามารถคลิ๊กดูรายละเอียดว่า วิธีเลือกฉีดฟิลเลอร์ที่ไหนดี จะต้องดูอะไรบ้างตามลิงก์ที่แนบไว้ได้เลย








