เคยได้ยินคำว่า “ปักปากกาลดน้ำหนัก” แล้วงงไหมว่ามันคืออะไรกันแน่ ทำไมช่วงนี้ใครๆ ก็พูดถึง ทั้งในโซเชียล รีวิว หรือแม้แต่เพื่อนที่รู้จักก็เริ่มลองกันแล้ว หลายคนสงสัยว่าจริงๆ แล้วมันคือการฉีดตัวยาอะไรเข้าไป ทำงานยังไงถึงช่วยให้อิ่มไวและกินน้อยลง แล้วที่บอกว่าน้ำหนักลงเห็นผลจริงๆ นี่จริงหรือแค่คำโฆษณา ก่อนจะตัดสินใจลองใช้ ลองมาทำความรู้จักให้ชัดๆ กันก่อนดีกว่า จะได้รู้ว่าเหมาะกับตัวเองหรือเปล่า
Main Idea
- ปักปากกาลดน้ำหนัก คือ หัตถการเพื่อควบคุมน้ำหนัก และรักษาโรคอ้วน โดยตัวยาที่ใช้จะเป็นกลุ่ม GLP-1 Receptor Agonist เช่น Liraglutide, Semaglutide หรือบางสูตรจะผสม GIP Agonist เช่น Tirzepatide ทำให้รู้สึกอิ่มนานขึ้น ลดความอยากอาหาร และควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด
- ปักปากกาลดน้ำหนักช่วยให้น้ำหนักลดได้จริง โดยจะลดได้ประมาณ 5% – 15% ของน้ำหนักเริ่มต้นภายในระยะเวลา 6–12 เดือน แต่ระยะเวลาอาจมีการเปลี่ยนแปลงขึ้นอยู่กับขนาดของยา หรือการตอบสนองของร่างกายของแต่ละบุคคล
- ปากกาลดน้ำหนักเหมาะกับบุคคลที่มีดัชนีมวลกาย (BMI) ≥ 30 หรือ ≥ 27 และโรคเรื้อรัง และบุคคลที่มีไขมันสะสมเฉพาะจุด ดื้อยาแม้จะมีการควบคุมอาหาร หรือออกกำลังกาย รวมถึงบุคคลที่ประสบปัญหาเรื่องโยโย่เอฟเฟกต์
- ปากกาลดน้ำหนักมีหลากหลายยี่ห้อ ซึ่งแตกต่างกันตรงตัวยา กลไกการออกฤทธิ์ และความถี่ในการฉีด ซึ่งประเทศไทยปากลดน้ำหนักที่ผ่านอย เช่น Mounjaro, Wegovy, Ozempic,Saxenda
ปักปากกาลดน้ำหนัก คืออะไร
ปักปากกาลดน้ำหนัก คือ หัตถการที่ถูกออกแบบมาเพื่อควบคุมน้ำหนัก และรักษาโรคอ้วน โดยจะเป็นการใช้อุปกรณ์ทางการแพทย์ที่มีลักษณะคล้ายกับปากกาขนาดใหญ่ ใช้สำหรับฉีดยาควบคุมน้ำหนักเข้าใต้ผิวหนังด้วยเข็มขนาดเล็ก ซึ่งตัวยาที่ใช้จะเป็นกลุ่ม GLP-1 Receptor Agonist เช่น Liraglutide, Semaglutide หรือบางสูตรจะผสม GIP Agonist เช่น Tirzepatide
โดยปากกาลดน้ำหนักจะมีการออกฤทธิ์คล้ายกับฮอร์โมน GLP-1 (Glucagon-Like Peptide 1) เข้าสู่ร่างกาย เพื่อส่งสัญญาณไปยังสมองส่วนไฮโปธาลามัส ส่งผลให้เกิดการชะลอการบีบตัวของกระเพาะอาหาร ทำให้อาหารมีการย่อยช้าลง และรู้สึกอิ่มนานขึ้น ทั้งยังลดความอยากอาหาร ทำให้รับประทานอาหารน้อยลง และควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ซึ่งตัวยาจะกระตุ้นให้ตับอ่อนหลั่งอินซูลินเพิ่มขึ้นเมื่อระดับน้ำตาลในเลือดสูงกว่าปกติ ช่วยปรับสมดุลระดับน้ำตาลให้คงที่ และลดการหลั่งฮอร์โมนกลูคากอน (Glucagon) ที่เพิ่มระดับน้ำตาลในเลือด
ตัวยาและคุณสมบัติของปากกาลดน้ำหนัก
สำหรับตัวยาที่ใช้ คือ GLP-1 (Glucagon-Like Peptide-1) เป็นฮอร์โมนชนิดหนึ่งที่ลำไส้เล็กมีการหลั่งออกมาตามธรรมชาติหลังจากการรับประทานอาหาร โดยสำหรับทางการแพทย์ได้นำฮอร์โมนนี้ หรือสารที่มีการออกฤทธิ์เลียนแบบมาพัฒนาเป็นยาสำหรับการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด และใช้เป็นยาลดน้ำหนักที่มีประสิทธิภาพสูง และ GIP เป็นฮอร์โมนที่สร้างมาจากเซลล์ K-cells ในลำไส้เล็กส่วนต้น ซึ่งจะเกิดการหลั่งออกมาเมื่อร่างกายได้รับประทานอาหาร โดยเฉพาะไขมัน และน้ำตาล

ปากกาลดน้ำหนักเหมาะกับใคร
ปากกาลดน้ำหนักเหมาะกับบุคคลที่มีดัชนีมวลกาย (BMI) ≥ 30 หรือ ≥ 27 และโรคเรื้อรัง เช่น โรคเบาหวาน โรคความดัน และโรคไขมันในเลือดสูง เป็นต้น บุคคลที่มีไขมันสะสมเฉพาะจุด เช่นบริเวณหน้าท้อง ต้นแขน และขา บุคคลที่ดื้อยาแม้จะมีการควบคุมอาหาร หรือออกกำลังกาย และลดน้ำหนักยาก บุคคลที่ประสบปัญหาเรื่องโยโย่เอฟเฟกต์ หลังการลดน้ำหนักด้วยวิธีอื่น บุคคลที่ต้องการลดน้ำหนักอย่างปลอดภัย แบบไม่ทำลายสุขภาพ และบุคคลที่มีการรับประทานอาหารในปริมาณมากแบบผิดปกติ หรือติดนิสัยการกินจุบจิบ
ปักปากกาลดน้ำหนัก ลดได้จริงไหม ?
ปักปากกาลดน้ำหนักช่วยให้น้ำหนักลดได้จริง โดยจะลดได้ประมาณ 5% – 15% ของน้ำหนักเริ่มต้นภายในระยะเวลา 6–12 เดือน แต่ระยะเวลาอาจมีการเปลี่ยนแปลงขึ้นอยู่กับขนาดของยา หรือการตอบสนองของร่างกายของแต่ละบุคคล และทำให้สัดส่วนเกิดความกระชับขึ้น เนื่องจากตัวยาจะช่วยลดความอยากอาหาร ทำให้ไขมันสะสมลดลง ส่งผลให้สัดส่วนตรงบริเวณหน้าท้อง และรอบเอวจะลดลงอย่างเห็นได้ชัด นอกจากนี้ทำให้รู้สึกอิ่มเร็วขึ้น และอิ่มนานขึ้น ทำให้ลดความอยากของหวาน และของมัน รวมถึงไม่ทำให้เกิดอาการอ่อนเพลียจากการอดอาหาร
ผลข้างเคียงที่อาจจะเกิดขึ้นได้
ปากกาลดน้ำหนัก เป็นยากลุ่ม GLP-1 receptor agonist ซึ่งจะมีการออกฤทธิ์ที่ทำให้เรารู้สึกอิ่มนานขึ้น และลดความอยากอาหาร แม้การฉีดจะมีข้อดีมากมาย แต่ก็อาจจะเกิดผลข้างเคียงได้ ซึ่งผลข้างเคียงที่เรามักพบเห็นในช่วง 1 – 4 สัปดาห์แรกหลังจากการฉีด เช่น อาการคลื่นไส้ อาเจียน ท้องอืด ท้องผูก ท้องเสีย ปวดหัว รู้สึกอ่อนเพลีย ปากแห้ง คอแห้ง และขมคอ ส่วนผลข้างเคียงที่รุนแรง มักพบเห็นได้น้อย เช่น เสี่ยงตับอ่อนอักเสบ นิ่วในถุงน้ำดี และห้ามใช้ในบุคคลที่มีคนในครอบครัวมีประวัติมะเร็งไทรอยด์ นอกจากนี้หากบุคคลใดมีการหยุดยาแบบไม่ถูกวิธี อาจจะมีโอกาสสูงที่จะเกิดการโยโย่ได้ เพราะ ยาจะทำหน้าที่แค่กดความอยากอาหารเพียงชั่วคราว เมื่อมีการหยุดยาความอยากอาหารก็จะกลับมาเท่าเดิม หากไม่มีการปรับพฤติกรรมการกิน และสูญเสียมวลกล้ามเนื้อไป น้ำหนักจะเด้งกลับมาเหมือนเดิมทันที
ตัวอย่างยี่ห้อปากกาลดน้ำหนักที่ผ่าน อย. ในไทย

Mounjaro
Mounjaro หรือชื่อทางค้าของตัวยาคือ “Tirzepatide” จัดเป็นยาฉีดในกลุ่มของ Dual GIP และ GLP-1 receptor agonist ซึ่งเป็นยาฉีดเพื่อลดน้ำหนักแบบใหม่ และควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด โดย Mounjaro จะช่วยควบคุมความหิว ทำให้อิ่มนานขึ้นแบบไม่ต้องทำการอดอาหาร ช่วยให้ระบบเผาผลาญในร่างกายดีขึ้น ช่วยควบคุมเมตาบอลิซึม และหลังจากการฉีดสามารถลดน้ำหนักตัวได้มากกว่า 15% – 20% หรืออาจมากกว่านั้น ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย รวมถึงยังได้รับการอนุมัติจาก FDA ของสหรัฐอเมริกา เพื่อใช้สำหรับการรักษาโรคเบาหวานชนิดที่ 2 และเพื่อใช้สำหรับการควบคุมน้ำหนัก

Wegovy
Wegovy หรือชื่อทางการค้าของตัวยาคือ “Semaglutide” เป็นการเลียนแบบการทำงานของฮอร์โมน GLP-1 (Glucagon-Like Peptide-1) เพียงอย่างเดียว โดยฮอร์โมน GLP-1 จะทำหน้าที่กระตุ้นให้เกิดการหลั่งอินซูลิน ที่คอยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ช่วยยับยั้งการหลั่งฮอร์โมน Glucagon ที่เป็นตัวเพิ่มระดับน้ำตาลในเลือด ช่วยชะลอการส่งอาหารออกจากทางกระเพาะอาหาร ส่งผลให้อิ่มนานขึ้น อิ่มเร็ว และลดความอยากอาหาร รวมถึงช่วยกระตุ้นระบบเผาผลาญไขมัน รวมถึงสามารถลดน้ำหนักตัวได้เฉลี่ยประมาณ 15% หรืออาจจะมากกว่า

Ozempic
Ozempic เป็นยาฉีดเบาหวานชนิดปากกา โดยมีตัวยาสำคัญ คือ เซมากลูไทด์ (Semaglutide) ที่เหมือนกับ Wegovy ซึ่ง Ozempic จัดเป็นยาในกลุ่ม GLP-1 receptor agonist ออกฤทธิ์เลียนแบบฮอร์โมน GLP-1 ในร่างกาย ส่งผลให้ร่างกายรู้สึกอิ่ม ลดความอยากอาหาร แล้วยังกระตุ้นการหลั่งอินซูลินเพื่อควบคุมระดับน้ำตาลให้เกิดความสมดุล ลดการผลิตผลิตกลูคากอน ทั้งนี้ยังใช้รักษาผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 เป็นหลัก

Saxenda
Saxenda มีตัวยาสำคัญ คือ Liraglutide ซึ่งเป็นสารที่มีโครงสร้างคล้ายกับฮอร์โมน GLP-1 (Glucagon-Like Peptide-1) ที่อยู่ภายในร่างกาย ทำให้รู้สึกอิ่มนานขึ้น ลดความอยากอาหาร กินอาหารน้อยลง รวมถึงยังกระตุ้นให้ตับอ่อนหลั่งอินซูลิน และลดฮอร์โมนกลูคากอนเมื่อระดับน้ำตาลสูงกว่าปกติ ทำให้ระดับน้ำตาลคงที่





