หลายคนที่มีปัญหาสิวเรื้อรัง สิวอักเสบขึ้นซ้ำๆ ไม่หายสักที คงเคยได้ยินมาบ้างว่าฉีดโบท็อกซ์ช่วยลดสิวได้ ซึ่งปกติแล้วเรามักจะรู้จักโบท็อกซ์ในเรื่องลดริ้วรอยหรือกรามเรียวมากกว่า แต่จริงๆ แล้วมันมีกลไกที่เกี่ยวข้องกับการลดความมันบนใบหน้าอยู่เหมือนกัน เพราะฉะนั้นแล้วก่อนจะควักเงินไปฉีดตามกระแส มาทำความเข้าใจกันก่อนดีกว่าว่าวิธีนี้ได้ผลจริงแค่ไหน เหมาะกับสิวแบบไหน แล้วมีข้อควรระวังอะไรบ้าง
Main Idea
- โบท็อกซ์ลดสิวไม่ได้รักษาสิวโดยตรง แต่โบท็อกซ์จะช่วยลดการทำงานของต่อมเหงื่อ ต่อมไขมัน ทำให้มีการผลิตน้ำมันน้อยลง และผิวหน้าไม่มัน ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของการเกิดสิว
- หน้าเป็นสิวอุดตันสามารถฉีดโบท็อกซ์ได้ แต่ถ้าเป็นสิวอักเสบ สิวหัวช้าง หรือผิวติดเชื้อ ควรเลื่อนออกไปก่อน เพื่อป้องกันการติดเชื้อ
- หลังจากการฉีดโบท็อกซ์ประมาณ 2 สัปดาห์ สามารถกดสิวได้ แต่ควรทำด้วยความนุ่มนวล หลีกเลี่ยงการกดแรงตรงบริเวณที่ฉีด
- แพทย์ไม่แนะนำให้กดสิว และฉีดโบท็อกซ์พร้อมกัน แต่ให้เว้นระยะเวลาประมาณ 3 – 7 วันหลังการกดสิว จึงค่อยฉีดโบท็อกซ์ หรือรอให้แผลแห้งสนิทก่อน
อย่างแรกเลยเราควรจะต้องรู้จักกันก่อนว่า โบท็อก (Botox) นั้นคืออะไร โดยโบท็อกซ์ คือ ชื่อทางการค้าของยาชนิดหนึ่ง โบทูลินั่มท็อกซิน (Botulinum Toxin) โดยเป็นสารที่ถูกสกัดมาจากแบคทีเรียสายพันธุ์เฉพาะชื่อ Clostridium botulinum ซึ่งตัวของสารจะอยู่ในรูปแบบโปรตีน ที่มีคุณสมบัติพิเศษ เข้าไปยับยั้งการกระตุ้นกล้ามเนื้อที่เลี้ยงโดยเส้นประสาทบริเวณนั้น จะทำให้กล้ามเนื้อบริเวณนั้น ที่ได้ทำการฉีดโบท็อก ไม่สามารถหดตัว และอยู่ในสภาพคลายตัว โดยวงการเสริมความงาม โบท็อกซ์จะช่วยในเรื่องการลดริ้วรอย การปรับปรุงรูปหน้า รวมไปถึงช่วยในเรื่องผิวหนังที่หย่อนคล้อยให้เกิดความกระชับ และยังเข้าไปลดการทำงานของต่อมเหงื่อ ต่อมไขมัน และลดเหงื่อได้ด้วย

โบท็อกซ์ลดสิว ได้จริงไหม
สิว เกิดจากการที่ต่อมไขมันมีการผลิตน้ำมันออกมามากเกินไป จนทำให้เกิดการอุดตันที่รูขุมขน และเป็นสิว ซึ่งโบท็อกซ์ไม่ได้รักษาสิวโดยตรง แต่โบท็อกซ์จะเข้าไปลดการทำงานของต่อมเหงื่อ ต่อมไขมัน และลดขนาดของต่อมไขมันให้มีขนาดเล็กลง ส่งผลให้มีการผลิตน้ำมันน้อยลง ผิวหน้าดูไม่มัน และรูขุมขนเกิดความกระชับขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ ทำให้รูขุมขนไม่ต้องขยายเพื่อระบายความมัน และยังทำให้กล้ามเนื้อเล็ก ๆ ที่ดึงขนเกิดการคลายตัว ผิวหน้าเรียบเนียน และลดการอุดตันของสิ่งสกปรก
โดยโบท็อกซ์ที่ช่วยลดการทำงานของต่อมไขมันจะต้องทำการฉีดตรงชั้นผิวตื้น ๆ เช่น การฉีดลดริ้วรอยบริเวณหน้าผาก ระหว่างคิ้ว บริเวณใต้ตา และหางคิ้ว แต่บุคคลที่มีสิวตรงบริเวณแก้ม หรือคาง BoTox อาจจะช่วยลดสิวไม่ได้
เป็นสิวอยู่ ฉีดโบท็อกซ์ได้ไหม
กรณีที่เป็นสิวอุดตันเล็กน้อยสามารถฉีดได้ แต่ถ้าเป็นสิวอักเสบ สิวหัวช้าง หรือผิวเกิดการติดเชื้อ แพทย์จะแนะนำให้เลื่อนออกไปก่อน เพราะอาจทำให้เกิดการอักเสบ หรือเกิดการติดเชื้อลุกลามจนกลายเป็นหนอง
ฉีดโบท็อกซ์ กี่วันถึงกดสิวได้
หลังจากฉีดโบท็อกซ์แล้ว ถ้าอยากจะกดสิว ตามปกติแพทย์จะแนะนำให้รออย่างน้อย 2 สัปดาห์หลังจากการฉีด จึงสามารถทำการกดสิวได้ แต่ควรทำด้วยความนุ่มนวลโดยผู้เชี่ยวชาญ และหลีกเลี่ยงการกดแรงตรงบริเวณที่ฉีด เพื่อป้องกันไม่ให้ผิวเกิดการระคายเคือง และตัวยาเกิดการกระจายตัวไปยังตำแหน่งที่ไม่ต้องการ
กดสิวแล้วไปฉีดโบท็อกซ์ได้ไหม
กลับกันกับหัวข้อเมื่อซักครู่ สำหรับอันนี้คือ เรากดสิวเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และนึกได้ว่าจะต้องไปฉีดโบท็อกซ์ ส่วนใหญ่แพทย์จะไม่แนะนำให้ทำพร้อมกัน แต่จะให้เว้นระยะเวลาหลังกดสิวประมาณ 3-7 วัน จึงค่อยฉีด หรือรอให้แผลจากการกดสิวแห้งสนิท และไม่มีอาการอักเสบ อาการบวมแดง เพื่อป้องกันการติดเชื้อตรงบริเวณรอยเข็ม
โบท็อกซ์ลดสิวต้องใช้กี่ยูนิต
การฉีดโบท็อกซ์ลดสิวปริมาณตัวที่ใช้จะอยู่ที่ประมาณ 25 – 30 ยูนิต แต่ปริมาณตัวยาอาจมีการเปลี่ยนแปลง ขึ้นอยู่กับระดับปัญหา สภาพผิว และความต้องการของแต่ละบุคคล





