อยากได้ผิวหน้าใสเนียนเหมือนคนมีออร่า แต่พอไปหาข้อมูลก็เจอทั้งเมโสหน้าใสและโบท็อกซ์หน้าใส ชื่อก็คล้ายๆ กัน จนงงว่าสองอย่างนี้มันต่างกันยังไง ใช้แล้วได้ผลเหมือนกันหรือเปล่า จริงๆ แล้วทั้งสองวิธีมีหลักการทำงานไม่เหมือนกัน คนละจุดประสงค์ ผลลัพธ์ที่ได้ก็ต่างกัน บางแบบเน้นเติมความชุ่มชื้นให้ผิวฉ่ำวาว บางแบบเน้นปรับผิวให้เรียบเนียนและรูขุมขนดูเล็กลง มาดูกันว่าแต่ละแบบเราควรเลือกอะไร และแตกต่างกันตรงไหน
Key Takeaways
- เมโสหน้าใส เป็นการฉีดวิตามิน หรือสารสกัดที่เป็นประโยชน์เข้าสู่ผิวชั้นกลาง หรือผิวชั้นหนังแท้โดยตรง ซึ่งช่วยเพิ่มคอลลาเจนในชั้นผิว กระตุ้นให้เซลล์ผิวเกิดการทำงาน ลดการอักเสบ ช่วยขับสารพิษ ฟื้นฟูผิว
- โบท็อกซ์หน้าใสไม่ได้ทำให้หน้ากระจ่างใส หรือผิวใสขึ้นโดยตรง แต่ตัวยาเข้าไปลดการทำงานของต่อมไขมัน และกระชับรูขุมขน ทำให้ผิวหนังเรียบเนียน เต่งตึง กระชับ จนทำให้มองเห็นความวาวของผิวได้ชัดเจน จึงทำให้ผิวหน้าดูใสขึ้น
- จุดแตกต่าของเมโสหน้าใส และโบท็อกซ์หน้าใส คือ สารที่ใช้ กลไกการออกฤทธิ์ จุดประสงค์ ระยะเวลาการเห็นผล และการอยู่ของผลลัพธ์
- เมโสหน้าใส กับโบท็อกซ์หน้าใส สามารถฉีดร่วมกันได้ และการฉีดพร้อมกันจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ เพราะตัวยาทั้งสองชนิดมีกลไกการออกฤทธิ์ และชั้นผิวที่ฉีดแตกต่างกัน
เมโสหน้าใส คืออะไร

เมโสหน้าใส (Mesotherapy) คือ หัตถการเพื่อลดจุดด่างดำ ลดรอยสิว และทำให้หน้าขาวใสขึ้น โดยการฉีดวิตามิน หรือสารสกัดที่เป็นประโยชน์ เช่น วิตามินซี วิตามินบี วิตามินเอ หรือสารอาหารอื่นๆ เข้าสู่ผิวชั้นกลาง หรือผิวชั้นหนังแท้ (Dermis) โดยตรง ซึ่งเป็นชั้นผิวที่มีเนื้อเยื่อ คอลลาเจน อีลาสติน และไฮยาลูโรนิก แอซิด ที่ทำให้ผิวหนังแข็งแรง ยืดหยุ่น แต่เมื่อคนเราอายุเพิ่มขึ้น ผิวจะเกิดการเสื่อมสภาพ ส่งผลให้ผิวแห้งกร้าน ขาดความชุ่มชื้น ใบหน้าดูหมองคล้ำ และเกิดปัญหาผิว
เมโสหน้าใสจะช่วยเพิ่มคอลลาเจนในชั้นผิว กระตุ้นให้เซลล์ผิวเกิดการทำงาน ลดการอักเสบ ช่วยขับสารพิษ ฟื้นฟูผิวให้กลับมาเรียบเนียน และผิวดูสุขภาพดี โดยจะเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงภายใน 2-4 สัปดาห์หลังฉีด
โบท็อกซ์หน้าใส คืออะไร

โบท็อกซ์หน้าใส คือ หัตถการที่ถูกออกแบบมาเพื่อแก้ปัญหาผิว โดยจะแบ่งการฉีดออกเป็น 2 แบบ ได้แก่ การฉีดตรงเข้าสู่กล้ามเนื้อ และการฉีดเข้าสู่ชั้นผิวหนังด้วยปริมาณตัวที่น้อยลง ส่งผลให้ผิวหนังเรียบเนียนขึ้น เต่งตึง กระชับ และรูขุมขนมีขนาดเล็กลง
แต่โบท็อกซ์หน้าใสไม่ได้ทำให้หน้ากระจ่างใส หรือผิวใสขึ้นโดยตรง แต่เป็นการใช้ตัวยาเข้าไปลดการทำงานของต่อมไขมัน และกระชับรูขุมขน ทำให้ผิวหนังเรียบเนียน เต่งตึง กระชับ โดยเฉพาะการฉีดบริเวณหน้า หรือบริเวณหน้าแก้ม จะทำให้มองเห็นความวาวของผิวได้ชัดเจน จึงทำให้ผิวหน้าดูใสขึ้น ซึ่งผลลัพธ์จะเห็นได้หลังจากการฉีดประมาณ 7 – 14 วัน แล้วผลลัพธ์จะค่อย ๆ หายไป ไม่คงอยู่ถาวร
จุดที่เหมือนกันระหว่าง เมโสหน้าใส กับ โบท็อกซ์หน้าใส
สำหรับเมโสหน้าใส และโบท็อกซ์หน้าใสมีจุดที่เหมือนกัน คือ เป็นหัตถการที่ถูกออกแบบมาเพื่อปรับปรุงสภาพผิว ทำให้ผิวเรียบเนียน ดูสดใส รูขุมขนเล็กลง และผิวดูสุขภาพดีขึ้น โดยไม่ต้องทำการผ่าตัด แต่เป็นการใช้เทคนิคการฉีดสารเข้าสู่ผิว หรือเนื้อเยื่อ แต่ระยะเวลาการคงอยู่ของผลัพธ์ไม่ถาวร และทั้งสองวิธีต้องได้รับการประเมินจากทางแพทย์ที่มีประสบการณ์ เพื่อเลือกวิธีที่เหมาะสม เพราะทั้งสองอย่างมีความเสี่ยง และผลข้างเคียง
ความแตกต่างระหว่าง เมโสหน้าใส กับ โบท็อกซ์หน้าใส
| หัวข้อ | เมโสหน้าใส | โบท็อกซ์หน้าใส |
| สารที่ใช้ | เป็นการฉีดวิตามิน หรือสารสกัดที่เป็นประโยชน์ เช่น วิตามินซี วิตามินบี วิตามินเอ หรือสารอาหารอื่นๆ | เป็นการฉีดโบทูลินัมท็อกซินชนิดเอ (Botulinum toxin type A) |
| กลไกการออกฤทธิ์ | เมโสหน้าใสจะช่วยเพิ่มคอลลาเจนในชั้นผิว กระตุ้นให้เซลล์ผิวเกิดการทำงาน ลดการอักเสบ ช่วยขับสารพิษ ฟื้นฟูผิว | โบท็อกซ์หน้าใสจะเข้าไปยับยั้งการส่งสัญญาณประสาทบางส่วน ซึ่งจะช่วยลดความมัน และปรับปรุงสภาพผิว |
| จุดประสงค์ | เน้นการบำรุง และการปรับปรุงสภาพผิว | เน้นลดความมันของผิว ทำให้รูขุมขนกระชับขึ้น และทำให้ผิวเรียบเนียน |
| ระยะเวลาการเห็นผล | เริ่มเห็นผลการเปลี่ยนแปลงหลังการฉีด 3 วัน และจะเห็นผลลัพธ์ชัดเจน ใน 7–14 วัน | เริ่มเห็นผลการเปลี่ยนแปลงหลังการฉีด 3 – 4 วัน และจะเห็นผลลัพธ์ชัดเจน ใน 7–14 วัน |
| ระยะเวลาการคงอยู่ของผลลัพธ์ | 1–2 เดือน | 3–6 เดือน |
เมโสหน้าใส กับ โบท็อกซ์หน้าใส ฉีดร่วมกันได้ไหม
เมโสหน้าใส กับโบท็อกซ์หน้าใส สามารถฉีดร่วมกันได้ และการฉีดพร้อมกันจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ เพราะตัวยาทั้งสองชนิดมีกลไกการออกฤทธิ์ และชั้นผิวที่ฉีดแตกต่างกัน เช่น โบท็อกซ์ เป็นโปรตีนที่ฉีดเข้าสู่ชั้นกล้ามเนื้อ หรือการฉีดเข้าชั้นใต้ผิวหนังสำหรับการฉีดแบบ Skin Botox เพื่อคลายกล้ามเนื้อ ลดริ้วรอย และปรับรูปหน้า ส่วนเมโสหน้าใส เป็นการฉีดวิตามิน หรือสารบำรุงเข้าสู่ชั้นผิวหนังแท้ เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้น ลดรอยสิว และทำให้ผิวดูกระจ่างใสขึ้น แต่ก่อนจะทำการฉีดควรเข้าพบแพทย์ เพื่อประเมินชนิดของสารที่ใช้ ตำแหน่งการฉีด และสภาพผิวก่อนทำ
สรุปแบบไหนเหมาะกับใคร?
เมโสหน้าใส เป็นการฉีดวิตามิน หรือสารสกัดที่เป็นประโยชน์เข้าสู่ผิวชั้นกลาง หรือผิวชั้นหนังแท้ (Dermis) โดยตรง เพื่อเติมสารอาหารให้กับผิวอย่างเร่งด่วน จึงเหมาะกับบุคคลที่พักผ่อนน้อย นอนดึก หน้าโทรม ดูอิดโรย ไม่ชอบทาครีม แต่อยากให้ผิวดูฟูอิ่มน้ำแบบเร่งด่วน บุคคลที่มีปัญหาผิวแห้งกร้าน ผิวขาดน้ำ แต่หน้าไม่ติด และบุคคลที่มีรอยแดง รอยดำจากสิว และสีผิวดูไม่สม่ำเสมอ
ส่วนโบท็อกซ์หน้าใส เป็นการฉีดสารลงชั้นผิวตื้นๆ เพื่อลดการทำงานของต่อมไขมัน และกระชับรูขุมขน จึงเหมาะกับบุคคลที่มีปัญหารูขุมขนกว้าง ปัญหาหน้ามัน หรือต่อมไขมันทำงานหนัก รวมถึงบุคคลที่ต้องการให้ผิวเรียบเนียน ดูฉ่ำวาว และบุคคลที่มีริ้วรอยเล็ก ๆ บนผิวชั้นตื้น






