ร่องแก้ม ถือเป็นหนึ่งในตัวการสำคัญที่ทำให้ใบหน้าดูแก่กว่าวัยแบบไม่รู้ตัว ยิ่งอายุมากขึ้น คอลลาเจนใต้ผิวยิ่งลดลง ร่องแก้มก็เลยยิ่งลึก ยิ่งชัด จนบางทีก็ทำให้หน้าดูโทรม ดูเหนื่อยล้าทั้งที่ยังไม่ได้แก่ขนาดนั้น หลายคนเลยเริ่มมองหาวิธีแก้ไข แก้ปัญหานี้ ไม่ว่าจะเป็นการดูแลผิวเบื้องต้น หรือทรีตเมนต์ต่าง ๆ ที่ช่วยเติมเต็มร่องแก้มให้ดูเรียบเนียนขึ้น
Main Idea
- ร่องแก้มสามารถเกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น อายุที่เพิ่มมากขึ้น การยุบตัวของกระดูกบนใบหน้า การเปลี่ยนแปลงของไขมันบนใบหน้า ความเครียด การพักผ่อนไม่เพียงพอ การแสดงออกทางสีหน้า การทำความสะอาดผิวที่รุนแรงเกินไป แสงแดด การนอนตะแคง น้ำหนักตัวลดลงอย่างรวดเร็ว และการสูบบุหรี่
- ร่องแก้มสามารถแก้ไขได้ด้วยวิธีเร่งด่วน เช่น Ulthera Potenza การฉีดฟิลเลอร์ลดริ้วรอยร่องแก้ม Thermage HIFU และการฉีดไขมัน
- วิธีลดความชัดของร่องแก้มอย่างเป็นธรรมชาติ เป็นวิธีการที่สามารถทำได้ด้วยตัวเอง และเสียค่าใช้จ่ายน้อย เช่น การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์สำหรับลดริ้วรอยร่องแก้ม การทาครีมกันแดดทุกวัน การนวดหน้าลดร่องแก้ม หลีกเลี่ยงการนอนตะแคงกดทับหน้า การรับประทานอาหารเสริม การดื่มน้ำอย่างเพียงพอ งดการทำหน้าบึ้ง หรือคว่ำปาก รวมถึงการบริหารกล้ามเนื้อใบหน้า
ร่องแก้มคือบริเวณไหน
ร่องแก้ม คือ เส้น หรือรอยพับบนผิวหนังที่ลากยาวจากบริเวณข้างปีกจมูกเฉียงลงมาจนถึงมุมปากทั้งสองข้าง โดยเกิดจากการยุบตัวลงของคอลลาเจน ไขมัน และเนื้อเยื่อในชั้นผิวหนังเมื่ออายุเพิ่มขึ้น ทำให้เกิดรอยพับที่เห็นได้ชัดบนใบหน้า ซึ่งริ้วรอยร่องแก้มจะทำให้สูญเสียความมั่นใจด้านรูปลักษณ์ รวมถึงอาจเป็นสัญญาณที่บ่งบอกว่าผิวเริ่มขาดความยืดหยุ่น ปัจจุบันการรักษาร่องแก้มสามารถทำได้หลายวิธี เช่น การครีมบำรุง การนวดหน้า และการรับประทานอาหารเสริม รวมถึงการทำหัตถการ เช่น Ultraformer และการฉีดฟิลเลอร์เพื่อเติมเต็ม
ร่องแก้ม เกิดจากสาเหตุอะไร ?
- อายุ เมื่อคนเราอายุมากขึ้นร่างกายจะมีการผลิตคอลลาเจน และอีลาสตินน้อยลง ทำให้ผิวหนังสูญเสียความกระชับ และความยืดหยุ่น ส่งผลให้ผิวหนังเกิดการหย่อนคล้อย เกิดริ้วรอย และรอยร่องลึกบริเวณแก้ม
- การยุบตัวของกระดูกบนใบหน้า เมื่ออายุเพิ่มขึ้นกระดูกเบ้าตา และกระดูกขากรรไกรบนจะเกิดการยุบตัว หรือมีความบางลงตามธรรมชาติ ดังนั้นเมื่อฐานกระดูกที่เคยรองรับเนื้อเยื่อ และผิวหนังทรุดตัวลง ผิวหนังด้านบนจึงเกิดการยุบตาม ส่งผลให้เกิดเป็นร่องลึกโบ๋ตรงบริเวณข้างปีกจมูก
- การเปลี่ยนแปลงของไขมันบนใบหน้า ตามปกติบนใบหน้าของคนเราจะมีก้อนไขมันธรรมชาติ คอยพยุงให้ใบหน้าดูอิ่มฟู เมื่อเวลาผ่านไปก้อนไขมันตรงบริเวณแก้มส้ม จะเกิดการฝ่อตัวลง และเกิดการเคลื่อนตำแหน่งย้อยตกลงมา แรงกดจากก้อนไขมันที่หย่อนลงมาจะทำให้ร่องแก้มดูเป็นร่องลึก และดูหนาขึ้น
- ความเครียด และการพักผ่อนไม่เพียงพอ เมื่อคนเราเกิดความเครียด หรือมีการพักผ่อนไม่เพียงพอ ร่างกายจะเกิดการหลั่งคอร์ติซอล (Cortisol) หรือฮอร์โมนความเครียดออกมามากขึ้น โดยฮอร์โมนตัวนี้จะมีฤทธิ์ทำลายคอลลาเจน และอีลาสตินในผิวโดยตรง ส่งผลให้ผิวสูญเสียความยืดหยุ่น และดูโทรมลง รวมถึงทำให้ร่องแก้มดูชัดขึ้น
- การแสดงออกทางสีหน้าเป็นประจำ เช่นการยิ้ม การหัวเราะ หรือการขมวดคิ้ว เป็นการใช้งานกล้ามเนื้อดึงรั้งบริเวณมุมปาก และแก้มอยู่ตลอดเวลา เปรียบเหมือนกระดาษที่ถูกพับซ้ำ ๆ เมื่อเวลาผ่านไปรอยพับชั่วคราวจะกลายเป็นริ้วรอยถาวรฝังลึกบนผิวหนัง
- การดูแลผิวไม่เพียงพอ การไม่ใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิว หรือครีมกันแดด อาจจะทำให้เกิดรอยย่นบริเวณร่องแก้มได้เร็วกว่าปกติ
- การทำความสะอาดผิวที่รุนแรงเกินไป การใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดที่ทำให้หน้าแห้งตึงเปรี๊ยะ หรือการเช็ดถูหน้าอย่างแรงด้วยสำลี เป็นการทำลายเกราะป้องกันผิวตามธรรมชาติ และดึงความชุ่มชื้นออกจากผิวไปจนหมด ดังนั้นเมื่อเกราะป้องกันผิวพัง ผิวจะเกิดการสูญเสียความยืดหยุ่น และทำให้เกิดริ้วรอยได้ไวขึ้น
- แสงแดด แสงแดดถือว่าเป็นตัวการสำคัญที่คอยทำร้ายผิว เนื่องจากในแสงแดดมีรังสี UV ที่จะคอยทำลายคอลลาเจน และอีลาสตินในชั้นผิวหนังแท้ ส่งผลให้ผิวขาดความยืดหยุ่น และเกิดริ้วรอย
- การนอนตะแคง การนอนเอาหน้าฟุบ หรือตะแคงกดทับหมอนด้วยท่าเดิม ๆ ทุกคืน จะทำให้เกิดแรงกดเบียด ส่งผลให้แก้มย่นเข้าหาร่องแก้มจนกลายเป็นร่องลึก
- น้ำหนักตัวลดลงอย่างรวดเร็ว การที่น้ำหนักตัวลดลงแบบฮวบฮาบจะทำให้ไขมันที่เคยช่วยพยุงใบหน้าหายไปอย่างรวดเร็ว ทำให้ผิวปรับตัวไม่ทัน ส่งผลให้ผิวหนังเกิดการหย่อนคล้อย
- การสูบบุหรี่ บุหรี่จะมีสารนิโคตินที่เป็นตัวการคอยทำลายคอลลาเจน และทำให้เส้นเลือดเกิดการหดตัว ส่งผลให้ผิวขาดออกซิเจน และสารอาหาร
ร่องแก้ชัด แก้ไขแบบเร่งด่วน
Ulthera ยกกระชับร่องแก้ม
Ulthera เป็นการยกกระชับโดยไม่ต้องทำการผ่าตัด ซึ่งแพทย์จะใช้คลื่นความถี่สูงยิงลงที่ผิวหนังชั้น SMAS ที่เป็นชั้นของกล้ามเนื้อ และเนื้อเยื่อที่อยู่ใต้ผิวหนังชั้นหนังแท้ คลื่นความถี่สูงที่ยิงลงไปที่ผิวหนังจะทำให้เกิดความร้อน ความร้อนจะช่วยกระตุ้นให้ร่างกายเกิดการสร้างคอลลาเจน และอีลาสตินขึ้นมาใหม่ ส่งผลให้ผิวหนังที่หน้าเกิดความเต่งตึง โดยผลลัพธ์จะค่อยๆ ชัดเจนขึ้นภายใน 3-6 เดือน และคงอยู่นาน 1-2 ปี
Potenza ยกกระชับร่องแก้ม
เป็นการผสมผสาน 2 เทคโนโลยีเข้าด้วยกัน คือ Microneedling (การใช้เข็มนาโนขนาดเล็กมาก) และ Radiofrequency (RF) เพื่อกระตุ้นให้เกิดการสร้างคอลลาเจน และอีลาสตินในผิวชั้นลึก ส่งผลให้ผิวตรงบริเวณร่องแก้มที่หย่อนคล้อยกลับมาอิ่มฟู และเกิดความกระชับจากภายใน
การฉีดฟิลเลอร์ลดริ้วรอยร่องแก้ม
การฉีดฟิลเลอร์รอยร่องแก้ม เป็นอีกหนึ่งวิธียกกระชับแบบไม่ต้องผ่าตัดที่ได้รับความนิยม โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะทำการฉีดสารเติมเต็มที่มีชื่อว่า ไฮยาลูรอนิก (Hyaluronic Acid) เข้าไปทดแทนไขมันที่มีการหดตัว หรือตรงกระดูกที่มีการยุบตัว รวมไปถึงช่วยในการพยุงโครงสร้างของผิวที่หายไป ซึ่งหลังจากทำการฉีดฟิลเลอร์จะทำให้ใบหน้าดูเต่งตึง มีความกระชับมากขึ้น และทำให้ใบหน้าดูอ่อนกว่าวัยอย่างเป็นธรรมชาติ ฟิลเลอร์ยกกระชับใบหน้าถ้ามีการดูแลหลังฉีดฟิลเลอร์ที่ถูกวิธี อาจส่งผลลัพธ์ได้นานถึง 2 ปี
Thermage ยกกระชับ
เป็นการรักษาโดยจะมีการใช้คลื่น Radio Frequency ยิงลงไปที่ชั้นผิวหนังชั้นหนังแท้ และตรงไขมัน เพื่อกระตุ้นให้เกิดการสร้างคอลลาเจนใต้ผิวหนัง และเพื่อให้เกิดการยกกระชับขึ้น ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้จะทำให้ผิวมีความแน่นขึ้น ริ้วรอยมีความจางลงทำให้ผิวหนังเรียบเนียน และช่วยให้ไขมันบริเวณใบหน้าลดลง อย่างไรก็ตามควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสบริเวณที่ทำการรักษา งดการทาครีมหรือเครื่องสำอางที่มีส่วนผสมของกรดหรือแอลกอฮอล์ และควรดื่มน้ำให้เพียงพอ เพื่อคงผลลัพธ์ให้ยาวนานที่สุด
ไฮฟูยกกระชับ (HIFU)
เป็นการรักษาโดยทางแพทย์จะใช้คลื่นเสียง ultrasound ยิงลงไปที่ชั้นผิวหนัง ที่มีชื่อว่า SMAS ซึ่งคลื่น ultrasound จะทำให้ชั้นของผิวหนังเกิดการหดตัว เหมือนกับการเย็บที่เนื้อ ส่งผลลัพธ์ที่ให้ผิวหนังเกิดการยกกระชับ และทำให้ใบหน้าดูอ่อนกว่าวัย ไฮฟูยกกระชับ (HIFU) จะคงผลลัพธ์ได้ถึง 6-12 เดือน
การฉีดไขมัน
เป็นการรักษาโดยการใช้ไขมันจากร่างกายของผู้เข้ารับการรักษา มาฉีดเพื่อเติมเต็มตรงบริเวณที่เกิดปัญหา ซึ่งกระบวนการรักษาแพทย์จะทำการดูดไขมันจากส่วนอื่นของร่างกาย เช่น หน้าท้อง ต้นขา หรือสะโพก มาทำการเตรียมไขมันเพื่อแยกเอาเซลล์ไขมันที่บริสุทธิ์ก่อนจะนำไปฉีด ส่งผลให้ร่องแก้มดูตื้นขึ้น และริ้วรอยบนใบหน้ามีความจางลง
วิธีลดความชัดของร่องแก้มอย่างเป็นธรรมชาติ
การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์สำหรับลดริ้วรอยร่องแก้ม
สำหรับครีมบำรุง หรือเซรั่มควรมีส่วนผสมของเรตินอล เปปไทด์ หรือไฮยาลูรอนิค แอซิด เพื่อกระตุ้นให้เกิดการสร้างคอลลาเจน และเติมเต็มความชุ่มชื้น การดูแลผิวอย่างถูกวิธีจะช่วยชะลอการเกิดริ้วรอยบริเวณแก้ม และทำให้ร่องแก้มมีความจางลงในระยะยาว
การทาครีมกันแดดทุกวัน
รังสี UV เป็นตัวการคอยทำลายคอลลาเจนในชั้นผิว ทำให้ผิวเกิดการหย่อนคล้อย และเกิดร่องแก้มเร็วกว่าวัย
การนวดหน้าลดร่องแก้ม
การนวดหน้าตามแนวกล้ามเนื้อใบหน้าทุกวัน จะช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของเลือด และคลายกล้ามเนื้อที่เกิดการหดตัวตรงบริเวณแก้ม ทำให้เกิดผ่อนคลาย และลดการพับตัวของผิวซ้ำ ๆ ซึ่งเป็นสาเหตุของการเกิดรอยร่องแก้ม
หลีกเลี่ยงการนอนตะแคงกดทับหน้า
การนอนตะแคงโดยการเอาหน้าหมุดหมอน จะทำให้ผิวแก้มถูกเบียด และพับเป็นรอยร่องแก้มนาน 6-8 ชั่วโมงต่อวัน แนะนำให้นอนหงาย หรือเลือกใช้ปลอกหมอนผ้าไหม เพื่อลดแรงเสียดทาน หรือการกดทับผิว
การรับประทานอาหารเสริม
อาหารเสริมควรมีส่วนประกอบของคอลลาเจน วิตามินซี วิตามินอี หรือสารต้านอนุมูลอิสระ ที่มีส่วนช่วยในการบำรุงผิวจากภายใน
การดื่มน้ำอย่างเพียงพอ
น้ำเป็นองค์ประกอบสำคัญของร่างกาย เมื่อร่างกายขาดน้ำ จะทำให้ผิวแห้งเหี่ยว และเกิดการยุบตัวลง ส่งผลให้เกิดริ้วรอย และรอยร่องแก้มที่ชัดขึ้น การดื่มน้ำวันละ 2 – 3 ลิตร จะช่วยให้เซลล์ผิวเกิดการเต่งตึงจากภายใน
งดการทำหน้าบึ้ง หรือคว่ำปาก
การเม้นปาก คว่ำปาก หรือการดูดหลอดน้ำเป็นประจำ จะเป็นการเน้นย้ำกล้ามเนื้อบริเวณรอบปากให้เกิดการหดตัวซ้ำ ๆ จนกลายเป็นรอยพับที่แก้มเด่นชัด
การบริหารกล้ามเนื้อใบหน้า
เป็นวิธีการช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงให้กล้ามเนื้อแก้มส่วนบน เพื่อดึงพยุงไม่ให้เนื้อแก้มเกิดการหย่อนคล้อยลงมากดทับจนเกิดเป็นรอยร่องแก้ม โดยสามารถทำสลับกัน 3 ท่านี้ทุกวัน
- ท่าที่ 1 ท่าลูกโป่ง โดยการอมลมพองแก้มให้ตึงที่สุด ทำค้างไว้ 5-10 วินาที จากนั้นค่อยย้ายลมไปทางแก้มซ้ายทำค้างไว้ และย้ายไปแก้มขวา ทำสลับกัน 5 รอบ สำหรับท่านี้จะช่วยยืดกล้ามเนื้อ และลดความตึงเครียดของผิวบริเวณรอบปาก
- ท่าที่ 2 ท่าตัว O และ E โดยการอ้าปากห่อปากให้เป็นรูปตัว O ยาว ๆ ให้รู้สึกตึงบริเวณร่องแก้ม ทำค้างไว้ 5 วินาที จากนั้นฉีกยิ้มกว้างๆ ออกเสียง E ให้กล้ามเนื้อแก้มยกขึ้น ทำค้างไว้ 5 วินาที ทำวนไว้แบบนี้ 10 ครั้ง
- ท่าที่ 3 ท่ายิ้มยกแก้ม ฉีกยิ้มให้กว้างที่สุดเท่าที่จะทำได้โดยไม่เม้มริมฝีปาก จากนั้นให้ใช้นิ้วชี้ทั้งสองข้างกดนวดเบา ๆ ตรงเหนือร่องแก้ม แล้วดันขึ้นด้านบน ทำค้างไว้ 5 วินาที ทำวนไว้แบบนี้ 10 ครั้ง








