หลายคนอาจไม่เคยสังเกตมาก่อนว่า หน้าผากนูนไม่เท่ากัน จนวันหนึ่งส่องกระจกหรือเห็นรูปตัวเองแล้วก็เอ๊ะ ทำไมหน้าผากดูไม่สมมาตร นูนข้างนึงมากกว่าอีกข้าง ความจริงแล้วปัญหานี้พบได้บ่อยกว่าที่คิด และเกิดได้จากหลายสาเหตุ ทั้งโครงสร้างกระดูก กล้ามเนื้อที่ใช้งานไม่เท่ากัน หรือแม้แต่พฤติกรรมในชีวิตประจำวันที่ไม่รู้ตัว คำถามที่ตามมาคือแบบนี้แก้ได้ไหม และต้องทำยังไง
Main Idea
- หน้าผากนูน ไม่เท่ากัน หน้าผากทั้งสองข้างจะมีความหนาไม่เท่ากัน หน้าผากไม่ลาดเอียงเป็นแผ่นเรียบเนียน แต่มีลักษณะขรุขระคล้ายกับลูกคลื่น มีจุดนูนเป็นก้อนขึ้นมาเฉพาะจุด หรือมีจุดบุ๋มลงเป็นแอ่ง โหนกคิ้วสูงไม่เท่ากัน และหน้าผากส่วนบน กับส่วนล่างไม่รับกัน
- หน้าผากนูน ไม่เท่ากัน สามารถเกิดได้จากหลายปัจจัย เช่น กรรมพันธุ์ อายุ ภาวะกระดูกงอก โหนกคิ้วสูง ไขมันใต้ผิวหนังฝ่อตัวไม่เท่ากัน การทำงานของกล้ามเนื้อ การเกิดอุบัติเหตุ ผลข้างเคียงจากการทำหัตถการความงาม โรคเกี่ยวกับกระดูกโตผิดปกติ และพฤติกรรมการนอน
- หน้าผากนูน ไม่เท่ากัน สามารถแก้ไขได้ด้วยการฉีดฟิลเลอร์ ฉีดไขมัน หรือการผ่าตัดเสริมหน้าผาก
ลักษณะ หน้าผากนูน ไม่เท่ากัน
หน้าผากนูน ไม่เท่ากัน เป็นภาวะที่โครงสร้างของผิวเนื้อเยื่อ หรือกระดูกบริเวณหน้าผากทั้งสองฝั่งมีความหนาไม่เท่ากัน เช่นข้างขวาโหนกนูนดูสวยงาม แต่ข้างซ้ายแบนราบ หรือยุบลงไป ทำให้เวลาหันข้างใบหน้าทั้งสองข้างดูไม่เหมือนกัน นอกจากนี้หน้าผากไม่ลาดเอียงเป็นแผ่นเรียบเนียน แต่มีลักษณะขรุขระคล้ายลูกคลื่น มีจุดที่นูนเป็นก้อนขึ้นมาเฉพาะจุด หรือมีจุดที่บุ๋มลงไปเป็นแอ่ง สำหรับบางกรณีความไม่เท่ากันเกิดจากกระดูกเบ้าตา หรือโหนกคิ้วฝั่งหนึ่งมีความหนา ส่งผลให้หน้าผากส่วนล่างดูนูนเบี้ยว ส่วนหน้าผากส่วนบน กับส่วนล่างไม่รับกัน
หน้าผากนูน ไม่เท่ากัน เกิดจากอะไร
- กรรมพันธุ์ เป็นการถ่ายทอดลักษณะบางอย่างจากรุ่นหนึ่งไปยังอีกรุ่นหนึ่ง ดังนั้นหากพ่อแม่มีโครงสร้างกระดูกหน้าผาก หรือกะโหลกศีรษะด้านหนึ่งแบนกว่า รวมถึงโหนกคิ้วสูงต่ำไม่เท่ากัน ลูกก็อาจจะมีโอกาสเป็นเหมือนกัน
- อายุ เมื่ออายุเพิ่มขึ้นอาจจะทำให้การเจริญเติบโตของกระดูกบางส่วนหยุดลง จึงทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของใบหน้าที่ไม่สมดุล
- ภาวะกระดูกงอก เป็นเนื้องอกของกระดูกชนิดที่ไม่ร้ายแรง โดยมีการเจริญเติบโตช้า ๆ ตรงบริเวณกระดูกหน้าผาก เวลาสัมผัสจะเป็นก้อนแข็ง ๆ นูนขึ้นมาจากผิวหนังอย่างชัดเจน
- โหนกคิ้วสูง กระดูกบริเวณเบ้าตา หรือโหนกคิ้วหน้ายื่นออกมาข้างหน้ามากกว่าปกติ ส่งผลให้เวลามองจากด้านข้างแล้วดูเหมือนหน้าผากส่วนล่างนูนเด่น ซึ่งส่วนใหญ่จะพบในเพศชาย เนื่องจากอิทธิพลของฮอร์โมนเพศชาย
- ไขมันใต้ผิวหนังฝ่อตัวไม่เท่ากัน กรณีที่อายุเพิ่มขึ้น หรือน้ำหนักตัวลดลงอย่างรวดเร็ว จะทำให้ชั้นไขมันใต้ผิวหนังตรงบริเวณหน้าผาก และขมับจะค่อย ๆ ยุบตัวลง ส่งผลให้เกิดการยุบตัวไม่เท่ากัน ทำให้เห็นรอยบุ๋ม หรือรอยนูนสลับกันจนดูไม่เรียบเนียน
- การทำงานของกล้ามเนื้อ เช่นการเลิกคิ้ว ขมวดคิ้ว หรือการยักคิ้วข้างเดียวเป็นประจำ อาจทำให้กล้ามเนื้อบริเวณหน้าผากข้างนั้นหนาตัวขึ้นหรือเกิดร่องลึกที่ทำให้ดูนูนหนาไม่เท่ากัน
- การเกิดอุบัติเหตุ กรณีที่เคยเกิดอุบัติเหตุบริเวณศีรษะ หรือหน้าผาก เช่นการล้มกระแทก โดนของแข็งชน แม้แผลภายนอกจะหายดี แต่โครงสร้างของกระดูกอ่อน เนื้อเยื่อ หรือพังผืดใต้ผิวหนังที่ฟื้นตัวขึ้น อาจทำให้ผิวบริเวณนั้นนูนหนาขึ้นมามากกว่าปกติ
- ผลข้างเคียงที่เกิดจากการทำหัตถการความงาม การกระจายตัวของสารเติมเต็มที่ไม่สม่ำเสมอ อาจเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้หน้าผากดูนูนเป็นคลื่น หรือไม่เท่ากัน
- โรคเกี่ยวกับกระดูกโตผิดปกติ เกิดจากการที่ร่างกายมีการผลิตโกรทฮอร์โมนมากเกินไปในวัยผู้ใหญ่ ส่งผลให้กระดูกใบหน้า หน้าผาก และขากรรไกรขยายใหญ่ แต่เป็นภาวะที่พบได้น้อยมาก
- พฤติกรรมการนอน และท่าทาง การนอนตะแคงข้างเดียวติดต่อกันนานหลายปี ส่งผลให้ชั้นไขมัน และเนื้อเยื่ออ่อนฝั่งที่โดนทับเกิดการยุบตัว หรือฝ่อลงมากกว่าอีกฝั่ง ทำให้หน้าผากทั้งสองข้างดูลาดเอียงไม่เท่ากัน
หน้าผากนูน ไม่เท่ากัน ส่งผลกระทบอะไร
หน้าผากนูน ไม่เท่ากัน อาจเกิดจากหลายสาเหตุ เช่น กรรมพันธุ์ โครงสร้างกระดูก อายุ การทำงานของกล้ามเนื้อ หรือการฝ่อตัวของไขมัน เป็นต้น ถึงจะไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ แต่อาจส่งผลกระทบต่อความมั่นใจในรูปลักษณ์ โดยเฉพาะเวลาต้องเปิดหน้าผาก รวบผม หรือทำผมทรงที่ต้องเผยให้เห็นรูปหน้าชัดเจน นอกจากนี้ยังอาจเกิดอาการพะวงกับมุมกล้อง หรือแสงไฟ เนื่องจากแสงที่ตกกระทบจากด้านบน เช่นไฟในลิฟต์ หรือแสงแดดจัด มักจะทำให้เห็นความนูน หรือความไม่เรียบเนียนชัดขึ้น ส่งผลให้รู้สึกไม่อยากถ่ายรูปมุมตรง และเกิดความกังวลเวลาสบตากับผู้อื่น เกิดข้อจำกัดในการเลือกทรงผม สำหรับบางคนอาจจะเลือกตัดหน้าม้า หรือไว้ผมปัดข้างตลอดเวลา ด้านโหงวเฮ้ง หน้าผากคือตำแหน่งกัวล๊กเก็ง หากมีหน้าผากนูน ไม่เท่ากัน หรือบุ๋มลง ทำให้ใบหน้าขาดมิติ อาจส่งผลต่อวาสนา และการงาน สุดท้ายด้านสุขภาพ หากหน้าผากนูน ไม่เท่ากันที่มีสาเหตุมาจากการเจริญเติบโตที่ผิดปกติของกระดูก หรือมีก้อนกระดูกงอกชัดเจน อาจส่งผลต่อความเจ็บปวดเฉพาะจุด หรือหากนูนมากจนกดทับเส้นประสาทควรรีบพบแพทย์ทันที
วิธีแก้ไข หน้าผากนูนไม่เท่ากัน
ฉีดฟิลเลอร์หน้าผาก (Filler)
เป็นการเสริมความงามประเภทหนึ่ง ที่ได้รับความนิยมอย่างมากในปัจจุบัน โดยการฉีดฟิลเลอร์หน้าผาก จะเป็นการฉีดสารเติมเต็มประเภทไฮยาลูโรนิค แอซิด (Hyaluronic Acid : HA) เข้าสู่ผิวหนังตามจุดที่ต้องการแก้ไข ซึ่งฟิลเลอร์จะช่วยในเรื่องการปรับรูปหน้าให้ดูสวยงามสมส่วน นอกจากนี้ยังช่วยรักษา และแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับหน้าผาก ไม่ว่าจะเป็นหน้าผากนูน ไม่เท่ากัน หน้าผากยุบ หน้าผากบุ๋ม หรือหน้าผากแบน รวมถึงการแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับริ้วรอยตรงบริเวณหน้าผาก และยังสามารถฉีดเพื่อทำการเสริมโหงวเฮ้งบนใบหน้าโดยเฉพาะได้อีกด้วยโดยข้อดีของการฉีดฟิลเลอร์คือการที่ไม่มีแผลเป็น และสามารถสลายไปเองได้ตามธรรมชาติ
การเสริมหน้าผากด้วยฉีดไขมัน
เป็นอีกหนึ่งวิธีที่ช่วยในการแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับหน้าผาก ไม่ว่าจะเป็นหน้าผากนูน ไม่เท่ากัน หน้าผากบุ๋ม หน้าผากยุบ หรือหน้าผากแบน โดยจะเป็นการดูดไขมันบริเวณส่วนอื่นในร่างกาย อาทิเช่น สะโพก ต้นขาบริเวณด้านนอก ต้นขาบริเวณด้านใน ต้นขาบริเวณด้านหน้า หรือบริเวณท้องน้อย จากนั้นจะนำไขมันมาปั่น เพื่อทำการแยกสิ่งเจือปน จนได้เซลล์ไขมันที่บริสุทธิ์ แล้วค่อยนำมาฉีดเข้าบริเวณที่หน้าผาก โดยไขมันที่ทำการฉีดเข้าไปจะช่วยเพิ่มความนูนของหน้าผาก
การเสริมหน้าผากด้วยซิลิโคน
เป็นการผ่าตัดศัลยกรรมประเภทหนึ่ง ที่จะช่วยในการแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับหน้าผาก ไม่ว่าจะเป็นหน้าผากนูน ไม่เท่ากัน หน้าผากแบน หน้าผากสูง หน้าผากกว้าง หรือหน้าผากยุบ โดยจะเป็นการผ่าตัดแล้วนำแผ่นซิลิโคน ใส่เข้าไปยังบริเวณหน้าผากที่ต้องการเสริม ซึ่งแผ่นซิลิโคนที่ใส่เข้าไปแทนที่ จะช่วยให้หน้าผากดูมีมิติ ใบหน้าดูสมส่วนสวยงามได้รูป การเสริมหน้าผากด้วยซิลิโคน แบ่งออกเป็น 2 ประเภท ดังนี้
- การเสริมหน้าผากด้วยซิลิโคนแบบสำเร็จรูป เป็นการใช้แผ่นซิลิโคนที่ขึ้นแบบสำเร็จรูป ตรงตามมาตรฐานทางการแพทย์ ซึ่งมีการออกแบบให้มีความโค้ง ความโหนกนูนของหน้าผาก โดยทางแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะทำการวิเคราะห์ และเลือกซิลิโคนให้ตรงกับแต่ละบุคคลอย่างเหมาะสม
- การเสริมหน้าผากด้วยซิลิโคนแบบเฉพาะบุคคล ซิลิโคนที่ใช้จะถูกออกแบบ และผลิตขึ้นมาสำหรับบุคคลนั้นโดยเฉพาะ ทำให้ซิลิโคนที่ได้สามารถเข้ากับหน้าผากได้






